เพาะเห็ดฟาง
คุณวุฒิพงศ์ อยู่สุข หรือ ชายน้อย อยู่บ้านเลขที่ 790 หมู่ที่ 2 ตำบลเขาท่าพระ อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท อีกหนึ่งเกษตรกรรุ่นใหม่หันมาเพาะเห็ดฟางเป็นอาชีพเสริม หาเงินค่าขนมมาตั้งแต่สมัยเรียน ปวช.-ปวส. จนถึงปัจจุบันเรียนจบแล้วก็ยังไม่ทิ้งการเพาะเห็ด พร้อมทั้งทำควบคู่กับอาชีพค้าขายสร้างรายได้มาจุนเจือครอบครัวต่อเดือนไม่น้อย คุณชายน้อย เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเพาะเห็ดฟางให้ฟังว่า ตนเองเริ่มเพาะเห็ดฟางมาตั้งแต่สมัยเรียน ปวช.-ปวส. เพื่อหารายได้ค่าขนมระหว่างเรียน ด้วยปัจจัยที่เห็ดฟางขายง่าย ราคาดี และสามารถหาวัตถุดิบในการเพาะได้ง่ายในท้องถิ่น จึงเป็นสาเหตุทำให้ตนเองยึดอาชีพการเพาะเห็ดฟางเป็นอาชีพเสริมมานานกว่า 7 ปี ควบคู่ไปกับอาชีพค้าขาย ทำได้สบายๆ “การเพาะเห็ดฟางในตะกร้านั้นค่อนข้างเป็นวิธีการที่เหมาะสำหรับทำเป็นอาชีพเสริมหรือเป็นเกษตรกรวันหยุดอยู่แล้ว ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเยอะ ไม่ต้องใช้เวลาในการดูแลมากมาย ขอแค่เพียงมีเวลาช่วงเช้าและช่วงเย็น สัก 10-15 นาที ก็สามารถทำได้ ส่วนช่วงเวลาในการเพาะจนถึงเก็บดอกก็ใช้เวลาเพียง 10 วัน โดยที่ไม่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ย ก็สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนมาใช้จ่ายในครอบค
“เห็ด” เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่เกษตรกรนิยมเพาะปลูกเพื่อเป็นอาชีพเสริมเนื่องจากใช้พื้นที่น้อย ดูแลค่อนข้างง่าย ราคาสูง อีกทั้งมีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการสูง โดยมีปริมาณโปรตีนและเส้นใยสูง แต่มีไขมันต่ำ อย่างไรก็ตาม การเพาะเห็ดสามารถเลือกใช้วัสดุปลูกได้หลายชนิดซึ่งในพื้นที่ภาคใต้มีการปลูกปาล์มน้ำมันจำนวนมาก ดังนั้น การใช้ “ทะลายปาล์มน้ำมัน” จึงเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่น่าสนใจและสามารถนำมาใช้เพาะเห็ดได้ ซึ่งทะลายปาล์มเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากการสกัดน้ำมัน เกษตรกรสามารถหาได้จากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่มีมากหรือใช้ทะลายปาล์มเปล่าในสวนปาล์มน้ำมัน ทั้งนี้ การเลือกใช้ทะลายปาล์มน้ำมันมาเพาะเห็ด เหมาะสมกับการหารายได้จากของที่มีอยู่ในท้องถิ่นในยุคที่เกิดโรคระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้เกิดรายได้แก่เกษตรกร ในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีแรงงานในภาคอุตสาหกรรมจำนวนไม่น้อยได้ถูกเลิกจ้างงานและเดินทางกลับภูมิลำเนาเข้าสู่ภาคการเกษตร ได้มีความสนใจเพาะเห็ดฟางด้วยทะลายปาล์มน้ำมันซึ่งใช้ระยะเวลาในช่วงสั้นก็สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า คุณสุบิน เกตุแก้ว เกษตรกร หมู่ที่ 8 ตำบลนาวง อำเภอห้วยยอด จั
“บ้านช่อง” เดิมเป็นเส้นทางค้าโค กระบือ จากภาคอีสานสู่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี อยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอพนมสารคาม พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มราษฎรมีอาชีพหลัก ทำนา ทำสวน อาชีพเสริม ค้าขาย ต่อมาประเทศไทยมีการส่งออกมันสำปะหลังราษฎรจึงหันมาปลูกมันสำปะหลังแบบพืชเชิงเดี่ยว ไม่กี่ปีหน้าดินเกิดความเสื่อมโทรมเนื่องจากมีการใช้ปุ๋ยเคมีจำนวนมาก ขณะที่ราคามันสำปะหลังเริ่มตกต่ำเนื่องจากปริมาณการผลิตมีจำนวนมากกว่าความต้องการของตลาด เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2522 