เลี้ยงกุ้งฝอย
กุ้งเต้น หรือกุ้งฝอย เป็นอีกหนึ่งในวัตถุดิบหลักของคนอีสาน กินดิบ หรือปรุงสุกก็ได้ นิยมนำมารังสรรค์เมนูอาหารอีสานพื้นบ้านแซ่บๆ ไม่ว่าจะเป็น คั่วกุ้งฝอยใส่ปลาร้า ก้อยกุ้งดิบ หรือตำแจ่วกุ้งฝอย แกล้มด้วยผัดสดๆ อยากบอกว่าอร่อยสุดๆ กุ้งฝอยถือเป็นเมนูที่คนอีสานต้องกินกันทุกมื้อไม่แพ้ส้มตำเลย ปัจจุบันกุ้งฝอยหากินได้ง่ายขึ้น ผู้บริโภคที่นอกจากคนอีสานแล้ว ผู้คนทั่วทุกภูมิภาคก็ต่างชื่นชอบในเมนูแซ่บๆ จากกุ้งฝอย อย่างเช่น เมนูยำกุ้งเต้น ที่ไม่ว่าจะอยู่ภาคไหนก็ต้องเห็นร้านขายเมนูยำกุ้งเต้น ในทุกๆ ตลาดนัด คุณชุติกาญจน์ ไกลโนนทอง อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ที่ 7 ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรเพาะเลี้ยงกุ้งฝอย คุณชุติกาญจน์ กล่าวว่า ตนเองปลูกพืชผสมผสานอยู่แล้ว และในพื้นที่สวนก็มีคลองไส้ไก่ วันหนึ่งได้เข้าไปในสวนและดูสัตว์น้ำในคลอง พบว่ามีกุ้งอยู่จำนวนมาก กุ้งเหล่านี้หากินและเติบโตเองตามธรรมชาติ ทำให้คุณชุติกาญจน์จึงอยากทดลองเลี้ยงกุ้ง และส่วนตัวนั้นเป็นคนชื่นชอบในการกินกุ้งฝอยอยู่แล้ว และตลาดกุ้งฝอยในภาคอีสานมีความต้องการสูงมาก ชนิดที่เรียกได้ว่าไม่พอต่อความต้องการ
ข้าราชการจำนวนไม่น้อยใช้เวลาว่างและวันหยุดทำอาชีพเสริมและงานอดิเรกที่ตัวเองชื่นชอบ ซึ่งนอกจากจะมีความสุขแล้วยังมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย อย่าง คุณสัญชัย มัดดา วัย 41 ปี หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “บังมัด” เป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา อยู่บ้านเลขที่ 41/13 หมู่ที่ 7 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ใช้บริเวณบ้านเลี้ยงกุ้งฝอยนา ขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ มีรายได้หลักหมื่นต่อเดือน โดยส่งขายไปทั่วประเทศผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเขาได้เปิดเพจชื่อนาวาฟาร์มกุ้งฝอยไว้คอยบริการลูกค้า คุณสัญชัย มัดดา (บังมัด) เล่าที่มาที่ไปของการเลี้ยงกุ้งฝอยนาให้ฟังว่า ได้แรงจูงใจมาจากคุณพ่อ เพราะตั้งแต่เด็กๆ ตอนอยู่ กทม. เห็นคุณพ่อเลี้ยงปลาสวยงามส่งขายตลาดนัดจตุจักรมีรายได้ ซึ่งตอนนั้นก็ช่วยคุณพ่อเลี้ยงด้วย คุณพ่อจะสอนให้ทำทุกอย่าง จนกระทั่งมีความชอบสัตว์น้ำมาตั้งแต่เด็กๆ พอมาอยู่จังหวัดยะลา การเลี้ยงปลาสวยงามแบบคุณพ่ออาจจะมีปัญหาเรื่องการขนส่ง พี่ชายเลยแนะนำให้เลี้ยงกุ้งฝอย เนื่องจากมองว่ามีความรู้พื้นฐานเรื่องการเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่แล้ว และไม่ต้องใช้เวลาดูแลมากนัก จึงเริ่มเลี้ยงเมื่อปีที่แล้ว โดยลงทุ
