ออร์แกนิค
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตอาหารที่ปลอดภัย มีคุณภาพได้มาตรฐาน GAP และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ในระดับชุมชน ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับสากล โดยส่งเสริมการทำเกษตรกรรมยั่งยืนในรูปแบบต่างๆ อาทิ เกษตรอินทรีย์ และเกษตรผสมผสานมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพของภาคเกษตรให้เข้มแข็งและยั่งยืน สร้างรายได้และความมั่นคงในการประกอบอาชีพให้กับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนศรีไคออร์แกนิค ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี นับเป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จในการทำเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2561 โดยมี นายสามัคคี นิคมรักษ์ เป็นประธานวิสาหกิจฯ มีสมาชิกเกษตรกร 15 ราย พื้นที่ทำเกษตรอินทรีย์รวม 66 ไร่ เฉลี่ย 4-5 ไร่/ครัวเรือน โดยสมาชิกในกลุ่มจะดำเนินกิจกรรมบนพื้นที่ของตนเองและมีการบริหารจัดการรวมกัน ซึ่งสมาชิกทุกรายผ่านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ PGS จากมูลนิธิเกษตรอินทรีย์ไทย และจากสถานีพัฒนาที่ดินอุบลราชธานี สำหรับเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสานที่สมาชิกแต่ละครัวเรือนเพาะปลูก ได้แก่ มะเขือเทศเชอร์รี่หวานอินทรีย์ ผักทานใบ ผักสลัด กล้วย มะม่วง และข้าว ซึ่งสินค้าเกษต
ลุงวุฒิ หรือ นายวุฒิศักดิ์ พรมแก้ว เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการเลี้ยงสัตว์ ประจำปี พ.ศ. 2566 ได้เปิดฟาร์มเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศ ฟาร์มแห่งนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา โทรศัพท์ 083-104-2252 ลุงวุฒิเป็นผู้นำรวมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่สัตว์ปีกอารมณ์ดี อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ที่นี่เน้นเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระในสวนปาล์มน้ำมัน ช่วยให้แม่ไก่มีชีวิตที่ดีขึ้น และใช้สูตรสมุนไพรแทนยาปฏิชีวนะ สามารถเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย ดีกว่าการปลูกปาล์มน้ำมันเพียงอย่างเดียวหลายเท่าตัว ปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้ได้รับใบรับรองมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในระบบฟาร์มการเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ขังกรง (Cage-Free) จากบริษัท คะตะลิสต์ วิสาหกิจเพื่อสังคมและได้เรียนรู้ทักษะในการจัดการฟาร์มไก่ไข่ที่ยั่งยืน เน้นวิธีการเลี้ยงที่คำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพสัตว์ให้ได้มาตรฐานสากล ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งช
ธุรกิจแบบสตาร์ทอัพที่ทำไป ทดลองไป หาข้อมูลไป เป็นหนึ่งในแนวคิด ที่ noBitter ฟาร์มผักขนาดเล็กใจกลางเมือง ของ ดร.วิลาศ ฉ่ำเลิศวัฒน์ และทีมงาน ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมาจากแนวคิดที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับคนเมือง ดร.วิลาส ฉ่ำเลิศวัฒน์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง กล่าวว่า เป้าหมายของ noBitter คือ ต้องการที่จะปลูกผักเพื่อคนเมืองจริงๆ เนื่องจากพืชผักที่จำหน่ายอยู่ตามซุปเปอร์ส่วนใหญ่ที่คนเมืองบริโภค ยังตรวจเจอสารพิษอยู่ ทั้งๆ ที่เป็นผักออร์แกนิก ดังนั้น การปลูกผักปลอดภัยที่จำหน่าย ณ จุดขายได้ ทันทีจะเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในเมืองได้ “noBitter เราให้นิยามมันว่า เป็น mini plant factory เป็นโรงงานปลูกผักขนาดเล็กในกลางเมือง สาเหตุที่ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะผลิตผักขึ้นมาเพื่อจะตอบสนองความต้องการของชุมชนเมืองได้ ซึ่งที่ตั้งปัจจุบันเราคือ อยู่ใน Space At Siam เป็น Co-Working Space ที่หนึ่ง โดยชั้นล่างจะมีเด็กๆ มาใช้บริการเรียนหนังสือ นั่งทำงาน แล้วชั้นบนที่เป็นลานนั่งเล่นไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ เราก็กั้นพื้นที่ขึ้นมาเล็กๆ ส่วนหนึ่งแล้วก็ทดลองทำ” จุดเริ่มต้นของ noBitter ลงมือทำจากการขาดองค์คว
ดูเหมือนว่า ถั่วงอก จะเป็นผักที่ใกล้ตัวคนมากที่สุด เนื่องจากรับประทานกับอาหารได้หลายชนิด ซึ่งถั่วงอกทั่วไป จะมีต้นขาว อวบ อ้วน แต่ที่นำมาเสนอในคราวนี้ เป็นถั่วงอกต้นเขียวออร์แกนิก ที่จับกลุ่มคนรักสุขภาพ ถั่วงอกต้นเขียวนี้ มีลักษณะ ต้นเรียว ยาว และมีสองใบเล็กงอกออกมาแล้ว คุณทัศนีย์ เที่ยงนิล เจ้าของไอเดียถั่วงอกต้นเขียว ใช้พื้นที่เล็กๆ ราว 12 ตารางเมตร หลังบ้าน ในเขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ เป็นสถานที่เพาะ คุณทัศนีย์ มีแนวคิดว่า ถั่วงอกที่เราบริโภคกันทุกวันนี้ มีการใช้สารเคมีมาก จึงคิดเพาะถั่วงอกปลอดสาร หรือ ออร์แกนิก เพื่อตอบโจทย์ สำหรับผู้รักสุขภาพ “เริ่มต้นคือ เป็นคนชอบทานผักใบเขียว ผักทุกชนิด ก็เลยมีความคิดว่า ทำไม ไม่ปลูกผักทานเอง ก็ไปเจอคลิปการปลูกผักในอินเตอร์เน็ต จึงทดลองปลูก กระทั่งมาต่อยอดเป็นถั่วงอกต้นเขียวอย่างนี้” คุณทัศนีย์ เล่าให้ฟัง ถั่วงอกต้นเขียว ใช้เวลาเพาะในที่มืด 3 วัน และให้มาเจอแสงรำไรอีก 6 ชั่วโมง ก็จะได้ ถั่วงอกต้นยาว ที่มีใบเล็กๆ ออกมา คุณทัศนีย์ บอกว่า ใช้เงินลงทุนไปราว 3 พันบาทเท่านั้น สำหรับค่าวัสดุอุปกรณ์ และโรงเพาะง่ายๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำเองไม่ต้องจ้าง เริ่มตั้ง