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดศาลพระบวรราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา มีราษฎร 7 ราย ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน บริเวณหมู่ 2 ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 264 ไร่ เพื่อให้สร้างพระตำหนัก ด้วยเห็นว่าพระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปที่ไหนก็จะพัฒนาทำให้ที่ดินเจริญขึ้น พระองค์ทรงรับไว้ แต่สร้างเป็นสถานที่ศึกษาเกี่ยวกับการเกษตร แทนตำหนักตามที่ราษฎรน้อมเกล้าฯ ถวาย เป็นที่มาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเ
ชาวบ้านพันดอน หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านพร้าว อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง มีที่ดินเป็นของตนเองน้อย รายได้ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับผู้จ้าง บางรายจึงเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย โดยใช้ที่ของเพื่อนบ้าน ย้ายที่เพาะไปเรื่อยๆ แต่เมื่อมีโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยการเปิดโอกาสให้ชุมชนเสนอโครงการตามความต้องการ ทำให้ชาวบ้านพันดอนแห่งนี้ได้มีอาชีพที่มั่นคง ทำรายได้ในระดับน่าพอใจ คุณสมเดช ศิริวงศ์ (ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9) โทร. (087) 214-6499 ประธานกลุ่มเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนบ้านพันดอน เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านพันดอน มีพื้นที่ทำการเกษตรเป็นของตนเอง ประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งประกอบอาชีพทำไร่อ้อยและนาข้าว อีกราว 65 เปอร์เซ็นต์ มีอาชีพรับจ้าง (ผู้สูงวัยเลี้ยงหลาน วัยแรงงานรับจ้างต่างจังหวัด บางส่วนรับจ้างในพื้นที่) ต่อมาเมื่อประมาณ 5 ปี ที่ผ่านมา ได้เริ่มนำเห็ดฟางแบบกองเตี้ยมาเพาะในหมู่บ้าน จึงมีชาวบ้านให้ความสนใจเพาะ เนื่องจากอายุสั้น ให้ผลผลิตเร็ว ประมาณ 2 สัปดาห์ ก็ทำเงินได้แล้ว แต่มีปัญหาคือ การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย ต้องย้ายที่ใหม่ไปเรื่อยๆ
หลังจากเผชิญปัญหาราคาข้าว และสภาพอากาศแปรปรวนส่งผลกระทบต่อวิถีเกษตรกรรม ทำให้ชาวบ้านตำบลท้ายทุ่ง อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก หันมาประกอบอาชีพเสริมหลังหมดฤดูกาลทำนา โดยรวมกลุ่มกันเพาะเห็ดฟางจากทะลายปาล์มในโรงเรือนเพื่อสร้างรายได้ โดยมี “สุชีพ หอมจันทร์” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลท้ายทุ่ง เป็นประธานกลุ่ม สุชีพ หอมจันทร์ เล่าว่า ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา แต่ที่ผ่านมาพบว่า บางครั้งราคาข้าวไม่ดีนัก ทำ ให้มีแนวคิดว่าควรหาอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้หลังเสร็จสิ้นฤดูกาลทำนา โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง จึงร่วมกลุ่มชาวบ้านที่สนใจ ทดลองเพาะเห็ดฟางจากทะลายปาล์มในโรงเรือน โดยมีเกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัดพิจิตรให้การสนับสนุน ปรากฏว่า ทดลองครั้งแรกประสบความสำเร็จ ชาวบ้านได้ผลผลิตเห็ดสดไปบริโภค ทั้งยังนำไปขายสร้างรายได้เสริม “ขั้นตอนการปลูกเห็ดฟาง เริ่มจากการสร้างโรงเรือนขนาด 4 x 8 เมตร 2 โรง โดยใช้ทะลายปาล์มเป็นวัสดุในการเพาะเห็ด ซึ่งคุณสมบัติพิเศษของทะลายปาล์มเมื่อนำมาเพาะเห็ดฟางจะทำให้เห็ดมีดอกใหญ่ กรอบ รสชาติดี เป็นที่ต้องการของตลาด และมีผลผลิตสูงกว่าการใ
