หอยเบี้ย
จากเบี้ยเสียสองเพราะต้องฆาต ฟันฟาดเบี้ยหงายกระจายป่น ม้าก้าวยาวเรือก็เหลือทน เมื่อพี่จนแล้วจะไล่แต่รายโคน คำรำพึงรำพันของขุนแผนแสนสะท้านในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนข้างต้นเกิดขึ้น เมื่อครั้งที่ขุนแผนต้องถึงคราวอับจนข้นแค้น ผู้ประพันธ์ตอนนี้น่าจะเป็นล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 2 ที่กล่าวในเชิงอุปมาเปรียบเทียบเหมือนการเล่นหมากรุก ซึ่งมีตัวหมากชื่อต่างๆ ตามศักดิ์มีขุน ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ จากนั้นก็ยังมี ม้า เรือ โคน เม็ด จนถึงหอย หรือเปลือกหอยที่เรียกกันว่า หอยเบี้ย ซึ่งนำมาใช้แทนบรรดาทหารทั้งปวง หอยชนิดนี้เปรียบเสมือนทหารกล้าแนวหน้า เพื่อประจันบางกับฝ่ายข้าศึกศัตรู แต่ครั้นทหารเหล่านี้มีชัยยึดฐานที่มั่นของศัตรูได้ ก็ได้เลื่อนยศมีอำนาจหน้าที่สูงศักดิ์ขึ้นจากเบี้ยคว่ำกลายเป็น เบี้ยหงายทันที เมื่อกล่าวถึง “เบี้ย” ในกระดานหมากรุก จึงนึกถึง “เบี้ยซัด” ในสมัยอดีตที่บริเวณชายหาดจำนวนมาก ซึ่งต่อมาได้ชื่อเป็น “เมืองปากพนังในปัจจุบัน” “อำเภอเบี้ยซัด” หมายถึง หอยเบี้ยที่คลื่นซัดเอาเปลือกหอย หรือเบี้ยหอยจากท้องทะเลขึ้นมาเรียงรายเป็นกองมหึมาทับถมกันตามแนวชายหาดยื่นยาว เบี้ยในสมัยโบราณนั้นได้เก็บมาใช้เป็นสื่อกลางใ
