สินค้าโอทอป
พื้นที่ยอดเขา อำเภอบ่อเกลือ อยู่ห่างจากเมืองน่าน ประมาณ 80 กิโลเมตร มีบ่อเกลือสินเธาว์ ชาวบ้านยังคงต้มเกลือด้วยวิธีแบบดั้งเดิมจะตักน้ำเกลือจากบ่อส่งผ่านมาตามลำไม้ไผ่สู่บ่อพัก ก่อนจะนำน้ำเกลือมาต้มในกระทะใบบัวขนาดใหญ่เคี่ยวจนน้ำงวดแห้ง พร้อมเติมสารไอโอดีนก่อนใส่ถุงวางขาย บ่อเกลือจะปิดช่วงเข้าพรรษาเพราะเป็นช่วงฤดูฝน ในอดีตเมืองน่านเป็นแหล่งเกลือขนาดใหญ่ ส่งเป็นสินค้าออกในภาคเหนือและแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าที่ชุมชนอื่นไม่มี ผ่านกองคาราวานจีนฮ่อจากยูนนาน กวางสี และมณฑลอื่นๆ ในจีน โดยใช้เส้นทางผ่านมาทางสิบสองปันนา รัฐฉาน สู่เชียงราย เชียงใหม่ น่าน เมืองสา (อำเภอเวียงสา ในปัจจุบัน) กรุงสุโขทัย และแพร่ รวมทั้งพ่อค้าไทเขินจากเชียงตุง และพ่อค้าวัวต่างชาวไทลื้อจากอำเภอวังผา ในอดีตท้าวพญาในเค้าสนามหลวงได้รับส่วนแบ่งจากส่วยเกลือ นอกจากค่าธรรมเนียม และค่าปรับอื่นๆ และพระยาติโลกราชแห่งเชียงใหม่เคยยกทัพมาตีน่านมุ่งหวังครอบครองบ่อเกลือซึ่งถือเป็นยุทธปัจจัยสำคัญสมัยนั้น ปรุงแต่งเกลือเป็นสินค้าสมุนไพรความงาม ขึ้นชื่อว่า เกลือ ย่อมรู้ว่ามีรสเค็มและมีคุณสมบัติหลากหลาย ทั้งวงการเกษตรก็นำมาผสมเป็นปุ๋ย เสริมสวยแ
พช. เดินหน้าชวนช้อปสินค้าโอท็อปคุณภาพดีมีมาตรฐานในแคมเปญ “OTOP Amazing Midyear” บน Shopee พช. จัดแคมเปญ “OTOP Amazing Midyear” หนุน “โครงการตลาดอะเมซิ่ง ของกินของใช้” จับมือ Shopee เสริมแกร่งผู้ประกอบการโอท็อปขายออนไลน์ พัฒนาช่องทางการตลาด เรียนรู้เทคนิคการขายใหม่ สร้างงาน สร้างรายได้ ต่อเนื่อง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของสังคม มุ่งเน้นสร้างรายได้และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ โดยให้ภาคเอกชนและภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินงานกับภาครัฐ ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงาน “โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” (OTOP) ที่ กรมการพัฒนาชุมชน มีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคง ด้วยการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาอาชีพ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์โอท็อป ให้มีความสามารถในการแข่งขันทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ โดยปัจจุบัน สินค้าโอท็อปทุกชิ้น เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) มาตรฐาน อย. เป็นต้น นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว
สำนักงาน กศน.จังหวัดสตูล ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างอาชีพและรายได้จากสิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่น โดยถ่ายทอดทักษะความรู้ ตลอดจนภูมิปัญญาชาวบ้าน และวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบต่างๆ หนึ่งในความสำเร็จที่ภาคภูมิใจของ กศน.อำเภอละงู คือ การส่งต่อภูมิปัญญาการทำลวดลายผ้าบาติก เอกลักษณ์ประจำถิ่น ร่วมสร้างเส้นทางอาชีพยั่งยืนให้กับปันหยาบาติก อำเภอละงู จนกลายเป็นสินค้าโอท็อปที่มีชื่อเสียงและเป็นความภาคภูมิใจของจังหวัดสตูล กศน. ร่วมแก้วิกฤต พื้นที่ชุมชนบ้านปากละงู หมู่บ้านริมทะเล เรียกกันติดปากว่า บ้านหนองปันหยา มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและศาสนา ทั้งไทยพุทธ มุสลิม คนไทยเชื้อสายจีน คริสเตียน ชุมชนแห่งนี้มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม เสื้อผ้าการแต่งกาย ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมนุ่งผ้าปาเต๊ะ-บาติก ชุมชนแห่งนี้มีรายได้หลักจากอาชีพการทำประมง แต่มักขาดแคลนรายได้ในช่วงฤดูมรสุมเพราะไม่สามารถออกเรือหาปลาได้ กศน.อำเภอละงูได้สำรวจข้อมูลชุมชนและเจอปัญหาดังกล่าว จึงได้สนับสนุนให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอาชีพเสริม ช่วงปี 2545 ชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 10 คน มีความสนใจเรียนรู้อาชีพการท
