เก๊กฮวยอินทรีย์
เก๊กฮวย หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งรวมๆ กันว่า เบญจมาศสวน หรือเบญจมาศหนู ปลูกได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น หรือพื้นที่ที่อุณหภูมิในช่วงกลางคืนต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส หรือกล่าวอีกอย่างได้ว่า พื้นที่ใดที่เคยปลูกเบญจมาศได้ ก็ปลูกเก๊กฮวยได้เช่นกัน เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ เคยนำเสนอ เรื่องราวการปลูกเก๊กฮวยอินทรีย์ไปเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ตามลิ้งค์ข่าว https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_51247 ล่าสุด ได้อัพเดท ข้อมูลกับ คุณอดิศักดิ์ การพึ่งตน หรือ คุณอ้น นักวิชาการเกษตร ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งคุณอ้นเล่าว่า ตอนนี้พื้นที่การปลูกเก๊กฮวยที่แม่โจ้ลดลง แต่ก็ยังมีแปลงปลูกอยู่ ส่วนต้นพันธุ์นั้นก็ยังมีจำหน่าย ในราคา ต้นละ 2 บาท (อายุต้นพันธุ์ 1 เดือน สูง 20 เซนติเมตร) คุณอ้น กล่าวว่า เมื่อเทียบการปลูกเบญจมาศ กับการปลูกเก๊กฮวยนั้น การปลูกเก๊กวยดูแลง่ายกว่า เพราะเบญจมาศเป็นไม้ตัดดอก ฟอร์มดอก ก้าน ใบ ต้องสวย ส่วนเก๊กฮวย เก็บแค่ดอก ถ้าไม่มีหนอน ก็ใช้ได้แล้ว ส่วนราคารับซื้อดอกสดหน้าสวน กิโลกรัมละ 50 บาท และดอกแห้งที่อบแล้ว กิโลกรัมละ 1,500 บาท ซึ่งคุณอ้น บอกว่า ราคาซื้อขายกัน
“เก๊กฮวย” หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเบญจมาศสวน หรือเบญจมาศหนูนั้น เป็นชื่อของไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีนและญี่ปุ่น แต่ภายหลังได้แพร่กระจายไปทั่วในประเทศกัมพูชา ลาว รวมถึงบ้านเราด้วย โดยจะเพาะปลูกได้ดีในพื้นที่สูงของประเทศ ซึ่งคุณสมบัติเด่นของเก๊กฮวยคือ กลิ่นที่ฉุน รสชาติที่หวานปนขมเล็กน้อย ทั้งยังมีสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย ซึ่งพันธุ์ที่นิยมปลูกกันคือ เก๊กฮวยดอกขาว และเก๊กฮวยดอกเหลือง “แปลงเก๊กฮวยอินทรีย์” ที่ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งโครงการเกษตรอินทรีย์และแลนด์มาร์คสำคัญของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่ก่อนจะเล่าถึงการทำแปลงเก๊กฮวยอินทรีย์ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ คงต้องเกริ่นก่อนว่าการทำเกษตรอินทรีย์ คือ การทำเกษตรด้วยหลักธรรมชาติ บนพื้นที่ที่ไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมี ทั้งทางดิน น้ำ และทางอากาศ หรือการทำเกษตรโดยปราศจากการใช้สารเคมีทุกประเภท เพื่อสร้างและฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับคืนสู่สมดุลทางธรรมชาตินั่นเอง จากโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมฯ สู่แปลงเก๊กฮวยอินทรีย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผศ. พาวิน มะโนชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เล่าถึงโครงการแปลงเก๊กฮวยอินทรีย์ว่า
