อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
เครือเจริญโภคภัณฑ์ ผนึกกำลังกับเทศบาลตำบลครึ่ง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ชุมชนบ้านหลวงใหม่พัฒนา โรงเรียนบ้านหลวง โรงเรียนวัดครึ่งใต้วิทยา วัดหลวง และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดงาน “อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและเยาวชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่ป่าชุมชน รวมถึงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขและลดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ในภาคเหนือ โดยมี นายฤทธิเดช จรรยาพงษ์ ปลัดอำเภอเชียงของ ประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางศิริลักษณ์ บ่อสร้าง รองผู้จัดการฝ่าย ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ แอนโทนี-ปิยชนม์ ภุมวิภาชน์ ยุวทูต SEAMEO องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เยาวชนต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อม นายดำรงศักดิ์ ไชยสาร นายกเทศมนตรีตำบลครึ่ง นายชาญวิทย์ รอดเกิด ผู้แทนเกษตรอำเภอเชียงของ ร้อยเอก อภิภู เมืองซ้าย หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชร.4 (หาดไคร้) ว่าที่ ร้อยโท ทัศน์ไชย ไชยทน ปลัดเทศบาลตำบลครึ่ง นายภัทรพล หิริรักษ์วัฒนกิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ กิจการผลิตและขายสุกรภาคเหนือบน เขต 3 บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย
อาจารย์ ดร.นรินทร์ บุญตานนท์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม (Center and Technology Development for Environmental Innovation – REi) คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ค้นพบทางออกสำหรับปัญหาการกำจัดขยะอินทรีย์ของครัวเรือน โดยได้ประดิษฐ์ “เครื่องกำจัดขยะอินทรีย์ภายในครัวเรือนเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม” ได้กล่าวถึงธรรมชาติของการย่อยสลายขยะอินทรีย์ มีความแตกต่างกันตามลักษณะของขยะแต่ละประเภท ซึ่งปัญหาขยะ ณ บางจุดทิ้งส่งกลิ่นเนื่องจากเกิดการตกค้าง รวมทั้งประชาชนส่วนใหญ่ยังคงขาดความรู้เรื่องการจัดการกับขยะอย่างเหมาะสม ทางเลือกสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ จากการรู้วิธีการจัดการกับขยะอินทรีย์คือ “การตัดตอน” ปัญหาการตกค้างของขยะของอินทรีย์ ด้วยเครื่องกำจัดขยะภายในครัวเรือน จาก “วัสดุเหลือทิ้ง” ที่นอกจากจะเป็นการนำทรัพยากรกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังสามารถช่วยในการย่อยสลายภายในระยะเวลาก่อนที่ขยะจะแปรสภาพส่งกลิ่น จุดเริ่มต้นของการทำ “เครื่องกำจัดขยะอินทรีย์ภายในครัวเรือนเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม” นั้น เริ่มขึ้นจากเรื่องการเร
เนื่องจากครัวเรือน และองค์กรชุมชนต่างๆ ที่มีประชาชนอาศัยอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น โรงเรียน หอพัก อพาร์ตเมนต์ ฯลฯ มีปริมาณขยะอินทรีย์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน จากลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่ยึดติดต่อความสะดวกสบายของผู้คนในปัจจุบัน ทำให้มีปริมาณขยะอินทรีย์เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ มากมาย ทำให้เกิดปัญหาขยะล้นเมือง และปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งทางด้านทัศนียภาพ กลิ่น และแมลงพาหะนำโรค รวมถึงปัญหาด้านการขาดแคลนพื้นที่กำจัดขยะและวิธีการจัดการที่ไม่เหมาะสม จึงทำให้ภาครัฐประสบปัญหา ทั้งด้านปริมาณและผลพวงของมลพิษสิ่งแวดล้อมจากขยะอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาข้างต้น จึงให้เป็นที่มาของการคิดค้นประดิษฐ์ เครื่องหมักขยะอินทรีย์ขึ้น โดยมี ดร.ลักขณา เบ็ญจวรรณ์ นักวิจัยจากฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เป็นเจ้าของผลงาน ดร.ลักขณา กล่าวว่า การคิดค้นเครื่องหมักขยะอินทรีย์ มุ่งเน้นที่การใช้ประโยชน์ได้สะดวกและจูงใจในการทำปุ๋ยหมัก เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากขยะอินทรีย์ให้เกิดมูลค่าสูงสุด อีกทั้งยังเป็นการกำจัดขยะอินทรีย์ ณ แห
หลังจากที่ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย ได้เปิดตัวแคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” เพื่อรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกกับลูกค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยว ผู้ใช้บริการร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน 20 สตางค์ ต่อถุง นำไปสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์มอบให้กับอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช ล่าสุด เพียงแค่หนึ่งเดือนเศษ สามารถลดการใช้ถุงพลาสติกไปถึง 102,323,402 ใบ ทำให้ยอดเงินบริจาคให้โรงพยาบาลศิริราช จากวันที่เริ่มโครงการ 7 ธันวาคม 2561 จนถึงวันที่ 13 มกราคม 2562 คิดเป็นจำนวน 20,464,681 บาท นายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า ตามที่บริษัทได้ดำเนินแคมเปญ “ลดวันถุง … คุณทำได้” ภายใต้โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของบริษัท “7 Go Green” ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2561 จนถึงวันที่ 13 มกราคม 2562 เป็นระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนเศษที่รณรงค์ให้ลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศที่มาซื้อของในร้านเซเว่นฯ ปฏิเสธไม่รับถุงพลาสติก เพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน 20 สตางค์ ต่อถุง ทำ
ล่องใต้ไปเยี่ยมชมสวนปาล์มน้ำมันของ “ ลุงบำรุง หนูด้วง ” เกษตรกรคนเก่งเจ้าของรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำสวน ประจำปี 2556 ลุงบำรุงอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 77/7 หมู่ที่ 8 ตำบลสินปุน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลุงบำรุงจบการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น (มศ.3) แต่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างงดงามทีเดียว เพราะลุงบำรุงเป็นเกษตรกรที่ขยัน ฉลาด มีความคิดริเริ่มในการทำงาน จึงฟันฝ่าอุปสรรคจนสร้างฐานะร่ำรวย มีรายได้ที่มั่นคงเป็นปึกแผ่น ทุกวันนี้ลุงมีที่ดินทำกินเป็นของตนเองกว่าร้อยไร่ มีทั้งสวนปาล์มน้ำมัน และสวนยางพารา ใช้ทะลายปาล์มน้ำมันเป็นปุ๋ยหมักในสวนปาล์ม เดิมลุงบำรุงมีอาชีพเป็นลูกจ้างสวนป่าสินปุน องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ต่อมาในปี 2533 ได้รับมรดกเป็นที่ดินลูกรังรกร้างว่างเปล่า จึงได้ทำการศึกษาลักษณะของดินเพื่อหาวิธีการปรับปรุงบำรุงดินให้เหมาะสมกับการปลูกปาล์มน้ำมัน ริเริ่มใช้ซังทะลายปาล์มคลุมดินให้ย่อยสลายเป็นอินทรียวัตถุ ถึงแม้ว่าในช่วงแรกวิธีการใช้ซังทะลายปาล์มคลุมดินยังไม่เป็นที่ยอมรับจากคนทั่วไปมากนัก เนื่องจากเกรงว่าจะก่อให้เกิดการสะสมของโรคและแมลงศัตรูพืช แต่ลุงก็ไม่ย่อท้อพยายามหา