พะเยา เป็นจังหวัดหนึ่งของภาคเหนือ ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม รวมทั้งขนบธรรมเนียมและประเพณี ตลอดจนการผลิตสินค้าพื้นบ้าน ที่ใช้ในการอุปโภคและบริโภค ซึ่งเป็นการสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับชุมชนและจังหวัดพะเยา เป็นอย่างดี ที่หมู่บ้านวังขอนแดง หมู่ที่ 11 ตำบลห้วยลาน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นหมู่บ้าน อนุรักษ์ไหมไทยพื้นบ้าน ผลิตเส้นไหม-ผ้าไหม แบบ Handmade (ทอมือ) หนึ่งเดียวของพะเยา นำออกสู่ตลาด ทั้งในและนอกจังหวัด ตลอดจนต่างประเทศ จนได้รับความเชื่อถือว่าเป็นสินค้ามีคุณภาพและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดพะเยา…เส้นใยซึ่งนำมาใช้ทอผ้าไหมนั้น เป็นเส้นใยที่ได้จากรังของหนอนไหม หนอนไหมเป็นตัวอ่อนของผีเสื้อชนิดหนึ่ง หลังจากผีเสื้อวางไข่ได้ 10 วัน ไข่จะฟักออกมาเป็นตัวหนอน เรียกว่า “หนอนไหม”, “รังไหม” ในระยะแรกที่ออกมาจากไข่ หนอนไหมมีขนาดเล็ก กินใบหม่อนเป็นอาหาร แต่ก็เจริญเติบโตได้เร็วมาก หนอนไหมจึงต้องลอกคราบเป็นระยะไป เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จึงหยุดลอกคราบ หยุดกินอาหาร แล้วเริ่มทำรัง โดยพ่นของเหลวชนิดหนึ่งออกมาทางปาก เมื่อของเหลวนี้ถูกกับอากาศจะแข็งตัว เป็นเส้นไหมพันซ้อนกันเป็นชั้นๆ ห
“บุหงาปูดะ” หรือ “ขนมดอกลำเจียก” เป็นขนมพื้นเมืองชื่อดังของจังหวัดสตูล แต่คนไทยทั่วไปรู้จักขนมนี้ในชื่อว่า “บุหงาบูดะ” ซึ่งเพี้ยนมาจาก คำว่า “บุหงาปูดะ” หรือ “โกยปูดะ” ที่แปลว่า “ขนมดอกเตย” ซึ่งในที่นี้หมายถึง ดอกเตยปาหนัน หรือบางคนอาจรู้จักในชื่อ ต้นลำเจียก หรือ เตยทะเล ที่ขึ้นอยู่ตามชายทะเลทั่วไป ผลมีลักษณะเป็นเหลี่ยม ดอกมีสีขาว มีลักษณะคล้ายคลึงกับขนมบุหงาบูดะ บุหงาบูดะ เป็นขนมพื้นบ้านที่ทำสืบทอดกันมานานกว่าร้อยปีแล้ว ในอดีตขนมชนิดนี้ถือเป็นขนมหวานสำหรับชนชั้นสูง ทำกันมาตั้งแต่สมัยพระยาสมันตรัฐ โดยคนในสายสกุลกรมเมือง ที่เข้าไปรับใช้อยู่ในวังเก่าเจ้าเมืองสะโตย หรือจังหวัดสตูลในปัจจุบัน ขนมบุหงาบูดะได้รับอิทธิพลเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย แต่ปัจจุบันไม่พบขนมชนิดนี้ในประเทศมาเลเซียแล้ว แต่หาซื้อได้ในบางอำเภอของจังหวัดสตูล ที่มีเขตแดนติดกับประเทศมาเลเซีย หาซื้อได้ง่ายในพื้นที่อำเภอละงูและในอำเภออื่นๆ สมัยอดีต ขนมบุหงาปูดะ มีเฉพาะสีขาว นิยมใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและใช้เป็นบททดสอบหญิงสาวที่จะคัดเลือกเป็นคู่ครอง เนื่องจากขนมบุหงาปูดะเป็นขนมที่ทำยาก คนที่ทำขนมชนิดนี้ได้จะต้องเป็นคนสุขุม เยือก
