เกษตรอัจฉริยะ
กรุงเทพฯ – ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับงาน AGRITECHNICA ASIA 2026 งานแสดงเทคโนโลยีการผลิตพืชและเกษตรอัจฉริยะชั้นนำของเอเชีย ภายใต้แนวคิด “Farm. Farmer. Future.” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ตอกย้ำบทบาทการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงธุรกิจภาคเกษตรกรรมที่สำคัญที่สุดในภูมิภาค การจัดงานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น โดยมีผู้เข้าชมงานมากกว่า 12,000 คน จาก 72 ประเทศ และมีบริษัทร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 367 บริษัท จาก 30 ประเทศทั่วโลก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเกษตรในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง โดยงานนี้จัดขึ้นโดย DLG (สมาคมเกษตรแห่งเยอรมนี) ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย ควบคู่กับงาน HortEx ซึ่งดำเนินการโดย Nova Exhibitions และ VEAS ผู้เข้าร่วมงานจากหลายประเทศสำคัญ อาทิ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไต้หวัน ต่างให้ความสนใจเทคโนโลยีด้านเครื่องจักรกลการเกษตร เกษตรแม่นยำ ระบบอัตโนมัติ เกษตรดิจิทัล และแนวทางการผลิตพืชอย่างย
วิสาหกิจชุมชนสวนกล้วยอู่ทอง ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ภายใต้การนำของคุณชาตรี รักธรรม เป็นแหล่งเรียนรู้การแปรรูปสินค้าการเกษตร รวมทั้งการปลูกมะเขือเทศเชอรี่และเมล่อน ด้วยนวัตกรรมโรงเรือนอัจฉริยะ (Smart Greenhouse)ที่ทำให้การปลูกพืชกลายเป็นเรื่องง่ายเพราะสั่งการทำงานด้วยระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะไกล ผ่าน IoT Platform และแอปพลิเคชันเกษตรอัจฉริยะช่วยตรวจสอบและควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือนอัตโนมัติควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น แสงสว่าง มีระบบเซนเซอร์ตรวจวัดดินและน้ำเพื่อการจัดการให้น้ำและปุ๋ยอย่างเหมาะสม . แอปพลิเคชันจัดการฟาร์มช่วยวางแผน ติดตามผลผลิตและวิเคราะห์ข้อมูลการทำเกษตรผ่านระบบ IoT เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ในฟาร์มเข้าด้วยกันเพื่อการควบคุมและจัดการที่สะดวกสบาย ช่วยให้เกษตรกรไม่ต้องลงไปจัดการด้วยตนเองตลอดเวลา ข้อมูลเซนเซอร์ต่างๆ จะถูกส่งผ่านระบบคลาวน์ (Cloud) เพื่อจัดเก็บประมวลผล จัดทำ Big Data เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการทำการเกษตรแม่นยำในอนาคต สนใจติดต่อศึกษาดูงาน กรุณาติดต่อล่วงหน้าที่เบอร์โทร 086-311-5071 และ 087-678-2392
ปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประกาศเตือนคนไทยเสี่ยงเผชิญผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างรุนแรง สภาวะอากาศแปรปรวน ก่อเกิดกระแสลมร้อนพัดพาความแห้งแล้งมาปกคลุมประเทศไทย จะทำให้เกิดภาวะอากาศร้อนแล้งสุดขั้ว มีอุณหภูมิสูงกว่า 40-45 องศาในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ต้นทุเรียนเสี่ยงเจอสภาพอากาศร้อนจัด เกิดภาวะใบไหม้และร่วงหล่นเสียหายได้ “ฟาร์มรื่นรมย์” ต้นแบบการทำสวนทุเรียนสมัยใหม่ คุณโต๊ด – วสันต์ รื่นรมย์ นายกสมาคมสวนผลไม้จังหวัดระยองและเป็นเจ้าของสวนทุเรียน “ฟาร์มรื่นรมย์” ซึ่งเป็นต้นแบบการทำสวนทุเรียนแบบเกษตรสมัยใหม่ โดยจัดการสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม โดยนำข้อมูลผลการวิเคราะห์สภาพดินฟ้าอากาศในแต่ละปีมาประกอบการวางแผนการผลิตทุเรียนในแต่ละฤดู รวมทั้งใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อการเพิ่มผลผลิต จนทำให้ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการสวนทุเรียนสมัยใหม่ สไตล์ “ธุรกิจเกษตร” ที่ให้ผลผลิตสูงสุด ติดตั้งพัดลมระบายอากาศในสวนทุเรียน คุณโต๊ดได้แบ่งปันประสบการณ์ในการแก้ปัญหาอากาศร้อนและการระบายอากาศที่ไม่ดีภายในสวน โดยติดตั้งพัดลมฟาร์ม (พัดลมเล้าไก่) จำนวน 2 ตัวท
