เช็คแล้ง
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงประมาณกลางเดือนมิถุนายน – กลางเดือนกรกฎาคม จะเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วง อาจส่งผลทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน ส่วนในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่จะมีฝนตกชุกหนาแน่นที่สุด โดยคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สภาวะเอลนีโญ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และมีแนวโน้มจะเกิดต่อเนื่องยาวไปถึงปี 2567 ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำสำหรับการเพาะปลูกในพื้นที่เกษตรและส่งผลต่อผลผลิตสินค้าเกษตรโดยตรง โดยเฉพาะเกษตรกรที่พึ่งพาอาศัยน้ำฝนเป็นหลักอาจได้รับความเสียหายสูง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นให้มากที่สุด กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร”ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ในช่วงเกิดภัย และสามารถทำหน้าที่ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับภัยพิบัติด้านการเกษตรในภาพรวมทั้งประเทศ ครอบคลุมในทุกช่วงที่เกิดภัยได้อย่างทันท่วงที สำหรับ “ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภั
กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ 4 หน่วยงาน พัฒนาแอปพลิเคชัน “เช็คแล้ง” เพื่อใช้ติดตามความเสี่ยงและความเสียหายของแปลงเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยนำข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลภูมิสารสนเทศ และข้อมูลจากสถานีตรวจวัดที่เกี่ยวข้องกับภัยแล้ง มาวิเคราะห์ร่วมและแสดงผล เพื่อให้เกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้งานได้ด้วยตัวเอง โดยหน่วยงานที่ร่วมพัฒนาแอปพลิเคชัน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. ภายใต้ทุนอุดหนุนวิจัยและนวัตกรรม จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ภาคการเกษตรของไทยประสบปัญหาจากภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งอาศัยข้อมูลปริมาณน้ำฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหลัก และเจ้าหน้าที่ต้องสำรวจ ตรวจสอบ ยืนยันความเสียหายของแปลงเกษตร ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ขาดข้อมูลเชิงประจักษ์และเทคโนโลยีที่สามารถช่วยตรวจสอบในเชิงวิทยาศาสตร์ได้ จึงเกิดการพัฒนาแอปพลิเคชัน “เช็คแล้ง” ขึ้นเ
