ส่งออกทุเรียน
ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ ฟรี! หัวข้อ “การควบคุมคุณภาพและการเข้าร่วมโปรแกรมการทดสอบความชำนาญของการวิเคราะห์ทดสอบทุเรียนเพื่อการส่งออก” ซึ่ง ห้องปฏิบัติการชีวเคมีและจุลชีววิทยา ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา (ศทม.) วว. ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ภายใต้ “โครงการการยกระดับห้องปฏิบัติการวิเคราะห์สาร Basic Yellow 2 สำหรับทุเรียนเพื่อการส่งออกและความปลอดภัยในผลิตภัณฑ์” โอกาสนี้ ดร.วดี วิชัยดิษฐ์ ผอ.ศทม. ดร.ดวงกมล เจริญวงศ์ ผอ.ห้องปบัติการชีวเคมีและจุลชีววิทยา ศทม. คณะผู้บริหาร/นักวิชาการ ภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ผู้ประกอบการ ผู้แทนเกษตรกร กว่า 120 คน เข้าร่วมการสัมมนา ในวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องกิ่งเพชร โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ การจัดสัมมนาดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดโลก ยกระดับมาตรฐานการวิเคราะห์ทดสอบสารปนเปื้อนอันตราย โด
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจชุมชนผ่านการขึ้นทะเบียนและคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะ “ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นแตกต่างกันตามแหล่งกำเนิด โดยปัจจุบันมีทุเรียนไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น GI 19 รายการ จาก 17 จังหวัดทั่วไทย สร้างมูลค่าการตลาดสูงถึง 68,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อคุณภาพและมาตรฐานสินค้า GI ไทย นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยถึงภาพรวมความสำเร็จของการส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในกลุ่มทุเรียนไทย โดยทุเรียน GI 5 อันดับยอดนิยมที่สร้างมูลค่าการตลาดสูงสุดในปี 2568 ล้วนโดดเด่นด้วยอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นที่เชื่อมโยงกับปัจจัยทางภูมิศาสตร์ โดยส่วนใหญ่เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ครองใจผู้บริโภค นำโดย “ทุเรียนชุมพร” ขึ้นแท่นอันดับ 1 ทุเรียน GI ที่มีมูลค่าสูงสุดกว่า 49,000 ล้านบาท โดดเด่นด้วยอัตลักษณ์เฉพาะตัว และแหล่งผลิตกว้างขวางจึงมีปริมาณการผลิตมากกว่า 379,000 ตัน ราคาขายเฉลี่ย 80–180 บาทต่อกิโลกรัม จุดเด่นเป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทองที
นายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ในฐานะโฆษกกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ได้ให้นโยบายไว้ว่า “ต้องมีการควบคุมคุณภาพผลไม้ให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการควบคุมคุณภาพผลผลิตทุเรียนในโรงคัดบรรจุเพื่อการส่งออก” พร้อมกับสั่งการให้กรมวิชาการเกษตรบริหารจัดการตรวจสอบคุณภาพ และรับรองสุขอนามัยพืชทุเรียนส่งออกไปจีน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกร โรงคัดบรรจุ และผู้ส่งออก ส่วนการลักลอบนำเข้าทุเรียนจากต่างประเทศมาสวมสิทธิ์ทุเรียนไทยเพื่อส่งออกไปจีนได้มอบหมายหน่วยเฉพาะกิจพญานาคราช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับดูแลหากพบการกระทำผิด นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้มอบหมายให้ตนเองในฐานะที่กำกับดูแล สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 และศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบควบคุมคุณภาพทุเรียนในโรงคัดบรรจุ โดยเฉพาะเรื่องความสุกแก่ของทุเรียนให้เป็นไปตามมาตรฐาน มกษ.3-2556 คือ มีเปอร์เซ็นต์แป้งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 32 และจัดเกรดโรงคัดบรรจุทุเรียนสีเขียว สีเหลือง และสีแดง
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ได้ประชุมผ่านระบบซูมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร สำนักวิจัยและพัฒนาการการเกษตรที่ 7 (สวพ.7) ผู้ส่งออกทุเรียน โรงคัดบรรจุ (ล้ง) และเกษตรกรภาคใต้ตอนบนเมื่อ 31 พฤษภาคม 2567 โดยมีผู้ประชุมผ่านระบบซูมและในห้องประชุมกว่า 200 คน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน เตรียมความพร้อมสำหรับการส่งออกทุเรียนภาคใต้ไปจีนซึ่งจะเริ่มตัดทุเรียนกลางเดือนมิถุนายน 2567 เป็นต้นไป ปีนี้คาดมีผลผลิตประมาณ 532,573 ตัน และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการให้ไทยรักษาแชมป์ผู้ส่งออกทุเรียนคุณภาพไปตลาดจีนที่แต่ละปีมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งแสนล้านบาท โดยให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออก ซึ่งปีนี้คาดว่าไทยจะส่งออกทุเรียนไปจีนได้มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1.3 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 มกราคม-29 พฤษภาคม 2567 ไทยส่งออกไปจีนแล้ว 4.7 แสนตัน มูลค่า 63,568 ล้านบาท “ในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารผลไม้ Fruit Board ที่มี ร้อยเอก ธรรมนัส เป็นประธานนั้น ทางผู้ประกอบการส่งออกผล
