ส่งออกสินค้าเกษตร
ในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทำให้ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพเติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้คนเริ่มมองหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปลอดภัย และมาจากธรรมชาติ กลายเป็นจุดเชื่อมโยงที่ทำให้ ซุปเปอร์ฟู้ด (Superfood) กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ซุปเปอร์ฟู้ดคืออาหารที่มีสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายสูงมาก เช่น วิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ และไฟเบอร์ เมื่อเทียบกับปริมาณอาหารทั่วไป ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการสุขภาพดีแบบไม่ต้องยุ่งยาก เพราะให้สารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน “ผำ” จัดเป็นหนึ่งในซุปเปอร์ฟู้ดที่กำลังมาแรง และกำลังจะมีอนาคตสดใส จาก “ผำ” ที่เปรียบเสมือนสาวน้อยบ้านๆ ได้ถูกนำมาจับแต่งตัวใหม่ ให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับเทรนด์ในปัจจุบันมากขึ้น “ผำ” จึงกลายเป็นพืชที่ถูกจับตามอง ตลาดในประเทศตื่นตัวรู้จักกันเป็นวงกว้างมากขึ้น ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ “ผำ” จะไม่ใช่สาวน้อยพื้นบ้านอีกต่อไป แต่กำลังไปเฉิดฉายในตลาดต่างประเทศ ทีนี้มาดูกันว่าจะมีประเทศอะไรบ้างที่เปิดรับ “ผำ” และเกษตรกรรวมถึงผู้ประกอบการที่สนใจส่งออก ต้องเตรียมตัว และเตรียมเอกสารอย่างไรบ้าง เงื่อนไขการนำเข
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 – สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จับมือ 9 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดงาน “Kick-off ยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรไทยรองรับระเบียบ EUDR” เพื่อเดินหน้าความร่วมมืออย่างเป็นทางการในการเตรียมความพร้อมกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรของไทยให้สอดรับ European Union Deforestation-free Regulation (EUDR) ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบในช่วงปลายปีนี้ พร้อมเปิดตัว 9 โครงการวิจัยนำร่องที่ ARDA สนับสนุนทุนวิจัย เพื่อใช้เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ภาคเกษตรไทยสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่ของ EU อย่างเป็นรูปธรรม จากข้อมูลของ FAO และ UNEP (2020) ระบุว่าพื้นที่ป่าดั้งเดิมของโลกเหลือเพียง 31% ของพื้นที่ทั้งหมด และช่วงปี 2015–2020 โลกสูญเสียป่าไม้ปีละกว่า 10 ล้านเฮกตาร์ รวมแล้วกว่า 80 ล้านเฮกตาร์ตั้งแต่ปี 1990 เพื่อแก้ปัญหานี้สหภาพยุโรป (EU) จึงออกกฎระเบียบ EUDR เมื่อ 29 มิถุนายน 2566 กำหนดว่าสินค้าที่นำเข้า EU ต้องพิสูจน์ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่ามีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ถึงแหล่งผลิตที่ชัดเจน และผลิตอย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศต้นทาง
นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างลูกค้าผู้ประกอบการหัวขบวนและผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าเกษตรจากเมืองเซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และฉางซา ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดยทูตพาณิชย์ประจำเซี่ยงไฮ้ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมเจรจาและหารือเกี่ยวกับความต้องการชนิดและคุณภาพสินค้าเกษตรแปรรูป เพื่อการส่งออกตามความต้องการของผู้ประกอบการนำเข้าจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยการเจรจาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการสนับสนุนลูกค้าผู้ประกอบการให้สามารถพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกไปยังต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุม ชั้น 21 ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567
ส่งออกเดือนมิถุนายนสดใสบวกต่อเนื่อง ดันไตรมาส 2 พุ่ง 10.9% ขยายตัวสูงสุดในรอบ 17 ไตรมาส สินค้าเกษตร-อุตสาหกรรมรุ่ง ขยายตัวทุกตลาด โดยเฉพาะส่งออกไปจีน-ญี่ปุ่น-อาเซียนยังครองแชมป์ ปัจจัยสำคัญ ศก.โลกดีขึ้น ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า แถลงการส่งออกของไทยเดือนมิถุนายน 2560 ว่า ขยายตัว 11.7% มูลค่า 20,282 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกไตรมาสที่ 2 ขยายตัว 10.9% จากไตรมาสที่ 1 ที่ขยายตัว 4.9% และเป็นการขยานตัวสูงสุดในรอบ 17 ไตรมาส ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่วนการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 มีมูลค่า 113,547 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 7.8% มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ที่ 18.3% สินค้าที่ส่งออกขยายตัวดี ได้แก่ ข้าว 34.4% ยางพารา 27.2% น้ำตาลทราย 36.0% ผัก ผลไม้สดแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป 15.0% อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องแปรรูป 7.7% ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป 12.2% เป็นต้น รวม 6 เดือนแรกกลุ่มสินค้านี้ขยายตัว 13.1% สินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่
