เกษตรกรไทย
สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยถึงทิศทางและความคืบหน้าการดำเนินงานของ กฟก. ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการ “ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้มีความมั่นคงและยั่งยืน” พร้อมขานรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งสู่ “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดย กฟก. พร้อมขับเคลื่อนภารกิจให้สอดคล้องกับ 5 นโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ การยกระดับ การผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร การตลาดนำการผลิต และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตรกรรมไทยในระยะยาว ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปีที่ผ่านมา กฟก. ได้ดำเนินภารกิจฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการสร้างอาชีพ การพัฒนาองค์กรเกษตรกร และการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ โดยตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบันได้อนุมัติงบประมาณเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรแล้วกว่า 13,651 โครงการ วงเงินรวมกว่า 1,814 ล้านบาท ขณะเดียวกัน กฟก. ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรได้แล้วจำนวน 36,94
การเกษตรถือเป็นรากฐานสำคัญของหลายประเทศ รวมถึงญี่ปุ่นและไทยที่ต่างมีความโดดเด่นเฉพาะตัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแตกต่างที่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรม เทคโนโลยี และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละพื้นที่ เทคโนโลยีชาวบ้านได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณนิทัศน์ ศรีอุราม หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘คุณโอซัง’ เกษตรกรตัวจริงที่เคยไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเกษตรกรรมที่ประเทศญี่ปุ่น เผยให้เห็นมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างการทำเกษตรในญี่ปุ่นและไทย ซึ่งหลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน คุณโอซัง เล่าให้ฟังว่า จากการที่ได้ไปแลกเปลี่ยนเป็นเกษตรกรในญี่ปุ่นถ้าพูดถึงในมุมของการทำเกษตรในญี่ปุ่นกับไทยนั้น “การผลิตไม่ได้ต่างกันมาก แต่ที่แตกต่างจริงๆ คือการวางแผนและการบริหารจัดการ ยกตัวอย่างในไทยช่วงมีนาคม-เมษายน ทุเรียนจะออกผลผลิต ซึ่งเกษตรกรต้องวางแผนทั้งการปลูกและการขาย ถ้าเป็นคนไทย เราต้องจัดการเองทุกขั้นตอน แต่ที่ญี่ปุ่นจะมีสหกรณ์เกษตรที่ช่วยบริหารจัดการผลผลิตต่อไป และส่วนใหญ่คนไทยมักจะไม่ค่อยจดบันทึกรายละเอียดแบบที่คนญี่ปุ่นทำ” ในบ้านเรา ปัญหาของเกษตรกรมักไม่ได้อยู่ที่การปลูกพืช แต่เป็นเรื่องราคาสินค้าที่ตกต่ำห
จากอดีตที่การทำนายังพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก กระบวนการเพาะปลูกส่วนใหญ่ต้องอาศัยแรงงานคน ตั้งแต่การปักดำไปจนถึงการคราดไถที่ใช้แรงงานสัตว์เป็นกำลังหลักต่อมา เมื่อเทคโนโลยีเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การทำนาจึงค่อยๆ พัฒนาและเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรที่สามารถครอบคลุมกระบวนการผลิตได้เกือบทั้งหมดในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการไถพรวน การหยอดเมล็ด การปักดำ หรือการเกี่ยวนวด ล้วนสามารถดำเนินการได้ด้วยเครื่องจักรอย่างเต็มรูปแบบ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาประยุกต์ใช้ในภาคการเกษตร ช่วยให้ชาวนาสามารถจัดการงานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ลดปัญหาและข้อจำกัดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพของผลผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการทำนาให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายเสฏฐวุฒิ ดรศรีเนตร ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์ข้าวชุมชนทุ่งนครแค จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เดิมทีชาวนาในพื้นที่ส่วนใหญ่ทำการผลิตข้าวตามวิถีดั้งเดิมมาโดยตลอด ในแต่ละปีต้องเผชิญกับปัญหาที่แตกต่างกัน ทั้งปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และโดยเฉพาะปัญหาราคาข้าวที่เกษตรกรไม่สามารถกำหนดได้เอง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความม
ข้าวเป็นพืชที่มีความสำคัญต่อประเทศและสังคมไทยอย่างยิ่ง นอกจากนี้ข้าวยังมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมประเพณี และวิถีชีวิตของคนไทยทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน และเพื่อเป็นการรำลึกถึงความสำคัญของข้าว รวมทั้งเพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวนา จึงถือกำหนดวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ด้วยความสำคัญที่ผูกพันอย่างลึกซึ้ง ระหว่าง ข้าวและชาวนา คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” จากเหตุผลที่วันที่ 5 มิถุนายน 2489 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 พร้อมด้วยสมเด็จพระอนุชา คือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการทำนา ซึ่งทั้ง 2 พระองค์ได้ทรงหว่านข้าว และทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน จึงถือเป็นวันที่เป็นสิริมงคลยิ่งของชาวนาไทย และเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของข้าวที่เป็นอาหารหลักหล่อเลี้ยงคนทั่วโลก ก่อให้เกิดวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับข้าวและชาวนา นอกจากนี้ เป็นการเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ชาวนาไท
แม็คโคร-โลตัส ภายใต้บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำปณิธานการดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมไทย โดยให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกรรม ซึ่งเป็นรากฐานความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ที่ผ่านมาผลผลิตทางการเกษตรของไทยบางช่วงราคาตกต่ำ จากภาวะผลผลิตล้นตลาด รวมถึงไม่มีตลาดที่แน่นอน แม็คโคร-โลตัสจึงได้ผนึกกำลังร่วมกับกรมการค้าภายใน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าในแต่ละจังหวัด จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร โดยตลอดทั้งปี 2566 แม็คโครได้รับซื้อสินค้าจากเกษตรกรรวมกว่า 98 ล้านกิโลกรัม มูลค่าขายกว่า 5,500 ล้านบาท จำหน่ายผ่านสาขาที่มีอยู่ 159 สาขาทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในแต่ละท้องที่ระบายสินค้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต โดยการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้าฯ มุ่งเน้นและพัฒนายกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนใน 3 บริบทหลัก ได้แก่ • การให้ความรู้แก่เกษตรกรในเรื่องความต้องการของตลาด เพื่อให้เกษตรกรผลิตผลผลิตที่มีคุณภาพ สม่ำเสมอ สอดคล้องตามความต้องการของตลาด • ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐจัดการอบรมให้ความรู้ พัฒน
กว่าครึ่งศตวรรษกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญต่างๆ ผ่านนโยบายรัฐบาล โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นคงในเรื่องอาชีพและรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์กว่า 12 ล้านครอบครัว จากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรกว่า 12,000 แห่งทั่วประเทศในวันนี้ ทั้งนี้ เพื่อยกระดับภาคการเกษตรให้สามารถเพิ่มมูลค่าผลผลิตมากขึ้นและสามารถเชื่อมโยงตลาดได้ด้วย การดำเนินงานก้าวหน้ามาโดยตลอด เห็นได้จากทุนดำเนินงานของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร มูลค่า 3.56 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3.47 หมื่นล้านบาท ยิ่งกว่านั้นมีปริมาณธุรกิจสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวมมูลค่า 2.13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.85 หมื่นล้านบาท จะเห็นว่าทุกโครงการที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงานให้กับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรตลอดปี 2565 ตามนโยบายของ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้กลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด สานต่ออาชีพการเกษตรของครอบครัว หรือโครงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจร้านค้าสหกรณ์ในรูปแบบซูเปอร์มาร์เก็
