เมล็ดพันธุ์พืช
. เก็บเมล็ดพันธุ์ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่าง หนึ่งในการเพาะปลูก เพราะถึงแม้ว่าเราจะมีดิน และน้ำ แต่ถ้าต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ทุกรอบ เราก็หนี ไม่พ้นการพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลา เมื่อมีการ เพาะปลูกพืชผักเป็นจำนวนมาก เมล็ดพันธุ์ที่ต้องใช้ ก็ต้องมากขึ้นตามไปด้วย จะดีกว่าไหมถ้าเรา สามารถเป็นเจ้าของเมล็ดพันธุ์เองและเก็บเมล็ด พันธุ์ปลูกได้ในฤดูปลูกต่อๆ ไปได้การเก็บเมล็ด พันธุ์ที่จะนำเสนอในวันนี้ มี 2 ลักษณะคือ การเก็บ เมล็ดพันธุ์ แบบแห้ง และ การเก็บเมล็ดพันธุ์ แบบเปียก . เมล็ดพันธุ์แบบแห้ง ส่วนใหญ่มักจะอยู่ ในฝัก เช่น ถั่ว กระเจี๊ยบ ข้าวโพด และดอกไม้ ทั่วไป ให้นำฝักมามัดรวมกันและนำไปตากแดด ประมาณ 3-4 วัน จากนั้นแกะเมล็ดออกจากฝัก ส่วนเมล็ดพันธุ์ที่ติดอยู่กับช่อดอกจำนวนมาก เช่น คะน้า ผักสลัด ผักกาด ให้นำช่อดอกตีเพื่อให้เมล็ด ร่วงออกมาจากช่อ ทำความสะอาดโดยการใช้ลม เป่าหรือใช้แรงงานคนในการคัดเมล็ดเพื่อแยก สิ่งเจือปนออกจากเมล็ดพันธุ์ จากนั้นนำมาใส่ ตะกร้าพึ่งลม และคอยเกลี่ยเมล็ดเพื่อให้แห้ง หากเมล็ดไม่แห้ง เมื่อเก็บรักษาจะทำให้เกิดความชื้นและความร้อนขึ้น ทำให้เมล็ดเสื่อมสภาพ อย่างรวดเร็วเกิดเชื้อราเข้าทำลาย .
ซินเจนทา ผู้นำระดับโลกด้านเกษตรกรรมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ชื่อ “โซนิวา” (SONIVA) ที่ส่งมอบเมล็ดพันธุ์คุณภาพในภูมิภาคอาเซียน ณ โรงงานผลิตเมล็ดพันธุ์และปรับปรุงพันธุ์พืชโคกตูม-พัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยมีจุดมุ่งหวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางขยายตลาดเมล็ดพันธุ์พืช พร้อมทั้งโซลูชั่นและบริการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเจาะกลุ่มเกษตรกรรายย่อยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยได้เข้าถึงสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการของเกษตรกรรายย่อยได้มากที่สุด แบรนด์โซนิวา เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง บริษัท ซินเจนทา ซีดส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับ บริษัท ACSEN Agriscience Limited ซึ่งเป็นบริษัทเมล็ดพันธุ์พืชรายใหญ่ของประเทศอินเดีย โดยร่วมมือนำนวัตกรรมด้านพันธุ์พืชและความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีการผลิตพืช เพื่อเปิดตัวในประเทศไทย ซึ่งมุ่งหวังให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพร้อมขยายไปยังตลาดที่สำคัญทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเมียนมา โดยโซนิวามุ่งเน้นการเข้าถึงเกษตรกรรายย่อยเป็นหลัก ให้เกษตรกรกลุ่มนี้ได้เข้าถึงเมล็ดพันธุ์ดี มีคุณภาพสูง รวมทั้งเมล็ดพันธุ์ที่มีค
“พันธุ์พืช” นับเป็นหัวใจสำคัญของการทำเกษตร หากนำพันธุ์พืชมีคุณภาพดีมาเพาะปลูกพร้อมใส่ใจบำรุงดิน ให้น้ำและปุ๋ยอย่างเหมาะสม การเพาะปลูกพืชให้ประสบความสำเร็จ ก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด ดร.ชูชาติ วัฒนวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน กล่าวว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศผู้ส่งออกเมล็ดพันธุ์รายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีรายได้จากการส่งออกเมล็ดพันธุ์พืช ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเมล็ดพันธุ์พืชผักและไม้ดอก ประมาณปีละ 4-6 พันล้านบาท ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์พืช หากสามารถพัฒนาพันธุ์พืชของตัวเองเพื่อจำหน่ายในตลาดโลก คาดว่าจะสามารถขยายมูลค่าเพิ่มการส่งออกได้ไม่น้อยกว่า 4-5 เท่าตัว “การปรับปรุงพันธุ์พืช” เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของสถาบันวิจัยพืชสวน โดยเฉพาะเรื่องการปรับปรุงพันธุ์พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผล พืชสวนอุตสาหกรรมและพืชสมุนไพร นอกจากนี้ สถาบันวิจัยพืชสวนยังช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์พืชสวน เป็นกันชนเกี่ยวกับพันธุ์พืชสวนให้กับเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ “ในปี 2566 สถาบันวิจัยพืชสวน วางแผนรับรองพันธุ์พืชอย่างน้อย 23 พันธุ์ ประกอ
