เงินเฟ้อ
ในยุคที่ “ของขึ้นราคา” ภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง ต้นทุนการผลิตทะยานตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องและราคาสินค้าทุกประเภท ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเท่านั้น ตอนนี้กระทบมาหลายๆ อย่าง รวมไปถึง “พลาสติกและยางพารา” ที่เริ่มมีราคาพุ่งสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลกที่ผันผวน เมื่อต้นทุนวัสดุพุ่งสูง สินค้าที่ทำจากพลาสติกและยาง ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ ท่อน้ำ พลาสติกคลุมดิน ถุงเพาะชำ หรือแม้แต่อะไหล่เครื่องจักร ก็ทยอยปรับราคาขึ้นตาม หากเรายังคงใช้จ่ายแบบเดิมๆ หรือดำเนินกิจการในรูปแบบเดิม โดยไม่ปรับตัว ทางรอดในยุคนี้คงเป็นเรื่องยาก ท่ามกลางวิกฤตที่ดูเหมือนไร้ทางออก แนวคิด “Zero Waste” หรือ “ขยะเหลือศูนย์” ไม่ใช่แค่เทรนด์รักษ์โลกที่ดูไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “อาวุธสำคัญสู้เงินเฟ้อ” และ “ทางรอดสำหรับธุรกิจและครัวเรือน” ในการบริหารจัดการต้นทุนและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า Zero Waste คือการ “กำจัดขยะทั้งหมด” แต่หัวใจสำคัญคือการ “ลดการเกิดขยะตั้งแต่ต้นทาง” และ “การใช้ทร
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2561 นี้คาดการณ์อัตราเงินเฟ้ออยู่ในช่วงระหว่าง 0.6-1.6% เฉลี่ย คาดว่าน่าจะเข้าใกล้ 1% ภายใต้สมมติฐาน ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัว 3.75% และคาดว่าราคาสินค้าน่าจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ส่งผลให้สินค้าในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน และภาคบริการ ขนส่ง อาจปรับเพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นสูงมากนัก เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรยังไม่ปรับเพิ่มขึ้นสูง และมาตรการของรัฐ โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการดูแลราคาสินค้า ของกรมการค้าภายใน ยังช่วยทำให้ค่าครองชีพไม่เพิ่มขึ้น รวมทั้งภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ทำให้ราคาสินค้าโดยรวมยังไม่สูงขึ้นมาก นอกจากนี้ การส่งออกที่สูงขึ้น ทำให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนขยายตัว มีการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนก็จะขยายตัวมากขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนราคาน้ำมันคาดว่า ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 55 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากความต้องการใช้ที่จะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และคา
นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนตุลาคม 2560 เท่ากับ 101.38 สูงขึ้น 0.16% จากเดือนกันยายน 2560 และสูงขึ้น 0.86% เทียบเดือนตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ผลจากปรับขึ้นของราคาผักสดและผลไม้ในช่วงเทศกาลกินเจ สูงขึ้น 2.70% น้ำมันขายปลีกปรับราคาสูงขึ้นเนื่องจากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบซาอุดีอาระเบีย และรัสเซียมีแผนขยายเวลาลดกำลังการผลิตจนถึงปี 2561 รวมถึงการปรับขึ้นราคาบุหรี่และสุราจากการปรับโครงสร้างภาษีใหม่สูงขึ้น 3.44% ค่าโดยสารเรือสูงขึ้น 3.32% ผลจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลและกรมเจ้าท่าปรับราคาค่าโดยสารเรือ ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (หักอาหารและน้ำมัน) สูงขึ้น 0.09% จากเดือนกันยายน และสูงขึ้น 0.58% เทียบเดือนตุลาคม 2559 เฉลี่ย 10 เดือนปีนี้ สูงขึ้น 0.54% นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า ทั้งนี้ สำรวจสินค้ากว่า 420 รายการในการคำนวณเงินเฟ้อ พบว่า สินค้าที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น 137 รายการ เช่น ผักและผลไม้ นมสด ข้าวแกง/กับข้าวสำเร็จรูป และค่าเช่าบ้าน ส่วนสินค้าราคาคงเดิม 200 รายการ
