เกษตรกรชาวสวนมังคุด
กลางคืนมีอากาศเย็น ส่วนกลางวันอากาศร้อนในช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมังคุด เฝ้าระวังการระบาดของ เพลี้ยไฟ มักพบการเข้าทำลายในระยะที่ต้นมังคุดเริ่มออกดอกถึงระยะติดผลอ่อน โดยจะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของ เพลี้ยไฟ เข้าทำลายดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนต่างๆ ของพืช สำหรับการเข้าทำลายของ เพลี้ยไฟ ในระยะออกดอกและติดผลอ่อน อาจทำให้ดอกและผลอ่อนมังคุดร่วง ส่วนผลอ่อนมังคุดที่ไม่ร่วงเมื่อมีการพัฒนาผลโตขึ้น จะเห็นรอยทำลายของ เพลี้ยไฟ ชัดเจน เนื่องจากผิวเปลือกมังคุดจะมีลักษณะขรุขระ ที่เรียกว่า ผิวขี้กลาก ทำให้ผลผลิตมังคุดมีคุณภาพต่ำ การเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ ในระยะแตกยอดอ่อนและใบอ่อน จะส่งผลทำให้ต้นมังคุดชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น หงิกงอ ใบไหม้ และต้นมังคุดขาดความสมบูรณ์ แนวทางในการป้องกันและแก้ไขการระบาดของ เพลี้ยไฟ ให้เกษตรกรสำรวจการระบาดของ เพลี้ยไฟ บนใบอ่อน ดอก และยอดอ่อน หากพบ เพลี้ยไฟ จำนวนมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ตัว ต่อ 4 ดอก (0.25 ตัว ต่อดอก) หรือ 1 ตัว ต่อยอด หรือผลอ่อน ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร
ผู้ว่าฯ เมืองคอนจับมือหอการค้า แก้เกม “ล้งมังคุดใต้” ฮั้วดัมพ์ราคารับซื้อจากชาวสวน บิดเบือนกลไกตลาด หลังชาวสวน 300 คน ออกมาเคลื่อนไหว ล่าสุดราคาดีดกลับพุ่งขึ้นจาก 20 บาท/กก. เป็น 45-50 บาท หลังจากชาวสวนมังคุดในอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช กว่า 300 ราย ได้เข้ารวมตัวกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และคณะกรรมการที่ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาราคามังคุดลดลงตกต่ำภายใน 1 สัปดาห์ จากราคา 110 บาท/กิโลกรัม (กก.) เหลือเพียง 20 บาท/กก. โดยมีความไม่ชอบมาพากลของล้งหรือจุดรับซื้อจนต้องออกมาเคลื่อนไหวดังกล่าวเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและหอการค้าจังหวัด รวมทั้งคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าตรวจสอบล้งหลายจุดในพื้นที่อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่ใกล้เคียง ปรากฏว่าราคามังคุดของชาวสวนได้ปรับราคาสูงขึ้นแบบในทันที โดยล่าสุดพบว่า ราคามังคุดขนาดต่างๆ ที่รับซื้อจากสวน มีราคาสูงขึ้น 45-50 บาท ต่อกิโลกรัม ซึ่งเกษตรกรเห็นตรงกันว่า ราคามังคุดจากสวนถูกบิดเบือนอย่างรุนแรง และมีกลุ่มพ่อค้าที่สาม
