หนี้เกษตรกร
แม้ประเทศไทยจะขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เมืองอู่ข้าวอู่น้ำ’ แต่ในทางกลับกัน เกษตรกรไทยกลับเป็นกลุ่มอาชีพที่ยากจนเป็นอันดับต้นๆ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ‘หนี้สิน’ ที่เกษตรกรต้องแบกรับไว้ ไม่ใช่หนี้เพื่อการลงทุน แต่เป็นหนี้ที่เกิดจากการนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่ว่าความล้มเหลวจะเกิดจากฝ่ายใดก็ตาม แต่เกษตรกรสามารถหลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้ด้วยตัวเอง พอต-อภิวรรษ สุขพ่วง บุคคลที่ผู้เขียนยกให้เป็นเกษตรกรตัวอย่างที่มีความรู้ความสามารถรอบด้าน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยและนำเรื่องราวของคุณพอตมาเผยแพร่ไปแล้วหลากหลายประเด็น ทั้งเรื่องการทำเกษตรผสมผสาน การจัดสรรพื้นที่เกษตรกรรม ไปจนถึงการจัดการแหล่งน้ำนอกเขตชลประทาน ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีเยี่ยม วันนี้เทคโนโลยชาวบ้านได้มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณพอตอีกครั้ง โดยเปิดประเด็นคำถามไปที่เรื่องปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งคุณพอตได้สะท้อนว่า นอกจากปัญหาเรื่องแหล่งน้ำแล้ว ก็คงจะเป็นเรื่องหนี้สิน ที่เป็นปัญหาใหญ่ลำดับต้นๆ ของเกษตรกรไทย ดังนั้น เกษตรกรควรหยุดวงจรการกู้หนี้ยืมสิน และหันกลับมาพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด แนวทางหยุดวงจรหนี้ที่ดีที่สุดคือการติดอาวุธความรู้
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) และคณะ เข้าชี้แจงกับคณะรัฐมนตรี เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้เสนอขอรับการจัดสรร จำนวน 487 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระหนี้เร่งด่วนชั้นบังคับคดีให้กับเกษตรกรสมาชิก จำนวน 392 ราย ทั้งนี้สำนักงาน กฟก. มีภารกิจเกี่ยวกับการดูแลเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกว่า 5 ล้านคน ทั้งการฟื้นฟูเกษตรกร การพัฒนาอาชีพ และการแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยมีการเข้าไปชำระหนี้แทนเกษตรกรกับสถาบันเจ้าหนี้ต่างๆ เพื่อป้องกันการถูกยึดที่ดินทำกินและให้เกษตรกรมาผ่อนชำระหนี้กับ กฟก. ที่ผ่านมามีเกษตรได้รับประโยชน์จำนวนมาก
รัฐมนตรีเกษตรฯ เตรียมเสนอ ครม. แก้กฎหมายกองทุนฟื้นฟูฯ 3 มาตรา เพื่อให้การบริหารงานส่งเสริมพัฒนาอาชีพของเกษตรกรเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ และช่วยเหลือเกษตรกรที่มีหนี้สินสะสมให้มีรายได้เลี้ยงชีพและปลดหนี้ได้หมด นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่มสมาพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย (สกท.) นำโดย นายยศวัศจ์ ชัยวัฒนสิริกุล ประธานที่ปรึกษาสมาพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย ได้นำกลุ่มมวลชน ประมาณ 500 คน มาติดตามข้อเรียกร้องที่ได้แจ้งไว้ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1) ขอให้แก้ พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวน 3 มาตรา 2) ขอให้ออกระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และ 3) ขอให้ออกคำสั่งคณะทำงานการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาหนี้สินของสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งจากข้อเรียกร้องดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ได้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องครบถ้วนทั้ง 3 ประเด็น โดยข้อเรียกร้องประเด็นที่ 1 การแก้ พ.ร.บ. กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวน 3 มาต
ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. เผยผลสำรวจสถานการณ์หนี้สินครัวเรือนเกษตร ครึ่งหลังปี 2561 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 1.3 แต่เมื่อเทียบสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ปรับตัวลดลง ร้อยละ 4.13 โดยครัวเรือนเกษตรกรมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.9 และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.1 ด้านหนี้นอกระบบพบลดลงกว่าปีก่อน ร้อยละ 18.5 แต่ยังต้องจับตาพฤติกรรมการก่อหนี้ใหม่ของผู้มีรายได้น้อย ชี้การจ้างงาน การปรับเพิ่มของราคาสินค้าเกษตรหลายชนิด รวมถึงมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐและของ ธ.ก.ส. ส่งผลสำคัญในการลดภาระหนี้ครัวเรือน นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ภาวะหนี้สินครัวเรือนเกษตร ในช่วงครึ่งหลังปี (เดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม) 2561 มีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนเกษตรไทยต่อ GDP อยู่ที่ร้อยละ 18.12 ปรับตัวลดลงจากปีก่อน ร้อยละ 4.13 เนื่องจากอัตราการขยายตัวของมูลค่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจประจำปี (Nominal GDP) ยังคงสูงกว่าการขยายตัวของหนี้ครัวเรือนเกษตรกร โดยประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจ ปี 2561 จะอยู่ที่ร้อยละ 4.0 เป็นผลจากกำลังซื้อของภาคครัวเรือนปรับตัวดีขึ้นตามแน
ธ.ก.ส.นำร่องขจัดหนี้นอกระบบให้เป็นศูนย์ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ตามนโยบายกระทรวงการคลัง มุ่งเน้นปรับวิธีคิด สร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ พร้อมปล่อยสินเชื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินป้องกันการก่อหนี้รอบใหม่ วันที่ 21 สิงหาคม ห้องประชุมวี-วัน 1-2 โรงแรมวี-วัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบสำหรับเกษตรกรและครอบครัว โดยให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เพื่อนำไปชำระหนี้สินนอกระบบ เป็นการลดภาระทางการเงินให้กับเกษตรกร โดย ธ.ก.ส.เตรียมวงเงินกู้ไว้รวม10,000 ล้านบาท ให้กู้สูงสุดได้รายละไม่เกิน 100,000 บาท กรณีใช้บุคคล ค้ำประกัน และสูงสุดไม่เกิน 150,000 บาท กรณีใช้ที่ดินจำนองค้ำประกัน คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือน หรือ ร้อยละ 12 บาทต่อปี ผลดำเนินงานปัจจุบันจ่ายสินเชื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้แล้ว 40,857 ราย เป็นเงินสินเชื่อ 3,978 ล้านบาท ซึ่งนอกจากการนำหนี้นอกระบบ ให้เข้ามาอยู่ในระบบแล้วธ.ก.ส.ยังมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนวิธีคิด ในการดำเนินชีวิตของเกษ
