เป็ดไข่
เป็ด เป็นสัตว์ปีกที่ผู้คนให้ความสนใจนำมาเลี้ยงไม่แพ้ “ไก่” แถมให้ผลผลิตไข่จำนวนมาก และราคาขายดีอีกด้วย ไข่เป็ดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งสีของไข่แดงจะมีออกส้ม มีรสชาติดี หอม มัน เป็นแหล่งรวมโปรตีนชั้นดีที่หาบริโภคได้ง่ายที่สุด และเป็ดไข่ไม่จำเป็นต้องดูแลเยอะหากเทียบกับไก่ไข่ เหมาะสำหรับการทำเป็นอาชีพเสริมที่ผู้ดูแลมีเวลาจำกัด ใครที่กำลังมองหา “เป็ดไข่” มาเลี้ยงแต่ไม่รู้ว่าจะเลือกสายพันธุ์ไหนมาเลี้ยงดี🤔 เลี้ยงยากไหม แล้วต่างกันยังไง เลี้ยงเพื่อเก็บไข่มาจำหน่าย เลี้ยงเพื่อบริโภคเนื้อ หรือเลี้ยงเพื่อความสวยงาม วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาแนะนำ 5 สายพันธุ์ เป็ดไข่น่าเลี้ยง ก่อนจะลงทุน ไปดูกันเลย 🐤เป็ดกากีแคมเบลล์ เป็ดพันธุ์นี้พัฒนาพันธุ์โดย Adele Campbell ในประเทศอังกฤษตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 จนได้เป็นเป็ดพันธุ์ที่ให้ไข่ดกที่สุดในโลกพันธุ์หนึ่ง โดยให้ไข่ประมาณ 300 ฟองต่อปี เป็นเป็ดที่ให้ผลผลิตไข่ดี ไข่ดก ไข่ใหญ่ และเป็นพันธุ์ที่ทนต่อโรค เป็ดกากีแคมเบลล์ มีขนสีน้ำตาล แต่ขนที่หลังและปีกมีสีสลับอ่อนกว่า ปากสีดำ ค่อนข้างไปทางเขียว จะงอยปากต่ำ ตาสีน้ำตาลเข้ม คอส่วนบนสีน้ำตาล แต่ส่วนล่างเป็นสีกากี ขา
เป็ดพันธุ์อี้เหลียง เป็นเป็ดเนื้อพันธุ์พื้นเมืองของเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้น้อมเกล้าฯ ถวายลูกเป็ดอี้เหลียง อายุ 1 วัน จำนวน 65 ตัว แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และทรงมีพระราชเสาวนีย์ ให้กรมปศุสัตว์นำไปเลี้ยงอนุบาลที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์กบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เป็ดพันธุ์อี้เหลียงมีลักษณะโดดเด่นคือ เลี้ยงง่าย ไข่ดก โตไว เป็ดพันธุ์อี้เหลียงเป็นเป็ดที่โตเร็ว ใช้เวลาเลี้ยงไม่นาน ประมาณ 4-6 สัปดาห์ ก็สามารถจำหน่ายได้ ทำให้ผู้เลี้ยงได้รับผลตอบแทนรวดเร็วในเวลาสั้นๆ เนื้อมีกลิ่นหอมและรสชาติอร่อย เป็ดพันธุ์อี้เหลียงมีหลายอย่างที่คล้ายคลึงกับเป็ดปักกิ่ง จึงทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิดว่า เป็ดพันธุ์อี้ เหลียงนั้นคือ เป็ดปักกิ่ง แต่ความจริงแล้วมีลักษณะที่แตกต่างกัน คือทั้งเพศผู้และเพศเมียจะมีขนสีขาวตลอดลำตัว ปากและเท้ามีสีส้ม แต่เป็ดอี้เหลียงจะมีอกกว้าง และใหญ่กว่าเป็ดปักกิ่ง จุดเด่นของเป็ดพันธุ์อี้เหลียงจะโตเร็ว ซึ่งเป็ดอายุ 2 เดือนสามารถขายเนื้อได้แล้ว โดยน้ำหนักเฉลี่ย 2.8-3.5 กิโลกรัม โดยแม่พันธุ์ 1 ตัว
คุณลัดดาวัลย์ อึงสวัสดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 186/1 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงเป็ดไข่จนประสบผลสำเร็จ โดยเธอได้เน้นสร้างมูลค่าของไข่ด้วยการนำมาแปรรูปทำเป็นไข่เค็มดินสอพอง ทำให้ไข่เป็ดสามารถทำตลาดได้หลากหลายช่องทาง และที่สำคัญมีบริการส่งให้ทางไปรษณีย์ ส่งตรงถึงบ้านกันเลยทีเดียว เป็ดไข่ที่เลือกเลี้ยงนั้น คุณลัดดาวัลย์ บอกว่า