วันนี้ ( 19 มิ.ย. 63 ) สมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค (APSA) ร่วมกับ สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย จัดสัมมนาในหัวข้อ “CPTPP: เกษตรไทยเสียเปรียบจริงหรือ?” ณ โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ ทางสมาคมฯ ได้เชิญตัวแทนจากหลายภาคส่วนมาเป็นวิทยากร อาทิ นักปรับปรุงพันธุ์พืช ตัวแทนเกษตรกร ผู้ประกอบการ นักวิชาการ และตัวแทนจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความรู้และเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพันธุ์พืชใหม่และการปกป้องสิทธิของนักปรับปรุงพันธุ์พืชภายใต้ข้อกำหนดของ UPOV 1991 ภายใต้กรอบความร่วมมือ ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก ( CPTPP ) นายพรชัย ประภาวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนอเมริกาเหนือ สำนักอเมริกา แปซิฟิก และองค์การระหว่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า CPTPP เป็นความตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุมในเรื่องการค้า การบริการและการลงทุนเพื่อสร้างมาตรฐานและกฎระเบียบร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก เช่น การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม รวมถึงกลไกแก้ไขข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลและนักลงทุนต่างชาติ หากไทยไม่เข้
วิกฤตภัยแล้งปี 2563 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกรอย่างน้อย 20 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 5,297 หมู่บ้านแล้ว และวิกฤตภัยแล้งนี้อาจจะลากยาวไปถึงกลางปี บางพื้นที่นาข้าวหลายร้อยไร่ยืนต้นตายเพราะไม่มีน้ำ บางพื้นที่ภาครัฐได้ออกมาประกาศให้ชาวนางดการทำนาปรังและให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อยกว่า การปรับตัวสำหรับเกษตรกรจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากเพื่อให้เอาตัวรอดผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งนี้ไปได้ คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไปบริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ตราศรแดง ผู้นำอันดับ 1 ด้านเมล็ดพันธุ์ผัก กล่าวว่า“ วิกฤตภัยแล้ง หรือที่เราเรียกว่า เอลณีโญ โดยปกติแล้วจะเกิดขึ้นทุก ๆ 5 ปี ถ้าพวกเราจำกันได้ปี 2559 จะเป็นปีที่แล้งหนักมาก และในปี 2563 นี้วิกฤตภัยแล้งก็จะเวียนมาครบอีกรอบ โดยในปีนี้ค่อนข้างที่จะรุนแรงมากสาเหตุเพราะปริมาณฝนที่ตกปี 2562 น้อยกว่าปกติ ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมน้อยปี 2563 ฝนตกล่าช้ากว่าปกติ 1 – 2 เดือน คือ จะเริ่มช่วง มิ.ย. – ก.ค. 2563 (ปกติแต่ละปีฝนจะเริ่มตก กลาง พ.ค.- ต.ค.) ปี 2563 อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1 – 2 องศา ฯ หรือราว 40 กว่าองศา ฯ ทำให้แห
ศูนย์ขยายพันธุ์พืช ทั้ง 10 ศูนย์ ขานรับนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมพร้อมสถานที่ผลิตพันธุ์พืชพันธุ์ดีจำหน่ายให้กับเกษตรกรในราคาที่เหมาะสม หวังให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งพันธุ์พืชพันธุ์ดีและลดต้นทุนการผลิตไปพร้อมกัน นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้มีการจัดตั้งกองขยายพันธุ์พืชขึ้นมาเป็นอีกส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมผลิตพันธุ์พืชพันธุ์ดีให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ของเกษตรกร รวมถึงผลิตพันธุ์พืชพันธุ์ดีที่สะอาด ปราศจากโรคและแมลง ราคาเหมาะสม สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตจากการใช้พันธุ์พืชพันธุ์ดี นับเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรในเรื่องของการใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพ นอกจากช่วยแก้ไขปัญหาเมล็ดพันธุ์ที่จำหน่ายในท้องตลาดไม่ให้ราคาสูงแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อมในอนาคตที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ผู้นำในการผลิต และเป็นศูนย์กลางการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช (Seed Hub) ของภูมิภาคอาเซียนตามเป้าหมายที่รัฐบาลได้วางไว้ให้ได้ โดยในปีงบประมาณ 2561 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จ
