องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
ธ.ก.ส. เติม 3.5 พันล้าน จัดสินเชื่อ OD สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำเนินกิจการสถานธนานุบาล เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องธุรกิจ สร้างความเข้มแข็งทางสังคมและเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และสร้างโอกาสในการลงทุนให้แก่คนในชุมชน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.20 ต่อปี เปิดแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นายสุนัน พงศ์ประยูร ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. จัดสินเชื่อ OD สำหรับสถานธนานุบาล กรอบวงเงินสินเชื่อรวม 3,500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ประกอบกิจการสถานธนานุบาล ในการนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องธุรกิจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความแข็งแรงให้กับเศรษฐกิจชุมชน โดยสนับสนุนเงินทุนให้กับประชาชนในพื้นที่ให้สามารถนำเงินทุนที่ได้จากสถานธนานุบาลไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตและประกอบอาชีพ ตามแนวทางการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ และสร้างโอกาสในการลงทุน เพื่อให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ลดปัญหาการพึ่งพาหนี้นอกระบบและลดปัญหาการว่างงานอย่างยั่งยืน โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย MOR – 3.
ธ.ก.ส. หนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมฟื้นเศรษฐกิจ จัดสินเชื่อวงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MLR – 2.25% ต่อปี ให้ อบจ. อบต. เทศบาล เมืองพัทยาและกทม. ไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโครงการพัฒนาต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดเงินทุนหมุนเวียน สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ และหนุนแรงงานคืนถิ่นให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองได้ สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง ประกอบกับการคาดการณ์แนวโน้มอัตราการเติบโตของ GDP ภายในประเทศที่ลดต่ำลง อันเนื่องจากการลงทุนในภาคเอกชนชะลอตัว ดังนั้น เพื่อให้องค์กรภาครัฐทั่วประเทศ ซึ่งมีบทบาทในการดูแลประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงลดปัญหาการว่างงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานคืนถิ่น ให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองได้และยังเป็นการป้องกันปัญหาทางสังคม ธ.ก.ส. จึงได้จัดทำโครงการสนับ
วันเพ็ญ ตั้งสกุล ร่วมสนับสนุนส่งเสริมการกีฬาแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ โดยได้มอบอุปกรณ์กีฬาต่างๆ นานาชนิด ให้ผู้นำหมู่บ้าน สถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เล่นกีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเป็นการสร้างรากฐานด้านการกีฬาของจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งวันแรกนี้ได้ลงพื้นที่มอบอุปกรณ์กีฬาในเขตพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอเสนางคนิคม …………………………………………………………………………………………………………………………………. พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่
จากสภาพอากาศของประเทศที่เริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ตอนนี้ในหลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร รวมถึงน้ำใช้สำหรับอุปโภค-บริโภคแล้ว นอกจากนี้ยังมีบางหน่วยงานกังวลว่า หน้าแล้งใน ปี 2562 นี้ จะหนักกว่าทุกปี ซึ่งจากข้อกังวลดังกล่าวทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเริ่มออกมาให้ข้อมูล เตรียมพร้อมสำหรับการช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศแล้ว ⦁ สทนช. ยันแล้งนี้ไม่วิกฤต ประเด็นที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่าปีนี้ประเทศไทยจะแล้งหนักสุดในรอบ 30 ปี จากปรากฏการณ์เอลนิโญ จะรับมือไหวหรือไม่ นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ให้คำตอบว่า กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนิโญจะยังคงอิทธิพลต่อเนื่อง แต่เป็นเอลนิโญกำลังอ่อน และจะเข้าสู่สภาวะเป็นกลางช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2562 คาดว่าจะมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ 10-20% เฉพาะเดือนเมษายน 2562 ปริมาณฝนจะต่ำกว่าค่าปกติ 10% และคาดว่าปริมาณฝนจะกลับมามีค่าใกล้เคียงกับสภาวะปกติในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มฤดูเพาะปลูกในปีนี้ได้หลังจากผ่านช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว “ย
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นายสมพงศ์ ราชสุวรรณ ประธานกรรมการกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง สกย.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา และประธานเกษตรกร จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีคำสั่งให้หน่วยงานภาครัฐใช้ยางพาราไปดำเนินการตามโครงการต่างๆ โดยหนึ่งในแนวทางการแก้ไขปัญหาคือ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ใช้ยางพาราทำถนนดินยางพาราซอยล์ซีเมนต์ เพื่อแก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำ “ต้องรอดูว่า อปท.จะมีนโยบายในการทำถนนจริงหรือไม่ และเมื่อทำถนนแล้วจะใช้ถนนดินยางพาราซอยล์ซีเมนต์หรือไม่ เพราะอาจเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดเงื่อนไขอำนาจการต่อรองให้กับชาวสวนยางพาราได้” นายสมพงศ์กล่าว และว่า ส่วนการใช้น้ำยางพาราไปทำถนนแล้ว ยางพาราจะหายไปจากตลาดแล้วราคายางพาราจะขยับขึ้นหรือไม่ ต้องรอดู แต่ขณะนี้เข้าถึงฤดูกาลน้ำยางสดจะออกมาปริมาณมาก ทั้งนี้ วันที่ 23 พฤศจิกายน ในพื้นที่ จ.สงขลา ราคาตกลงมาอยู่ที่ 35 บาทต่อ กก.จากเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ราคาอยู่ที่ 35.50 บาทต่อ กก. ราคาได้ขยับลง