“มะม่วงหิมพานต์” เป็นพืชอุตสาหกรรมที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย กำลังได้รับความสนใจจากภาครัฐบาลและภาคเอกชนที่จะพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อเป็นสินค้าส่งออก มะม่วงหิมพานต์สามารถเจริญได้ดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของประเทศ เนื่องจากเป็นพืชที่ทนแล้ง ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว ดูแลง่าย ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิดที่ระบายน้ำดี หน้าดินลึกไม่เป็นดินดาน ไม่เป็นดินด่างจัด หรือกรดจัด การปลูกมะม่วงหิมพานต์นอกจากเป็นการเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรแล้วยังเป็นการเพิ่มการปลูกป่า ทำให้สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น มะม่วงหิมพานต์ พืชทำเงินของอุตรติตถ์ ปัจจุบัน มะม่วงหิมพานต์ เป็นพืชเศรษฐกิจทำเงินของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะอำเภอท่าปลา ซึ่งมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกไม้ผลชนิดนี้ เกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์เริ่มปลูกมะม่วงหิมพานต์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 ภายใต้การสนับสนุนจากโครงการไทย-เยอรมัน โดยให้เงินทุนกู้ยืมดำเนินการปลูกมะม่วงหิมพานต์ในพื้นที่ ทั้งในแปลงจัดสรรและแปลงราษฎรเดิม ในอดีตมะม่วงหิมพานต์มีราคาต่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่ตัดสินใจโค่นต้นมะม่วงหิมพานต์ทิ้งและปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่มีเกษตรกรบางคนที
ยามนี้ หมดช่วงฤดูทุเรียนของภาคตะวันออกและภาคอีสานแล้ว ขอพาท่านผู้อ่านไปชมและชิมทุเรียนรสอร่อยกันต่อที่จังหวัดชุมพร หนึ่งในทำเลทองของการปลูกทุเรียนของพื้นที่ภาคใต้ ทุเรียนชุมพรมักจะมีผลผลิตออกเข้าสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ทุเรียนชุมพรมีรสชาติโดดเด่นถูกใจผู้ซื้อคนไทยและต่างชาติ เพราะทุเรียนชุมพรมีเนื้อเหนียวละเอียดแห้ง หอมหวาน รสชาติมันกลมกล่อม สร้างรายได้เข้าจังหวัดชุมพรไม่ต่ำกว่าปีละ 6,000 ล้านบาท แหล่งปลูกทุเรียนชุมพร ทุเรียน เป็นไม้ผลที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าไม้ผลชนิดอื่นๆ เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและส่งออก สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนอยู่แล้ว รวมทั้งเกษตรกรรายใหม่หันมาขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนมากขึ้น ประกอบกับ ผลกระทบจากวิกฤตราคายางพาราตกต่ำ จูงใจให้เกษตรกรบางส่วนตัดสินใจโค่นต้นยาง และหันมาปลูกทุเรียนแทน ส่งผลทำให้พื้นที่การปลูกทุเรียนของจังหวัดชุมพรขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี จังหวัดชุมพรจึงเป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ทุกวันนี้จังหวัดชุมพรมีเนื้อที่ปลูกทุเรียนมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดจันทบุรี ในปี 2560 จัง
บริษัท มอลล์ (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมกับ บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ร่วมช่วยเหลือผู้ประกอบการโอท็อปและ เอสเอ็มอี ด้วยการเพิ่มช่องทางการขายสินค้า จัดโครงการ “ไทยแลนด์มอลล์คัดโอท็อปคุณภาพ เสริมช่องทางจำหน่าย สร้างรายได้โดย “มวลชน” เพื่อให้สินค้าของกลุ่มผู้ประกอบการโอท็อปและเอสเอ็มอี เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ผ่านร้านกาแฟมวลชนทั่วประเทศ โดยสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านกาแฟมวลชนนั้นได้รับการพัฒนาและคัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์พร้อมทานเพื่อสุขภาพเห็ดภูฐานจากชื่นฟาร์ม ที่ได้รับการพัฒนาจนเป็นสินค้าพร้อมเสิร์ฟบนเครื่องบินการบินไทย และ ผลิตภัณฑ์ “ข้าวกรอบสยาม” สินค้าดีๆ ฝีมือเอสเอ็มอีไทยที่หลายคนชื่นชอบ จัดวางจำหน่ายเพื่อเป็นของทานเล่นเคียงคู่กับกาแฟและเมนูเครื่องดื่มต่างๆ ภายในร้าน ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่ส่วนใหญ่เป็น กลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานที่ใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น สำหรับลูกค้าที่สนใจและชื่นชอบผลิตภัณฑ์พร้อมทานเพื่อสุขภาพนี้สามารถเลือกซื้อได้ที่ร้านกาแฟมวลชนกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ อาทิ ร้านกาแฟมวลชนสาขาวิภาวดี, เทเวศน์, กระทรวงเกษตรฯ, สามเสน, แม็คโครศาลายา, ธา
“ละมุดท่าทอง” นับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวบ้านตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย มาตั้งแต่สมัยอดีต ดั่งคำขวัญประจำตำบลท่าทอง ที่ว่า “ถิ่นละมุดสุดหวาน” ละมุดท่าทอง มีจุดเด่นในเรื่อง มีรสชาติหวานอร่อย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของผู้บริโภค หากใครต้องการชิมละมุดรสอร่อยที่สุด ต้องรอผลผลิตในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ เพราะละมุดพันธุ์มะกอกรุ่นนี้จะมีรสหวานจัด หอม ผลสีแดง เนื้อกรอบ ถูกใจผู้บริโภค การปลูกดูแล ในอดีต ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลท่าทองก็ทำนาปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก ต่อมามีเกษตรกรบางรายหันมาปลูกละมุดแล้วได้ผลผลิตที่ดี ต่อมา วัดหนองโว้ง ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก ได้จัดประกวดผลผลิตละมุดเป็นประจำทุกปี ทำให้ชาวบ้านตื่นตัวหันมาปลูกละมุดกันมากขึ้น โดยเฉพาะละมุดพันธุ์มะกอก ที่มีลักษณะเด่นคือ ผลรูปร่างกลมใหญ่ ผลสุกมีสีน้ำตาลออกแดง รสหวาน เนื้อผลแข็งและกรอบ แต่ผลผลิตไม่ค่อยดกสักเท่าไร ละมุดสามารถปลูกได้ทั่วไป การปลูกละมุดนั้นไม่ยุ่งยากเลย รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เอากิ่งตอนปลูกในระยะห่างประมาณ 4 วา ปลูกได้เฉลี่ยไร่ละ 40 ต้น คอยดูแลให้น้ำสม่ำเสมอ ต้นละมุดจะออกดอกครั้งแรกเมื่อต้น
“ดอกดาหลา” เป็นไม้ดอกที่เราๆ ท่านๆ เห็นกันอยู่ทั่วไป ปลูกได้ในทุกภาค ส่วนใหญ่ผู้คนในภาคใต้มักจะนำดอกดาหลามาใส่ในเมนูต่างๆ อย่างเช่น ขนมจีน หรือข้าวยำ บ้างก็นำมาทำเป็นน้ำดอกดาหลา แต่เพิ่งเคยเห็นน้ำพริกดอกดาหลา โดยใช้ชื่อว่า น้ำพริกดาหลาสวรรค์ อันเป็นผลงานของนักเรียนและคณะครูอาจารย์โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านกาแป๊ะกอตอ) อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่มี นางจุไรลี่ สาและ เป็นผู้อำนวยการ ซึ่งเมื่อไปตั้งโชว์ที่ไหนก็ได้รับความสนใจ ขณะที่แม่บ้านบางคนซื้อไปหลายกระปุก เน้นแปรรูป สร้างรายได้ นางจุไรลี่ เล่าที่มาที่ไปของการทำน้ำพริกดอกดาหลาให้ฟังว่า ด้วยความที่เป็นโรงเรียนต้นแบบด้านการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ระดับดีเยี่ยมของจังหวัดยะลา โดยเน้นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเรื่องการส่งเสริมด้านเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ ด้านการประมง ด้านปศุสัตว์ การปลูกผัก เพาะเห็ด ทำปุ๋ย สหกรณ์ และการแปรรูป เป็นกิจกรรมที่เด็กต้องทำเป็นประจำทุกวัน เพื่อจะส่งเสริมคุณลักษณะและปลูกฝังเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนี้ กลุ่มแปรรูปเป็นกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเด็กๆ จะนำผลผลิตต่