ในอดีตเกษตรกรไทยต้องอาศัยประสบการณ์และสภาพอากาศเป็นตัวตัดสินใจการปลูกพืช แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อ “การวัดที่แม่นยำ” กลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำเกษตรยุคใหม่ ทำให้ระบบนวัตกรรมต่างๆ ขับเคลื่อนไปได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ “เกษตรอัจฉริยะ” หรือ Smart Farming ซึ่งต้องอาศัยระบบวัดที่เที่ยงตรง เชื่อถือได้ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อให้ข้อมูลที่ใช้ในการจัดการฟาร์มมีความถูกต้อง สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว หนึ่งในหน่วยงานที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจังคือ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (NIMT) เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์มีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณอนุสรณ์ ทนหมื่นไวย รองผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ พร้อมด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ คุณพิเชษ วงษ์นุช หัวหน้ากลุ่มงานมาตรฐานปฐมภูมิอุณหภูมิ, คุณณัฐชยา รัตนานพ ผู้ช่วยนักวิจัย, และ คุณพลอยทับทิม พ่วงผาด ผู้ช่วยนักวิจัย ซึ่งร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนการทำงานเพื่อภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สร้างความแม่นยำให้ทุกการวัดของประเทศ คุณอนุสรณ์ เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การเกษตรไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จาก “เกษตรแบบดั้งเดิม” ที่พึ่งพาประสบการณ์และแรงงานคน สู่ “เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)” ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล หนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก คือ ระบบ IoT (Internet of Things) หรือ “ระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะผ่านอินเตอร์เน็ต” ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถตรวจวัด ควบคุม และบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 1. การตรวจสอบและควบคุมสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ ระบบ IoT ช่วยให้เกษตรกรสามารถ ตรวจวัดข้อมูลสำคัญในพื้นที่เพาะปลูกได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ความชื้นของดิน อุณหภูมิ แสงแดด หรือคุณภาพของน้ำผ่านเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในพื้นที่จริง ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางหรือสมาร์ทโฟน ทำให้สามารถ สั่งการระบบต่างๆ ได้แบบอัตโนมัติ เช่น ส่งผลให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการฟาร์มได้แม่นยำขึ้น และลดความสูญเสียจากปัจจัยแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ลดต้นทุนการผลิตและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การใช้ IoT ในภาคเกษตรช่วยให้เกิดแนวทางการทำ “เกษตรแม่นยำ” (Precision A
กรมส่งเสริมการเกษตร ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ บริษัท เจียไต๋ จำกัด เพื่อส่งเสริมเกษตรกรไทยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและโซลูชันเกษตรอัจฉริยะ มุ่งยกระดับภาคการเกษตรให้มีประสิทธิภาพและความยั่งยืนในระยะยาว ณ บริษัท เจียไต๋ จำกัด นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การลงนามบันทึกความร่วมมือกับ “เจียไต๋” ครั้งนี้ เน้นย้ำการพัฒนาเพื่อพัฒนาวิชาการเกษตรและยกระดับกระบวนการผลิตของเกษตรกรไทยให้ก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ให้การผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาด ยกระดับศักยภาพของเกษตรกร ส่งเสริมเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรครบวงจร และเป็นการสร้างโอกาสให้กับเกษตรกร เพื่อยกระดับทักษะทั้ง Reskill และ Upskill ของเกษตรกรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานองค์ความรู้ด้านพืชศาสตร์นวัตกรรมใหม่ๆ เทคโนโลยีการผลิตและการจัดการแปลงปลูกแบบแม่นยำเพื่อช่วยให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
ชาวนาปลื้ม โครงการ “1 อำเภอ 1 แปลงเกษตรอัจฉริยะ” ยกระดับข้าวไทยก้าวสู่ “เกษตรแม่นยำ” ลดต้นทุนการผลิตได้ 20% ประหยัดน้ำทำนาได้ 30% และได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น 16.82 % ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัย เกษตรกรมีอายุมากขึ้น ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทำให้เกิดภัยธรรมชาติ การระบาดของโรคและแมลงศัตรูข้าวเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการสูญเสียผลผลิต และมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น โครงการ 1 อำเภอ 1 แปลงเกษตรอัจฉริยะ เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีเป้าหมายส่งเสริมและพัฒนาระบบการปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง (AWD), การปรับพื้นที่ด้วยเลเซอร์, การจัดการฟางและตอซัง, การใช้เซนเซอร์ตรวจวัดสภาพแวดล้อม รวมถึงแพลตฟอร์มข้อมูลดิจิทัล (Application ALLRice) ซึ่งเป็นระบบที่ปรึกษาชาวนาไทย พัฒนาโดย กรมการข้าว เพื่อสนับสนุนชาวนาให้สามารถวางแผนการผลิตข้าวได้ดียิ่งขึ้น ลดต้นทุนเพื่อเพิ่มผลผลิต และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ที่ผ่านมา มีพี่น้องชาวนาเข้าร่วมโครงการอย่างคับคั่ง สามารถยกระดับการผลิตข้าวไทย ให
