เครื่องขอดเกล็ดปลาตะเพียน
“จังหวัดกาพสินธุ์” มีแหล่งน้ำชลประทานสำคัญคือ เขื่อนลำปาว เป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์จำนวนไม่น้อยที่ยึดอาชีพทำประมงเป็นรายได้หลักเลี้ยงดูครอบครัว ขณะที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งในพื้นที่ตำบลลำคลอง อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ นำปลาที่จับได้ เช่น ปลาสร้อยขาว ปลาตะเพียนขาว และปลากระมัง นำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ เชิงการค้า เช่น ปลาตากแห้ง ปลาส้ม และหม่ำไข่ปลา สินค้ามีคุณภาพดีมีชื่อเสียง ได้รับการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์โอท็อปของจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป ม.กาฬสินธุ์ นำนวัตกรรมสู่ชุมชน คณะวิจัยของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ได้ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า ชาวบ้านในพื้นที่นิยมแปรรูปปลาตากแห้งและปลาส้ม เป็นสินค้าขายดี ผลิตภัณฑ์จากปลาได้รับความนิยม มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด โดยมียอดขายเฉลี่ย 8,000-12,000 บาท ต่อวัน และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันกลุ่มผู้แปรรูปปลาในท้องถิ่นประสบปัญหาความล่าช้าในกระบวนการแปรรูปปลา โดยเฉพาะกระบวนการขอดเกล็ดปลาซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการแปรรูปปลาส้มแ
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2565 นักศึกษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นำนวัตกรรม “เครื่องขอดเกล็ดปลาตะเพียน” ย่นเวลากว่า 10 เท่า เข้ารับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระดับอุดมศึกษา ในกลุ่มอาหาร จากเวทีการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ( I-New Gen Award 2021) ที่งานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2564-2565 จัดโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่าที่ร้อยตรี อนุชา ศรีบุรัมย์ ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษา กล่าวว่า จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเขื่อนลำปาวเป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ ชุมชนในพื้นที่ส่วนหนึ่งทำอาชีพแปรรูปสินค้าจากปลา ประเภทกลุ่มปลาตะเพียน เช่น ปลาสร้อยขาว ปลาตะเพียนขาว และปลากระมัง เพื่อแปรรูปเป็น ปลาตากแห้ง ปลาส้ม ฯ ซึ่งต้องมีการขอดเกล็ดปลาจำนวน 120 กิโลกรัมต่อวัน ใช้แรงงานจำนวนหลายคน ทำให้ต้องเวลาขอดเกล็ดนานถึง 8 ชั่วโมง นักประดิษฐ์จึงเกิดไอเดียพัฒนาเครื่องขอดเกล็ดปลาขึ้น โดยใช้เวลาเพียงแค่ 40 นาที เร็วกว่า 10 เท่า โดยเครื่องสามารถขอดเกล็ดปลาได้สูงสุด 15 กิโลกรัมต่อครั้ง ทำให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตของชุมชนได้ถึง 92% พร้อมทั้งลดต้นทุนแรงงานคน เหลือเพียงแค่ 1 คนเท่านั้
