เกษตรกรโคราช
ดอกสลิด หรือ ดอกขจร ผักพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายประเภท หรือจะนำมาลวกจิ้มกินกับน้ำพริกก็อร่อย แถมยังมีวิธีการปลูกและดูแลง่าย ปลูกได้ทุกสภาพพื้นดิน เพียงแต่ต้องรู้จักนิสัยสักหน่อย คุณศราวุฒิ ลาจังหรีด (ต่าย) อยู่บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 8 บ้านโคกโจด ตำบลกุดโบสถ์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา พนักงานประจำด้านปศุสัตว์ สนใจอยากหารายได้เสริมให้ครอบครัว ด้วยความที่ไม่อยากให้พ่อกับแม่ที่มีอายุมากออกไปรับจ้างทำงานข้างนอกบ้าน จึงมีความคิดที่จะปลูกดอกขจรเป็นอาชีพเสริม เพราะจากที่ศึกษาข้อมูล ขจร เป็นพืชที่ปลูกง่าย ลงทุนน้อย ปลูกครั้งเดียวเก็บดอกได้นาน 5 ปี เริ่มปลูกดอกขจร ด้วยเงินเพียง 500 บาท คุณต่าย เริ่มปลูกดอกขจรเป็นอาชีพเสริมมานานกว่า 5 ปี ดอกขจรที่ปลูกคือ พันธุ์เกษตร 1 ให้ช่อดอกใหญ่ ดกเต็มต้น ขายได้ราคาดี “ผมเริ่มต้นปลูกดอกขจรเป็นอาชีพเสริม ด้วยเงินเพียง 500 บาท คือการซื้อกิ่งพันธุ์มาชำแล้วปลูกเองจำนวน 200 กิ่ง ปลูกได้ไม่ถึง 2 งาน เริ่มเปิดตลาดด้วยการนำดอกขจรไปนั่งขายที่ตลาดนัด ก็ได้รับผลตอบรับดี ชาวบ้านให้ความสนใจ มีลูกค้าประจำจำนวนหนึ่ง และมีล
ผู้สื่อข่าวจากนครราชสีมารายงานว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ภายหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่เริ่มทำการเพาะปลูกพืชผักที่ใช้น้ำน้อย อย่างใน อ.ประทาย จ.นครราชสีมา เริ่มมีเกษตรกรทำการเกษตร ปลูกพืชใช้น้ำน้อย ที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในช่วงหน้าหนาว ทำให้ทางสำนักงานเกษตรอำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา ต้องออกมาเตือนเกษตรกรให้รู้จักโรคพืชที่อาจเกิดการระบาดได้ รวมถึงแนะนำวิธีการป้องกันก่อนที่จะเกิดความเสียหายแก่ผลผลิต นายธีระศักดิ์ บุตรธนู เกษตรอำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ในช่วงหน้าหนาวนี้ หากเกษตรกรต้องการที่จะปลูกพืชผักชนิดต่างๆ จำเป็นที่จะต้องมีความรู้เพื่อคอยดูแลพืชผักให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุด ซึ่งโรคของต้นอ่อนหรือกล้าผักต่างๆ มีอยู่ด้วยกันหลายชนิดแต่ที่ทราบและรู้จักกันดีที่สุด ได้แก่ โรคโคนเน่าคอดิน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันทั่วๆ ไปว่า โรคกล้าตายพราย หรือโรคเหี่ยวเขียว จัดว่าเป็นโรคระบาดสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับผักมากมายหลายชนิด หลายตระกูลในเกือบทุกสภาพของดินและภูมิอากาศตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของการเจริญเติบโต อาการทั่วไปจะพบว่า ต้นกล้าฟุบตายเป