เกษตรยุคใหม่ ใช้ข้อมูลแทนการใช้เเรง ในวันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกล อาชีพเกษตรก็ไม่จำเป็นต้องย่ำอยู่กับที่อีกต่อไป ณัฐวุฒิ จันทร์เรือง หรือ คุณณัฐ ชาวสวนรุ่นใหม่จากตำบลตรอกนอง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี คือหนึ่งในเกษตรกรที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เกษตรกรยุคใหม่ สามารถทำสวนให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนได้ ด้วยการนำ เทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เข้ามาช่วยจัดการสวนผลไม้กว่า 50 ไร่ให้เป็นระบบ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้มั่นคงในระยะยาว ก่อนจะกลับมาจับจอบเสียม คุณณัฐเคยทำงานเป็นวิศวกรเคมีในโรงงานอุตสาหกรรมมานานกว่า 10 ปี เขาเล่าว่า “เมื่อถึงจุดอิ่มตัวในงานประจำ และเห็นว่าพ่อแม่เริ่มมีอายุมากขึ้น จึงตัดสินใจกลับมาสานต่องานสวนของครอบครัว” แต่ไม่ใช่การกลับมาทำแบบเดิม เขาเลือกที่จะอัปเกรดสวนผลไม้ให้ทันยุค ด้วยแนวคิด ผสมผสานภูมิปัญญาเดิมกับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้การทำเกษตรง่ายขึ้นแต่แม่นยำกว่าเดิม ใช้ IoT จัดการสวน ลดคน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต จุดเริ่มต้นคือผมอยากทำให้สวนบริหารง่ายขึ้น ไม่ต้องพึ่งแรงงานมาก แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม คุณณัฐ เล่าว่า “ระบบที่เขาพัฒนาใช้เทคโนโลยี IoT เข้ามาเชื่อมต่อข้
คุณนิรันดร์ สมพงษ์ หรือ คุณโอ๋ ประธานสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินปากช่อง (คทช.) จำกัด ในพื้นที่หมู่ที่ 15 ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา คิดค้นและต่อยอดนวัตกรรม Smart Farm IOT นวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ นวัตกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อจัดการระบบแปลงเกษตร ควบคุมและสั่งงานอัตโนมัติในระยะไกลด้วยโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว ต้นทุนต่ำ เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงได้ ลดเวลา เพิ่มผลผลิต รายได้เพิ่มขึ้น เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จุดเริ่มต้นของการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมตัวนี้มาจากปัญหาทางการเกษตรในเรื่องของราคาผลผลิตตกต่ำ เพราะฉะนั้นการขายผลผลิตให้ได้ราคา ตลาดที่มีอยู่ไม่ได้เอื้อต่อการขายผลผลิตของเกษตรกรอยู่แล้ว สิ่งที่เกษตรกรสามารถทำได้คือ การลดต้นทุนในการผลิตให้น้อยลงที่สุด รวมถึงในปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ มีการพัฒนาไปไกลในการแก้ไขปัญหาทางการเกษตรที่เกิดขึ้นได้จริงนั่นเอง ซึ่งปัญหาหลักในการแก้ไขในเรื่องแรกคือ การลดต้นทุน ลดเวลา เพิ่มผลผลิต และการเพิ่มศักยภาพในการเพาะปลูกพืชให้ดีขึ้นและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ด้วยเหตุผลต่างๆ จึงนำมาสู่โจทย์การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้การทำเกษตรกรรม คุ
ท่ามกลางความท้าทายของวงการข้าวไทย ทั้งปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน ต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูง และวิกฤตขาดแคลนแรงงานจากโครงสร้างเกษตรกรสูงวัย กรมการข้าว เร่งเดินหน้าผลักดันโครงการ “ส่งเสริมและพัฒนการผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีอัจริยะครบวงจร” เพื่อยกระดับศักยภาพชาวนาและภาคการผลิตข้าวทั้งระบบ หวังสร้างความมั่นคงทางอาหารและทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างยั่งยืน ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของไทย ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกกว่า 60 ล้านไร่ และหล่อเลี้ยงเกษตรกรกว่า 4.6 ล้านครัวเรือน แต่ปัจจุบันข้าวไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตที่น่ากังวลโดยเฉพาะปัญหาโครงสร้างประชากรเกษตรกรที่มีอายุเฉลี่ยสูงถึงเกือบ 60 ปี ซึ่งทำให้การปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เป็นไปอย่างยากลำบาก ส่งผลให้การผลิตขาดประสิทธิภาพในหลายด้าน ปัญหาดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลผลิตตกต่ำสวนทางกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเสี่ยงในการเพาะปลูก เพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ กรมการข้าวจึงได้วางแนวทาง “เกษตรอัจฉริ
