ัรับมือวิกฤตโควิด-19
อสป. เปิดแผนป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 ในทุกพื้นที่สะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่ง เต็มสูบ หลังพบการระบาดของโรคมาเร็ว และแรงในหลายจังหวัดทั่วไทย นำร่องที่สะพานปลากรุงเทพ โดยประสานกับศูนย์บริการสาธารณสุข 14 แก้วสีบุญเรือง เข้าตรวจเข้มหาเชื้อกับแรงงานต่างด้าวในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง รวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด-19 และผู้ที่เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร พร้อมตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 กับเจ้าหน้าที่สะพานปลากรุงเทพ ที่มีความเสี่ยงสูงจากการปฏิบัติงานด้วย นายอมรศักดิ์ พันธุรักษ์ รองผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา ด้านสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมง เปิดเผยว่า จากกรณีการระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพบผู้ป่วยโควิด-19 เชื่อมโยงตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร หลายจังหวัด ในฐานะที่องค์การสะพานปลา (อสป.) เป็นผู้กำกับดูแลสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่ง ทั่วประเทศ และทุกพื้นที่มีจำนวนชาวต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนมาก ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะถือเป็นนโยบายหลัก อสป. และ ดร. มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา ก็ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเข้มงวด
อสป. เรียกประชุมด่วน ระดมสมองสกัดโควิด 19 รอบ 2 ระบาดหนัก พร้อมยอมตัดไฟแต่ต้นลม สั่งปิดท่าสะพานปลาสมุทรสาครและสมุทรปราการ งดให้บริการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.63 เป็นต้นไป หวั่นคุมไม่อยู่ ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า หลังตรวจพบจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด 19 (covid 19) ที่ จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.นครปฐม และกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อสป.ในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่งทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้มีสะพานปลาสมุทรสาคร และสะพานปลาสมุทรปราการ รวมอยู่ด้วย ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.63 ได้เรียกประชุมด่วนหัวหน้าสำนักงานสะพานปลาทั้ง 2 แห่ง รวมถึงผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมหารือ และหาแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ข้อสรุปว่า จำเป็นต้องปิดท่าหรืองดให้บริการสะพานปลาสมุทรสาคร และสะพานปลาสมุทรปราการ เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.63 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อลดความเสี่ยง และควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิค 19 แต่อย่างไรก็ตาม จะผ่อนปรนให้กับผู้ประกอบการเร