เลือกเป็ดไข่สายพันธุ์ปากน้ำเพราะเป็ดมีลักษณะขนออกสีดำ ส่วนหัวเขียวสวย มีความเงา จึงทำให้เธอรู้สึกชอบและหลงใหลจึงได้เลือกเลี้ยงเป็ดสายพันธุ์นี้ทั้งหมดประมาณ 3,000 กว่าตัวในเวลานี้ เมื่อตกลงปลงใจที่จะเลี้ยงเป็ดไข่อย่างจริงจัง จึงได้เตรียมพื้นที่บางส่วนที่มีอยู่เดิมมาปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการเลี้ยงเป็ด คือปรับให้เป็นพื้นที่ปลอดโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยแบ่งภายในโรงเรือนให้มีคอกกั้นเป็น 3 เล้า เพื่อเลี้ยงเป็ดให้มีขนาดรุ่นที่แตกต่างกันไปประมาณ 3 รุ่นอายุ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไข่ขาดช่วง เพราะถ้าเป็ดไข่เป็นรุ่นเดียวกันมากเกินไป เวลาที่ไม่ออกไข่เหมือนกันทั้งหมด ก็จะทำให้เจอปัญหาไข่ไม่พอขายได้ จึงเป็นสิ่งที่จะกระทบในเรื่องของการต
เป็ดพันธุ์อี้เหลียง เป็นเป็ดพันธุ์เนื้อของเมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเป็ดที่สามารถกินได้ทั้งเนื้อและไข่ มีลักษณะพิเศษคือ เลี้ยงง่าย ไข่ดก แข็งแรง โตไว และมีความต้านทานโรคสูง ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงไม่นานก็สามารถจำหน่ายได้ ทำให้ผู้เลี้ยงได้รับผลตอบแทนรวดเร็วในเวลาสั้นๆ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้น้อมเกล้าฯ ถวายลูกเป็ดอี้เหลียงอายุ 1 วัน จํานวน 65 ตัว (เพศผู้ 15 ตัว เพศเมีย 50 ตัว) เพื่อสนับสนุนกิจกรรมตามโครงการตามพระราชเสาวนีย์ฯ โครงการฟาร์มตัวอย่าง และโครงการพระราชดําริต่างๆ โดยลูกเป็ดดังกล่าวเดินทางมาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2543 ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้มีพระราชเสาวนีย์ให้กรมปศุสัตว์นําไปเลี้ยงอนุบาลที่สถาบันวิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก อําเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี (ชื่อเดิมในขณะนั้น ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นศูนย์วิจัยและบํารุงพันธุ์สัตว์กบินทร์บุรี) ซึ่งศูนย์วิจัยและบํารุงพันธุ์สัตว์กบินทร์บุรี ได้เลี้ยงขยายพันธุ์สนับสนุนโครงการตามพระราชดําริ โครงการฟาร์มตัวอย่าง และโครงการตามพระราชดําริอื่นๆ เรื่
คราวก่อนได้กล่าวถึงกระบวนการผลิตและฟักลูกเป็ดไทย และแหล่งจำหน่ายขายลูกเป็ดให้กับรายใหญ่นายทุนค้าเป็ดไล่ทุ่ง และผู้สนใจซื้อเอาไปเลี้ยงเป็นงานอดิเรก เมื่อลูกเป็ดออกจากฟองไข่แล้ว พ่อค้าจะมีคนงานคัดเพศลูกเป็ดที่ค่อนข้างเงินเดือนแพงกว่าคนงานทั่วไป การคัดเพศลูกเป็ดวันเดียว อาศัยความชำนาญ ใช้นิ้วมือสัมผัสที่ก้นลูกเป็ด รู้ด้วยมือ หากนิ้วไปถูกเพศตัวผู้มีเม็ดเล็กๆ ใช่เลย ว่าเป็นตัวผู้ ตรงข้ามกับเพศเมียไม่มี ใช้เวลารวดเร็วมาก ความผิดพลาดไม่น่าเกิน 1-2% เท่านั้น ที่มีโอกาสจะพลาดได้ ผลดี รวดเร็ว ลูกเป็ดไม่ช้ำ เหมาะการค้าขายลูกเป็ดจำนวนมาก เพื่อการค้า จำนวนการฟักเป็ดในฤดูใกล้เก็บเกี่ยวข้าว แต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน ที่มันเหลื่อมเวลากัน จำนวนลูกเป็ดที่พ่อค้าฟักกับพ่อค้านายทุนเจ้าของลูกเป็ดต้องมาทำสัญญากันในการตกลงเรื่องจำนวนลูกเป็ดไข่เพศเมีย และราคากันก่อน เพื่อมิให้เกิดปัญหากันภายหลัง ลูกค้าพอใจก็สั่งลูกเป็ดล่วงหน้าได้ทันที ลูกค้าจะอยู่ในแถบภาคกลางทั้งนั้น คือฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สมุทรปราการ สุพรรณบุรี ปทุมธานี เป็นต้น สมัยก่อนราคาลูกเป็ดเพศเมีย ราคาตัวละ 5-6 บาท เพศผู้ 0.50-1.00 บาท ต่