ในวันที่ 12 มิถุนายน 2563 นี้ กระทรวงคมนาคม จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง เรื่องอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและอำนวยความปลอดภัยจากยางพารา ระหว่างกระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้ เพื่อยกระดับราคายางพารา และเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน ด้วยการนำน้ำยางพาราของเกษตรกรไทย มาใช้ผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีตและหลักนำทางยางธรรมชาติ
กรมพัฒนาที่ดิน เร่งการก่อสร้างสระน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน “สระจิ๋ว” ให้ทันเก็บน้ำปีนี้ โดยปี 62 สนับสนุนให้เกษตรกร จำนวน 46,523 ราย ได้ใช้น้ำปลูกพืช และเตรียมรองรับและบรรเทาภัยแล้ง โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ครอบคลุมพื้นที่และทั่วถึงเกษตรกรที่ต้องการใช้น้ำ นางสาว เบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยถึงความคืบหน้า ที่กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการขุดสระน้ำในไร่นา ขนาด 1,260 ลูกบาศก์เมตร โดยให้เกษตรกรเจ้าของที่ดิน มีส่วนร่วมในการออกค่าใช้จ่ายในการขุดสระ จำนวน 2,500 บาท เพื่อเก็บน้ำในช่วงมีฝนตก สำรองน้ำใช้ยามฝนทิ้งช่วง รวมทั้งสนับสนุนการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้ง เป็นการบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ตลอดจนช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้แก่เกษตรกร ขณะนี้การก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้วกว่าร้อยละ 90 คาดว่าเกษตรกรทุกรายจะเก็บกักน้ำได้ในฤดูฝนนี้ และสามารถใช้น้ำได้ถึงปลายปีนี้อย่างแน่นอน เกษตรกรที่มีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนสระน้ำไว้ใช้ในการทำนาหรือการเกษตรอื่นๆ แจ้งความจำนงและขอคำแนะนำเพิ่มเติมได้จากหมอดินอาสา เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินทุกจังหวัด โ
นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ พร้อมคณะผู้บริหาร จับรางวัล ครั้งที่ 1 ในแคมเปญ “CPF แจกโชค…จัดหนัก จัดเต็ม ลุ้นโชค 2 ชั้น จุใจกว่า 18 ล้านบาท” เพื่อสมนาคุณเกษตรกรและตัวแทนจำหน่ายอาหารสัตว์ที่ให้การสนับสนุนและความไว้วางใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์บก โดยมี นางสาวญาณิพัชญ์ ศรีโคตร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารการปกครอง อำเภอปากเกร็ด พ.ต.อ. พงษ์จักร ปรีชาการุณพงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส แวนดา แกรนด์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี แคมเปญ “CPF แจกโชค…จัดหนัก จัดเต็ม ลุ้นโชค 2 ชั้น จุใจกว่า 18 ล้านบาท” ร่วมสนุกรับคูปองชิงโชคได้ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์บก ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 ตุลาคม 2562 ลุ้นรับรถปิกอัพ อีซูซุ ดีแมคซ์ จำนวน 6 รางวัล รถจักรยานยนต์ จำนวน 168 รางวัล สร้อยคอทองคำมากกว่า 900 เส้น และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวม 1,569 รางวัล มูลค่ากว่า 18 ล้านบาท พิเศษ! สำหรับลูกค้าฟาร์มซื้อตรง บริษัทได้อำนวยความสะดวก ตัดจา
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการประชุมเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-ตุรกี (Thailand-Turkey Free Trade Agreement : THTRFTA) ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 10-12 เมษายน 2562 ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี โดยได้มีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อเสนอรายการสินค้าที่จะลดและยกเลิกภาษีระหว่างกัน เพื่อหารือต่อเนื่องในด้านข้อบทและรูปแบบการเปิดตลาด พร้อมแลกเปลี่ยนข้อเสนอรายการสินค้าที่จะลดและยกเลิกภาษีระหว่างกัน โดยสินค้าเกษตรสำคัญที่ไทยเรียกร้องให้ตุรกีเปิดตลาดให้เพิ่มเติม ได้แก่ ผลไม้ ผัก น้ำตาล เครื่องปรุงรส และสินค้าเกษตรแปรรูป ภาพรวมมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยและตุรกี 3 ปี (ปี 2559-2561) เฉลี่ย 5.7 พันล้านบาท โดยไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรเฉลี่ย 4.7 พันล้านบาท สินค้าเกษตรส่งออกสำคัญ ได้แก่ ข้าว อาหารปรุงแต่งเพื่อใช้บริโภค ยางธรรมชาติยางแผ่นรมควัน และน้ำยางธรรมชาติ ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตรเฉลี่ย 1 พันล้านบาท สินค้าเกษตรนำเข้าสำคัญ ได้แก่ น้ำผลไม้ แป้งข้าวสาลี เมล็ดดอกคำฝอยหรือเมล็ดฝ้าย ขนมที่ทำจากน้ำตาล น้ำมันที่ได้
