องุ่นไร้เมล็ด
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) โดยโครงการสนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการเรียนรู้การปลูกไม้ผล และอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จัดกิจกรรม “การถ่ายทอดเทคโนโลยี และแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปลูกองุ่น” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิคและวิธีการปลูกองุ่นในระบบใหม่จากการวิจัยและพัฒนาของโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ซึ่งจะช่วยให้ได้ผลผลิตสูง คุณภาพดี สะดวกต่อการจัดการลดการใช้สารเคมีและความเสี่ยงด้านการตลาด คุณวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) กล่าวว่า องุ่นเป็นไม้ผลทางเลือกที่สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงปลูกเป็นอาชีพ เพราะเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนต่อพื้นที่สูง สามารถทดแทนพืชที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ข้าวโพด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นไม้ผลที่มีศักยภาพทางการตลาดเนื่องจากราคาและความต้องการของตลาดมีสูง และสามารถใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรได้อีกด้วย ระบบการปลูกองุ่นแบบโครงการหลวงได้พัฒนาขึ้นใหม่จากผลการวิจัยเรื่อง “การศึกษาและพัฒนาระบบกา
“เขาหาว่า ผมบ้า มาปลูกองุ่นกลางท้องนา” คุณธนกฤต ธนศรีตะเวน หนุ่มใหญ่วัยฉกรรจ์ เจ้าของสวนองุ่นธนกฤต บอกเล่าความหลัง เมื่อเขาตัดสินใจพลิกฟื้นผืนนามาทำสวนองุ่นแห่งแรกในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เดิมทีครอบครัวของ คุณธนกฤต ธนศรีตะเวน มีอาชีพทำนา แต่การปลูกข้าว ต้องพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก ปีไหนฝนฟ้าไม่เป็นใจ ก็ได้ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย บางปีก็ขายข้าวไม่ได้ราคา ระยะหลังเจอปัญหาภัยแล้งทุกปี ก็สู้ไม่ไหว ตัดสินใจเลิกทำนา หันมาทำสวนองุ่นแทน เพราะองุ่นเป็นไม้ผลที่ให้ผลตอบแทนดี สามารถวางแผนการปลูกให้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี ในระยะแรก คุณธนกฤตเรียนรู้เรื่องการปลูกดูแลองุ่นจากตำรา และเยี่ยมชมสวนองุ่นในพื้นที่ต่างๆ นำมาประยุกต์ใช้ในสวนองุ่นของตัวเอง จนได้ผลผลิตคุณภาพดี ที่นี่เน้นปลูกองุ่นไร้เมล็ด เมื่อสวนองุ่นเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เขาเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาแวะชม-ชิม-ช็อป องุ่นผลสดและน้ำองุ่นในสวน กลายเป็นจุดขาย ทำให้สวนองุ่นแห่งนี้เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวบ้าน มีกลุ่มลูกค้าขาประจำแวะเวียนเข้ามาซื้อสินค้าถึงสวนอย่างไม่ขาดสาย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรชื่อดังของอำเภออรัญประเทศมาจนถึงทุ
คุณปรีชา ใจบาล เกษตรกรรุ่นใหม่ หัวไว ใจสู้ พักอยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 4 บ้านดอกบัว ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ด้วยวัย 43 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร เห็นเรื่ององุ่น ในสื่ออินเตอร์เน็ต มีความสนใจ จึงศึกษาดู ประกอบกับแรงบันดาลใจอยากจะปลูกพืชยืนต้น ลงทุนครั้งเดียวสามารถอยู่ได้นาน จึงติดต่อกับ อาจารย์ชินพันธ์ ธนารุจ อาจารย์ประจำสาขาไม้ผล คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาชมรมผู้ปลูกองุ่นระดับประเทศและภาคเหนือ เพื่อขอความรู้และได้ติดต่อซื้อต้นพันธุ์จากการแนะนำของอาจารย์ จนแน่ใจแล้วจึงตัดสินใจที่จะปลูกองุ่น โดยเลือกปลูกองุ่นไร้เมล็ด ซึ่งยังมีปลูกกันน้อยในจังหวัดพะเยา ในปี 2558 คุณปรีชา ใจบาล จึงลงมือปลูกทั้งหมด 175 ต้น รวมต้นรองที่ใช้เชื่อมต้น แต่คิดเป็นต้นหลักเพียง 35 ต้น ใช้เวลาเพียง 7 เดือน ทำให้กิ่งใบเต็มเร็ว โดยซื้อต้นพันธุ์ต้นตอป่าเปลี่ยนยอด ในราคาต้นละ 180 บาท แต่ราคาขายปลีกเขาจะขายในราคา 250 บาท ต่อต้น การปลูกองุ่นในพื้นที่ราบ สิ่งสำคัญคือ น้ำ ที่ให้จะต้องปราศจากคลอรีน เพราะฉะนั้นน้ำประปา ทั้งของการประปาและประปาหมู่บ้าน ไม่สามารถให้ได้ ที่แปลงค