วันที่ 4 เมษายน 2024 สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) ของจีนรายงานว่า กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทของเวียดนามรายงานว่าทุเรียนเวียดนามครองส่วนแบ่งตลาดในจีนสูงถึง 31.8% เป็นรองเพียงทุเรียนไทยเท่านั้น โดยล่าสุดทุเรียนไทยครองส่วนแบ่งตลาดจีนอยู่ 68% กระทรวงฯ ระบุว่า ทุเรียนเวียดนามจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งให้แซงหน้าทุเรียนไทยและครองตลาดจีนได้ หากเวียดนามพยายามใช้โอกาสและข้อได้เปรียบให้ดี รวมถึงจัดเตรียมการผลิตอย่างมืออาชีพ ปัจจุบันเวียดนามมีสวนทุเรียน 708 แห่ง และโรงงานบรรจุหีบห่อทุเรียน 168 แห่ง ซึ่งดำเนินการส่งออกทุเรียนสู่ตลาดจีนภายใต้การอนุมัติจากสำนักบริหารศุลกากรทั่วไปของจีน ทั้งนี้ สวนทุเรียนทั้งหมดของเวียดนามครอบคลุมพื้นที่ 112,000 เฮกตาร์ (ราว 7 แสนไร่) และสร้างผลผลิตรายปีสูงถึง 863,000 ตัน เวียดนามส่งออกทุเรียนสู่จีนเป็นหลัก โดยปริมาณการส่งออกสู่จีนในปี 2023 สูงถึง 595,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วน 98.6% ของการส่งออกทุเรียนทั้งหมด ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ https://www.prachachat.net/world-news/news-1536752
ส่งออกทุเรียนไทยแสนล้าน เจอศึกหนักเวียดนาม ผู้ส่งออก-ชาวสวนประสานเสียง 2567 ปียากที่สุดของทุเรียนไทย เหตุฤดูทุเรียนเวียดนาม ออกชนทุเรียนภาคตะวันออกช่วงพีกเดือนพฤษภาคม หวั่นกระทบยอดขายและราคา ชี้เวียดนามได้เปรียบหลายเด้ง ขนส่งรวดเร็วชายแดนติดจีน ต้นทุนผลิตต่ำกว่า เผยเวียดนามใช้เวลาปีเดียวแย่งส่วนแบ่งตลาดจีนไปถึง 34.5% จับตาปีนี้มาเลย์เตรียมส่งทุเรียนสดเข้าจีนอีกราย เรียกร้องทุกฝ่ายประสานความร่วมมือรักษาคุณภาพ ทั้งแก้ปมโลจิสติกส์-ด่านตรวจ ชาวสวนเผยปีนี้สภาพอากาศแปรปรวนกระทบหนักผลผลิต แถมเจอทุเรียนคู่แข่งออกมาชน หวั่นกระทบโครงสร้างราคา “Prachachat In depth” ep2 รายการเสวนาเจาะลึกประเด็น “ทำอย่างไร ..ทุเรียนไทย ยืน 1 ตลาดโลก” ขณะที่ตลาดส่งออกทุเรียนไทย เติบโตก้าวกระโดดด้วยมูลค่าส่งออกปีละกว่า 1 แสนล้านบาท โดยที่ตลาดจีนถือเป็นตลาดใหญ่และตลาดสำคัญ ทำให้บรรดาคู่แข่งประเทศเพื่อนบ้านต่างเร่งพัฒนาพันธุ์ทุเรียนและชิงส่วนแบ่งตลาดจีน โดยเฉพาะเวียดนามที่พัฒนาการปลูกทุเรียนแบบอุตสาหกรรม ทั้งยังมีความได้เปรียบการขนส่งที่อยู่ใกล้ประเทศจีน ทำให้ใช้เวลาน้อยกว่าและต้นทุนถูกกว่า โดยเวียดนามเพิ่งได้รับอนุญา
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ได้รับการยืนยันจากฝ่ายเกษตรฯ กว่างโจว ว่า ศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) ได้ประกาศในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ให้ด่านรถไฟโม่ฮานเป็นจุดนำเข้าผลไม้เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ด่านรถไฟโม่ฮานสามารถนำเข้าผลไม้ไทยได้ โดยได้ขอให้กรมวิชาการเกษตรแจ้งให้ผู้ประกอบการประสานงานผู้นำเข้า และผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ผ่านเส้นทางรถไฟจีน-ลาว รวมทั้งศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ก่อนการส่งออกสินค้าผ่านด่านรถไฟโม่ฮานด้วย ได้สั่งการให้ด่านตรวจพืชหนองคายเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนการส่งผลไม้ไทยผ่านด่านรถไฟ โม่ฮาน พร้อมทั้งกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม สำหรับฤดูกาลผลไม้ปี 2566 เพื่อตรวจคุณภาพ และรับรองสุขอนามัยพืช ตามเงื่อนไขข้อตกลงพิธีสารไทย-จีน และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของไทยเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันเชื้อโควิดปนเปื้อนในผลไม้ไทยส่งออก ต้องทำการฆ่าเชื้ออย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าสินค้าเกษตรไทยมีมาตรการคุมเข้มการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโควิดตั้งแต่ต้นทาง ทั้งนี้ สถิต