คุณธีระชัย ช่อไม้ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก ให้ข้อมูลว่า ทางศูนย์วิจัยฯ มีพันธุ์เป็ดที่ได้อนุรักษ์ไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. สายพันธุ์เป็ดเนื้อ โดยจะเป็นเป็ดเทศกบินทร์บุรีที่มีตัวสีขาว ลักษณะรอบใบหน้ามีสีแดง ซึ่งเมื่อนำไปเลี้ยงจะเป็นเป็ดที่เจริญเติบโตได้เร็ว ให้เนื้อมาก โดยมีการพัฒนาสายพันธุ์มามากกว่า 20 ปี 2. สายพันธุ์เป็ดไข่ โดยที่ศูนย์แห่งนี้จะมีอยู่กัน 3 สายพันธุ์ คือ 1. เป็ดไข่สายพันธุ์กากี หรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า เป็ดไข่บางปะกง 2. เป็ดไข่พันธุ์ปากน้ำ และ 3. เป็ดไข่พันธุ์นครปฐม ซึ่งไข่ที่ได้สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดี หากมีการจัดการที่ดีและเพิ่มมูลค่าด้วยการนำไปแปรรูปให้เป็นสินค้าที่น่าซื้อมากขึ้น คุณธีระชัย ช่อไม้ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์ปีก “เป็ดไข่พันธุ์ปากน้ำ และพันธุ์นครปฐม เป็นสายพันธุ์ที่ทางศูนย์วิจัยฯ ได้ทำการอนุรักษ์มาแต่ดั้งเดิม เพราะกลัวว่าจำนวนของเป็ดจะน้อยลง เพราะคนที่เลี้ยงเปรียบเทียบกับการให้ไข่แล้ว อาจจะสู้เป็ดไข่กากีไม่ได้ แต่ในเรื่องของความแข็งแรงนั้น เป็ดไข่ปากน้ำมีความทนทานมากกว่าเป็ดไข่กากี ซึ่งชาวบ้านบางส่
วันที่ 28 มกราคม นางสาวรัศมี เจี้ยวเห้ง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเลี้ยงเป็ดไข่ เลขที่ 55/8 หมู่2 บ้านคลองน้ำนิ่ง ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง กล่าวว่า จากสภาวะราคายางพาราและปาล์มน้ำมันตกต่ำ สร้างผลกระทบต่อเกษตรกรเป็นวงกว้าง ชาวบ้านคลองน้ำนิ่ง อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง รวมกันตัวเลี้ยงเป็ดไข่กว่า 500 ตัว ในสวนปาล์ม โดยเก็บไข่ส่งขายร้านเบเกอรี่ ร้านขายของชำ แปรรูปเป็นไข่เค็มใบเตยหอมส่งขายเมืองท่องเที่ยว “กลุ่มเลี้ยงเป็ดไข่” ตั้งอยู่เลขที่ 55/8 หมู่ที่ 2 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง นางสาวรัศมี เล่าว่า ตนได้รวบรวมชาวบ้านในชุมชนบ้านน้ำนิ่ง 12 คน ที่มีความสนใจที่จะประกอบอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว จากการเลี้ยงเป็ดไข่มา 5 เดือน สร้างรายได้ให้กับกลุ่มอย่างงดงาม ในแต่ละวันเป็ดจะออกไข่ 400- 450 ฟอง ส่งขายไข่ดิบราคาฟองละ 3.50 สตางค์ แต่เมื่อนำมาแปรรูปเป็นไข่เค็มใบเตยหอมจะขายได้ในราคาฟองละ 8 บาท “ไข่เค็มที่กลุ่มนำมาแปรรูปจะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค ส่วนประกอบในการทำไข่เค็มมีดังนี้ 1.ดินสอพอง 2.เกลือไอโอดีน 3.ใบเตยหอม 4.น้ำสะอาด ขั้นตอนการทำจะนำดินสอพอง 3 ส่วน เกลือ 1 ส่วน
