อาชีพเกษตรกร
เลขาธิการ กฟก. ร่วมจัดทำงบประมาณปี 2569 กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอของบ 4,905 ล้านบาท เพื่อใช้จัดการหนี้และฟื้นฟูเกษตรกรทั่วประเทศ ยืนยันเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน และสนับสนุนอาชีพเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่ยั่งยืนและมั่นคงในอนาคต วันที่ 27 มกราคม 2568 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ร่วมประชุมหารือการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม โดยสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้จัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จำนวน 4,905 ล้านบาท นายสไกร กล่าวว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ที่ขอไปจำนวน 4,905 ล้านบาท แบ่งเป็นงบเพื่อการจัดการหนี้ จำนวน 2,500 ล้านบาท งบเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 1,500 ล้านบาท โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร 4 ธนาคารรัฐ 136 ล้านบาท และ 769 ล้านบาท โดยไม่เพิ่มสัดส่วนงบประมาณด้านการบริหารสำนักงาน ทั้งนี้ ภารกิจด้านการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในปี 2568 ยังเน้นไปที่ 1,840 โครงการ ที่เกษตรกรสมาชิก และองค์กรเกษตรกร ของบปร
วันที่ 29 เมษายน 2566 นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าปัญหาของพี่น้องเกษตรกรเป็นปัญหาที่หนักมาก ทั้งราคาผลผลิตตกต่ำ ภัยธรรมชาติ โรคระบาด ส่งผลให้เกษตรกรเกิดปัญหาหนี้สิน ส่งผลให้ถูกยึดที่ดินทำกิน รวมถึงที่อยู่อาศัย กระทบกับการดำเนินชีวิตของเกษตกรเป็นอย่างมาก จึงขอเป็นตัวแทนของเกษตรกรทั่วประเทศ และเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ให้รัฐบาลเล็งเห็นถึงปัญหาของพี่น้องเกษตรกรให้รอบด้าน และได้ยื่นหนังสือสอบถามพรรคการเมืองที่จะเข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล ถึงนโยบายการสนับสนุนงบประมาณให้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่ผ่านมากองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้ทำงานแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรสมาชิกทั้งการแก้ไขปัญหาหนี้สิน การฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้กับ 4 ธนาคารรัฐ แต่การจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอกับภารกิจหลักทั้งสองด้านของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในปัจจุบันมีองค์กรเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกองทุนฟื้นฟูฯ จำนวน 56,149 องค์กร มีสมาชิกกว่า 5,700,000 คน โดยกองทุนฟื้นฟูฯ ให้การสนับสนุนองค์กรเกษตรกรในการฟื้นฟูอาชีพฯ 12,161 โครงการ งบประมาณ 1
ระยะนี้ เป็นช่วงฤดูของผลไม้อันเลื่องชื่อของภาคตะวันออก ทั้ง ทุเรียน มังคุด ลองกอง มีให้ชมและชิมกันอย่างจุใจ ในฉบับนี้ขออาสาพาไปชม “สวนคุณลูกหมู” ของ “คุณกิติภูมิ พรเจีย” เกษตรกรคนเก่ง ที่ปลูกไม้ผลนานาชนิดที่มีคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยม มาตรฐานส่งออก ฟันกำไรได้ก้อนโต แต่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าชาวบ้าน หากอยากรู้เขามีเคล็ดลับเทคนิคการบริหารจัดการอย่างไร …ไปหาคำตอบด้วยกันได้เลย สวนคุณลูกหมู เดิมที สวนแห่งนี้ปลูกเงาะมาก่อน แต่เจอปัญหาผลผลิตล้นตลาด ขายเงาะกิโลกรัมละไม่ถึง 10 บาท คุณกิติภูมิ พรเจีย จึงตัดสินใจตัดต้นเงาะทิ้ง และหันมาปลูกทุเรียนหมอนทอง 600 ต้น ผสมผสานกับต้นมังคุดจนเต็มพื้นที่ 34 ไร่ คุณกิติภูมิ เป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้า ใส่ใจนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาพัฒนาระบบการผลิต การตลาด การจัดการผลผลิต และส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรในท้องถิ่น เพื่อร่วมกันผสมปุ๋ยใช้เอง เพื่อลดต้นทุนการผลิตในปี 2540-2545 ตั้งกลุ่มปรับปรุงคุณภาพ มังคุด-ทุเรียน เพื่อการส่งออก เพื่อรวบรวมผลผลิตส่งขายตรงกับตลาดปลายทางเพื่อลดปัญหาพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ และจัดตั้งศูนย์เรียนรู้กลุ่มผลิตไม้ผลคุณภาพตำบลชากไทยเกี่ยวกับการผล