เกษตรฯ จ่อคิวประกาศมาตรฐานสินค้า “เมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์” เป็นเกณฑ์กำหนดคุณภาพสำหรับซื้อขายปกป้องเกษตรกร ชี้พื้นที่ทุ่งหญ้าสาธารณะลด แถมปัญหาอาหารสัตว์ขาดแคลนช่วงฤดูแล้ง แนวโน้มธุรกิจจำหน่ายอาหารสัตว์เติบโต เสริมแกร่งการค้า-ส่งออก นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการขยายตัวของการผลิตโคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ แกะ และม้า มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ทุ่งหญ้าสาธารณะลดน้อยลงมาก และมักเกิดปัญหาพืชอาหารสัตว์ชนิดหยาบโดยเฉพาะหญ้าคุณภาพขาดแคลนในช่วงฤดูแล้ง ทำให้ธุรกิจจำหน่ายพืชอาหารสัตว์ชนิดหยาบมีความสำคัญและมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น จากปัญหาการขาดแคลนพืชอาหารสัตว์ดังกล่าว ทำให้เกษตรกรต้องมีการเพาะปลูกพืชเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกหญ้า/พืชอาหารสัตว์ รวมกว่า 6.24 แสนไร่ เกษตรกร ประมาณ 21,000 ครัวเรือน ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยปลูกหญ้าอาหารสัตว์เพื่อใช้เองภายในฟาร์มและผลิตเพื่อจำหน่ายด้วย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้มีเกณฑ์กำหนดและชั้นคุณภาพที่เหมาะสมในการซื้อขายเมล็ดพันธุ
กรมวิชาการเกษตร ย้ำชัดปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุด สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองได้ พร้อมยังคุ้มครองสิทธินักปรับปรุงพันธุ์พืช สร้างแรงจูงใจเร่งปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ เผยการแก้ไข พ.ร.บ.ผ่านกระบวนการทางกฎหมายอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ว่าด้วยเรื่องการคุ้มครองพันธุ์พืช 3 ระบบ ประกอบด้วย ระบบการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งเป็นการคุ้มครองเชิงทรัพย์สินทางปัญญา ให้สิทธิกับนักปรับปรุงพันธุ์พืช ระบบการจดทะเบียนพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น ให้สิทธิความเป็นเจ้าของกับชุมชน และระบบการแจ้งและอนุญาตให้ใช้พันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปและพันธุ์พืชป่า เพื่อการศึกษา ทดลอง วิจัย และปรับปรุงพันธุ์ ซึ่งเป็นการคุ้มครองเชิงอนุรักษ์ รวมถึงการบริหารจัดการกองทุนคุ้มครองพันธุ์พืชที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุ์พืชอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม โดยที่ตัวบทกฎหมายตามพระราชบัญญัตินี้ ได้ผูกโยงระบบการคุ้มครองดังกล่าวทั้งหมดเข้าด้วยกัน เมื่อบังคับใช้กฎหมายมาสักระยะหนึ่ง
รัฐบาลไทย นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี, นายฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้นำในภาคส่วนรัฐบาลอื่นๆ ได้ร่วมหารือระดับสูงกับกลุ่มพันธมิตรนักธุรกิจยุโรป-อาเซียน Europe – ASEAN Business Alliance (EABA) ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากบริษัทต่าง ๆ ของยุโรป ซึ่ง มร. เบิร์ท แวน เดอร์ เฟลท์ซ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด ตัวแทนจากกลุ่มธุรกิจเมล็ดพันธุ์พืชและการเกษตร ได้แสดงเจตนารมณ์ในการสนับสนุนรัฐบาลไทยให้พัฒนาอันดับอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ของประเทศไทยในระดับโลก ซึ่งปัจจุบันไทยเป็นประเทศที่อยู่ในลำดับที่ 32 จากทั้งหมด 62 ประเทศเศรษฐกิจทั่วโลก ผลจากการศึกษาของธนาคารโลกในปี พ.ศ.2560 ในเรื่อง “การเปิดทางและสนับสนุนธุรกิจภาคเกษตร” หรือ EBA ซึ่งได้ทำการเปรียบเทียบกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของแต่ละประเทศที่มีผลต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจภาคการเกษตร ในแง่ของการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ ไทยมีอันดับเป็นรองประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนอย่าง ฟิลิปปินส์ (ที่อยู่ในอันดับที่ 11) และมีอันดับใกล้เคียงกับพม่า (อันดับที่ 34) และเว