องุ่นพันธุ์บิวตี้ ซีดเลส (BEAUTY seedless) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์องุ่นไร้เมล็ดที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะมีรสชาติอร่อย หวานกรอบ ผลทรงผลรี มีขนาดปานกลาง สีดำ ช่อใหญ่ ออกดอกติดผลง่าย อายุต่ำ หลังตัดแต่งกิ่งจะเก็บผลผลิตได้ในระยะเวลาประมาณ 4 เดือนครึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูและสภาพพื้นที่เป็นหลัก เนื่องจากองุ่นพันธุ์บิวตี้ ซีดเลส มีรสชาติอร่อย หวานกรอบและมีคุณประโยชน์ดีต่อร่างกาย มีสารอาหารจำพวกกรดอินทรีย์ น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลซูโคส วิตามินซี เหล็ก และ แคลเซียม ช่วยบำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้กระหาย ขับปัสสาวะ บำรุงกำลังอีกด้วย ดังนั้นผู้บริโภคและร้านอาหารบางแห่งจึงนิยมนำองุ่นพันธุ์บิวตี้ ซีดเลส ไปคั้นเป็นน้ำองุ่นสดจำหน่ายในท้องตลาด บิวตี้ ซีดเลส เป็นสายพันธุ์องุ่นต่างประเทศ ที่ถูกนำเข้ามาปลูกในเมืองไทยเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน โดยทั่วไป องุ่นบิวตี้ ซีดเลส เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ เมื่อปลูกในพื้นที่ที่มีภูมิอากาศหนาวเย็น ปัจจุบัน องุ่นพันธุ์บิวตี้ ซีดเลส นับเป็นพืชเศรษฐกิจทำเงินที่ สร้างรายได้อย่างดีให้แก่เกษตรกรจำนวนมาก หากปลูกองุ่นพันธุ์บิวตี้ ซีดเลส อย่างถูกวิธีจะมีผลผลิต ภายในเ
ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่า อาชีพทางการเกษตรไม่ได้เป็นงานที่สนใจเฉพาะผู้อยู่ในวัยเกษียณหรือผู้ที่เข้าสู่วัยกลางคน แต่ยังเป็นอาชีพที่คนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันให้ความสนใจมากขึ้น โดยบางท่านเมื่อเรียนจบการศึกษาแล้ว เมื่อได้ไปทดลองทำงานในบริษัทได้สักระยะ รู้สึกว่ายังไม่ตอบโจทย์กับความต้องการของชีวิต จึงลาออกจากงานนั้นมาประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับการเกษตรก็มี เพราะได้ทำในสิ่งที่รักและที่สำคัญยังมีเวลาอยู่กับครอบครัวโดยที่ไม่ต้องจากบ้านไปไหนไกล คุณบุญทวี ประดิษฐ อยู่บ้านเลขที่ 21/3 หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความสนใจที่อยากจะมีอาชีพทางการเกษตร ซึ่งเขามีดีกรีเป็นบัณฑิตแม่โจ้ รุ่นที่ 76 สาขาการผลิตสุกร คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งเขาได้มาปลูกองุ่นโดยใช้พื้นที่บริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ เรียกว่าการปลูกองุ่นแทบไม่ได้ตรงกับสายที่เขาเรียนมาเลยก็ว่าได้ แต่เขาสามารถดูแลองุ่นให้มีผลผลิตที่ทำรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี ชอบงานเกษตร มาตั้งแต่เด็ก คุณบุญทวี เล่าให้ฟังว่า ได้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เมื่อประมาณ ปี 2558 จากนั้นได้ไปทำงานในบริษั
คุณนิทัศน์และคุณโสภา สุขแสนโชติ หรือพี่ตุ๋ยและพี่ต้อย หันเหจากอาชีพรับราชการออกมาจับอาชีพเกษตรกรรมอย่างจริงจัง ศึกษาค้นคว้าทำมาหลายอย่างแต่มาจบที่องุ่นไร้เมล็ด คุณนิทัศน์เข้าเรียนเกษตรที่จังหวัดน่านเมื่อปี 2518 รุ่น 38 จบประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนพะเยา เมื่อจบการศึกษาทางด้านเกษตรก็สอบเข้ารับราชการเมื่อปี 2523 ในตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตร 2 วนเวียนอยู่ในจังหวัดพะเยา ระหว่างรับราชการก็ได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ตำแหน่งสุดท้ายคือนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และตัดสินใจลาออกก่อนเกษียณในปี 2557 ส่วนคุณโสภาหรือพี่ต้อย ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนแม่จัน จังหวัดเชียงราย เข้าเรียนที่เกษตรจังหวัดน่านในปี 2518 รุ่น 38 เหมือนกัน แต่เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) แล้วออกมารับราชการที่สถานีประมงน้ำจืด จังหวัดพะเยา ระหว่างรับราชการก็ศึกษาต่อจนจบปริญญาตรีเช่นกัน และลาออกก่อนเกษียณในปี 2557 ตามพี่ตุ๋ย ตำแหน่งสุดท้ายคือ หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านประมง สำนักงานประมงจังหวัดพะเยา ข้อมูลทางวิชาการ จากองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่