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ลงพื้นที่อ.เบตง จ.ยะลา หนุนผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชนและเกษตรกร กรุยทางทุเรียนไทยเร่งใช้ประโยชน์จาก FTA สร้างแต้มต่อขยายส่งออกตลาดโลกนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนสวนทุเรียนศักดิ์ศรี อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อพบหารือกับผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน กรุยทางให้ผลผลิตทุเรียนภาคใต้ที่เริ่มทยอยออกสู่ตลาดในเดือน ก.ค.นี้ ได้ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยทำกับคู่ค้า 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน จีนฮ่องกง ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ชิลี และเปรู ที่ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าทุเรียนจากไทยแล้ว เหลือเพียงเกาหลีใต้ที่ยังคงเก็บภาษีนำเข้าที่ร้อยละ 36 แต่จะทยอยลดเหลือร้อยละ 0 ในปี 2574 ภายใต้ความตกลง RCEP ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบและโอกาสทางการค้าของวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และผู้ประกอบการไทย ในการขยายส่งออกสินค้าทุเรียนไปตลาดโลกนางอรมน กล่าวเสริมว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพทางการค้าของผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร
ปฎิเสธไม่ได้ว่าภายหลังนายหาน จื้อเฉียง (H.E. Mr.Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทยและคณะผู้บริหารระดับสูงฝ่ายกการเกษตรและการพาณิชย์ลงพื้นที่ดูกระบวนการทำงานการรวบรวมผลผลิตทุเรียน ภายใต้มาตรการ Zero Covid เพื่อรักษาคุณภาพของผลผลิตให้ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ของสหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ จำกัด อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรีเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมาได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคอย่างมาก เนื่องจากประเทศจีนเป็นตลาดหลักในการรองรับผลไม้ชนิดดังกล่าว“เป็นครั้งแรกที่ท่านทูตจีนและคณะมาเยี่ยมชมกิจการของสหกรณ์ฯเรา ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ท่านให้ความสำคัญกับสหกรณ์เล็ก ๆ อย่างเขาคิชฌกูฎ วันนั้นท่านก็ยังได้มอบของที่ระลึกเป็นทีวีจอใหญ่ให้กับทางสหกรณ์เราด้วย”นายมนัส พลคิด ประธานสหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ จำกัดเผยความรู้สึกภายหลัง นายหาน จื้อเฉียง (H.E. Mr.Han Zhiqiang) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทยและคณะเดินทางมาเยี่ยมชมกิจการของสหกรณ์ฯ ในฐานะประเทศคู่ค้าหลักมาตั้งแต่ปี 2545 จวบจนปัจจุบัน โดยสหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ จำกัด ให้ความสำคัญกับการสง่
ปัจจุบันเวียดนามเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 5 ของไทยในโลก และเป็นอันดับที่ 2 ของไทยในอาเซียน รองจากมาเลเซีย ในช่วงปีพ.ศ.2560 – 2564 การค้าระหว่างไทยกับเวียดนามมีมูลค่าเฉลี่ยประมาณปีละ 17,767 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 3.32 ต่อปี โดยในปี 2564 มีมูลค่าการค้าไทย – เวียดนามรวม 19,477 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 17.31 โดยไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามูลค่า 5,599 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ผ่านมา เวียดนามนําเข้าทุเรียนจากไทยและกัมพูชาเป็นหลัก เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 ไทยและเวียดนามได้ร่วมหารือประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในระดับทวิภาคี อนุภูมิภาค และพหุภาคี ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้อง ความร่วมมือสร้างการค้าที่สมดุล ขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน เพื่อมุ่งบรรลุเป้าหมายทางการค้า 25,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2568 ผลไม้ไทย -เวียดนาม “ทุเรียน ” เป็นหนึ่งในผลไม้นำเข้าสำคัญที่เวียดนามสั่งซื้อจากไทย โดยอาศัยการขนส่งผ่านบริเวณชายแดน ทุเรียนไทยที่เวียดนามสั่งซื้อจะถูกส่งออกไปขายทำกำไรในประเทศจีน เนื่องจากเวียดนามมีชายแดนติดกับประเทศจีน ได้แก่ ด่านหม่องก๋ายของเวียดนาม กับด่านตง
