เยาวราช
นักวิชาการธรรมศาสตร์ แนะท้องถิ่น–สำนักงานเขต สำรวจข้อมูลใหม่ทุก 5 ปี “สร้างคลังข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐาน” เพื่อเตรียมทรัพยากร วางแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน–ภัยพิบัติ หากไม่สามารถแก้ผังเมือง–โครงสร้าง–กรรมสิทธิ์ที่ดิน รศ.ดร.สุวดี ทองสุกปลั่ง หรรษาสุขสิน อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงมาตรการรับมือสาธารณภัยในชุมชนเมืองเก่า ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ในชุมชนตรอกโพธิ์ ย่านเยาวราช กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตอนหนึ่งว่า ด้วยลักษณะทางกายภาพของชุมชนที่เปลี่ยนไปตามบริบทเมือง ทำให้ย่านชุมชนเมืองเก่าหรือชุมชนดั้งเดิมในปัจจุบันมีความคึกคัก จำนวนมากกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ด้วยระยะเวลาผ่านไป ทำให้เมืองมีการพัฒนาไปมาก ประชากรมีความหนาแน่น การสัญจรเข้าออกพื้นที่มีความยากลำบากกว่าในอดีต ตลอดจนวัสดุโครงสร้างอาคารในพื้นที่มีความเก่า บางส่วนอาจชำรุด โดยเฉพาะระบบโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้า ที่อาจมีความเสี่ยง ดังนั้น กทม. รวมถึงรัฐบาล จำเป็นต้องให้น้ำหนักความสำคัญอย่างยิ่งกับชุมชนเมืองเก่า “สิ่งสำคัญที่ทำได้ทันทีคือการเตรียมทร
ขนมพื้นบ้านปักษ์ใต้ ที่มีรูปทรงสามเหลี่ยม สีเหลืองใส คล้ายข้าวต้มสามเหลี่ยม จะกินเปล่าๆ ก็อร่อยนุ่มลิ้น หรือจะเพิ่มความหวานจิ้มน้ำตาลอ้อยก็อร่อยไปอีกแบบ หรือจะให้ถึงใจต้องนำใส่ในน้ำเชื่อมเติมน้ำแข็งลงไปรับรองจะติดใจ หลายๆ คนคงนึกออกแล้วว่าขนมที่กล่าวมานี้ คือ ขนมจั้ง (แถวๆ จังหวัดสุราษฎร์ธานีเขามักจะเรียกกันแบบนี้) ซึ่งแต่ละพื้นที่อาจจะเรียกแตกต่างกันไป เช่น ขนมจ้าง ขนมซั้ง ขนมจั้ง กีจ่าง เป็นต้น และในปัจจุบันวัฒนธรรมการกินขนมจั้ง เริ่มเลือนหายไปอย่างน่าเสียดาย ขนมจ่าง กีจ่าง หรือ จั้ง เป็นขนมประเพณีของจีน ทำขายกันในเทศกาลบ๊ะจ่าง ปลายเดือน 6 และค่อนข้างจะขายดี เพราะเป็นขนมประเพณีไหว้บรรพบุรุษคนจีน ที่คนจีนเคารพนับถือมาก การทำขนมจ่างเป็นทั้งศิลป์และศาสตร์ที่คนเก่าแก่เท่านั้นที่ทำได้ และปิดบังเป็นความลับมานมนานแล้ว ดั้งเดิมเป็นขนมพื้นเมืองของประเทศจีน ต่อมาได้แพร่หลายไปในหลายประเทศ เนื่องจากคนจีนสมัยก่อนได้อพยพย้ายเข้าไปตั้งถิ่นฐานที่อื่น บ้างก็ไปทำการค้า บ้างก็ไปทำงาน ดั่งคำกล่าว เสื่อผืนหมอนใบ ที่เราๆ เคยได้ยิน กระทั่งสืบทอดลงมายังภาคใต้บ้านเรา เสน่ห์และลักษณะที่ดีของขนมจั้ง คือ ต้องใส
