เม่า
ต้นประยงค์ เป็นชื่อไทยโบราณ จัดเป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่ง ดอกเป็นช่อ ลักษณะเป็นเม็ดกลมๆ เล็กๆ สีเหลืองดูน่ารัก ตามความเชื่อโบราณเชื่อกันว่า บ้านไหนปลูกประยงค์ไว้ในบริเวณบ้าน จะทำให้บ้านมีความมั่นคง ยั่งยืน อยู่ยงคงกระพัน ไม่พ่ายแพ้ต่อสิ่งใดๆ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ใบคล้ายใบแก้ว ถ้าตัดบ่อยๆ ก็จะเป็นพุ่มแล้วออกดอกบ่อย ดอกให้กลิ่นหอมแรงตอนกลางคืน ดอกนั้นออกเป็นระยะๆ ตลอดปี แต่ละครั้งที่ให้ดอก ประยงค์จะให้ดอกสะพรั่งพร้อมกันเกือบตลอดทั้งต้น ทำนองเดียวกับดอกประดู่ ประยงค์มี 6 กลีบ แต่ไม่บาน เป็นเพียงตุ่มขนาดเล็กกลมๆ เท่านั้น เมื่อดอกอ่อนมีสีเขียวแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก้านและใบ ช่วยแก้แผลบวมฟกช้ำจากการหกล้ม หรือถูกกระทบกระแทก ฝีมีหนองทั้งหลายได้ รากและใบ ไข้แก้โรคเกี่ยวกับทรวงอก แก้ไข้ และอาการชัก ในประเทศฟิลิปปินส์ ใช้ต้มเป็นยาบำรุงร่างกาย แต่ที่เด็ดจริงๆ อยู่ที่ดอก แก้เมาค้าง ดับร้อน แก้กระหายน้ำ แก้ไอ วิงเวียนศีรษะ ทำให้หูตาสว่าง ลดการอึดอัดแน่นหน้าอก รสชาติออกขมเฝื่อนเล็กน้อย รับประทานไม่ยาก วิธีต้มง่ายนิดเดียว คือ เด็ดจากต้นทั้งก้านล้างน้ำให้สะอาด โดยใส่ในตะแกรงถี่ๆ ใส่กาชงชาหรือใส่ในแ
การนำหมากเม่าหรือมะเม่ามาแปรรูปเป็นไวน์ถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนาเพิ่มมูลค่าของไม้ผลท้องถิ่นได้อย่างดีมาก ทำให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์โดยตรงอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกให้ชาวบ้านในท้องถิ่นเกิดความรักหวงแหน พร้อมกับช่วยอนุรักษ์ไม้ชนิดนี้ ซึ่งนับเป็นพื้นบ้านสำคัญที่ทรงคุณค่าให้อยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดที่พบว่ามีพื้นที่ต้นหมากเม่ามากกว่าแห่งอื่นคือที่เทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร เหตุนี้จึงมีแนวคิดที่จะอนุรักษ์ไม้ท้องถิ่นชนิดนี้ พร้อมไปกับการสร้างคุณค่าและมูลค่า จนประสบผลสำเร็จด้วยการผลิตเป็นไวน์ส่งไปประกวดต่างประเทศได้รับรางวัลกลับมาสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก จากนั้นจึงต่อยอดด้วยการผลิตเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ขนม และเครื่องสำอาง ไม่เพียงเท่านั้นกากเม่ายังนำไปผสมเพื่อใช้เป็นอาหารให้สัตว์กิน คงมีน้อยคนที่จะรู้ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของการนำหมากเม่ามาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลายชนิดจนโด่งดังมาจากจุดเริ่มต้นภายในรั้วของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร จากคนกลุ่มหนึ่งที่ทำงานอยู่คณะทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้น รายงานพิเศษจังหวัดสก