เรื่องราวของ คุณพงศกร พลบูรณ์ หรือคุณกอล์ฟ หนุ่มวัย 27 ปี ที่ อ.นาแห้ว จ.เลย และภรรยา นางสาวนุชจรีภรณ์ ศรีสมบัติ อายุ 27 ปี ชาวบ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย คุณกอล์ฟ เลี้ยงไก่ ทำสวนเกษตรผสมผสาน รวมทั้งเลี้ยงปลา ทั้งปลานิล ปลาตะเพียน ปลายี่สก ปลานวลจันทร์ ปลาหมอ ฯลฯ และจากงานเลี้ยงปลานี่เอง ที่ให้เกิดการ เลี้ยงกุ้งฝอย ซึ่งเขาว่ามันเอื้อกันไปได้ นั่นคือ อาหารที่ใช้เลี้ยงปลา เมื่อปลากินเหลือเศษเล็กเศษน้อยยังพอเป็นอาหารของกุ้งฝอยได้ ซึ่งเมื่อกุ้งฝอยเติบโต ยังจับมาเป็นอาหาร หรือนำไปขายเป็นรายได้เสริม ซึ่งการเลี้ยงกุ้งฝอย คุณกอล์ฟ ก็บอกว่า แทบจะไม่ได้ลงทุนอะไรเลย วิธีการก็คือ ไปหาพ่อแม่พันธุ์มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยใช้อุปกรณ์การจับจากภูมิปัญญาชาวบ้าน จับกุ้งมาเลี้ยง ที่เรียกว่า อีจู้ กุ้งฝอยที่เลี้ยงในบ่อปลา ต้องเป็นปลากินพืช จะไม่นำไปเลี้ยงไว้กับปลากินสัตว์ และเมื่อต้องการจับกุ้งฝอยจากบ่อขึ้นมากิน ก็ใช้อีจู้เช่นเดิม โดยจะใช้หัวอาหารใส่ลงไปในอีจู้ เพื่อเป็นตัวล่อกุ้ง เข้ามาติดกับ 1 อีจู้ สามารถจับกุ้งได้ประมาณครึ่งกิโล ทั้งนี้ิ หลายคนรู้จัก “อีจู้” ในฐานะอุปกรณ์ดักจับปลาไหลที่ส
ได้รับความสนใจไม่น้อยเลย สำหรับ เรื่องราวของหนุ่มวัย 27 ปีที่อ.นาแห้ว จ.เลย เขาลาออกจากงานลูกจ้างกรมป่าไม้ เพื่อมาเลี้ยงไก่ 500 ตัว เก็บไข่ขาย มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ราว 30,000 บาทต่อเดือน นั่นคือ เรื่องราวของ คุณพงศกร พลบูรณ์ หรือคุณกอล์ฟ และภรรยา นางสาวนุชจรีภรณ์ ศรีสมบัติ อายุ 27 ชาวบ้านเหมืองแพร่ อ.นาแห้ว จ.เลย นอกจากเลี้ยงไก่แล้ คุณกอล์ฟ ยัง ทำสวนเกษตรผสมผสาย รวมทั้งเลี้ยงปลา ทั้งปลานิล ปลาตะเพียน ปลายี่สก ปลานวลจันทร์ ปลาหมอ ฯลฯ และจากงานเลี้ยงปลานี่เอง ที่ให้เกิดการ เลี้ยงกุ้งฝอย ซึ่งเขา ว่ามันเอื้อกันไปได้ นั่นคือ อาหารที่ใช้เลี้ยงปลา เมื่อปลากินเหลือเศษเล็กเศษน้อยยังพอเป็นอาหารของกุ้งฝอยได้ ซึ่งเมื่อกุ้งฝอยเติบโต ยังจับมาเป็นอาหาร หรือนำไปขายเป็นรายได้เสริม อิจู้ ซึ่งการเลี้ยงกุ้งฝอย คุณกอล์ฟ ก็บอกว่า แทบจะไม่ได้ลงทุนอะไรเลย วิธีการก็คือ ไปหาพ่อแม่พันธุ์มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยใช้อุปกรณ์การจับจากภูมิปัญญาชาวบ้าน จับกุ้งมาเลี้ยง ที่เรียกว่า อิจู้ วิธีการ ดู กุ้งแม่พันธุ์ ถ้าท้อง จะมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ สีเขียว ก็นำมาปล่อยในบ่อ จากนั้น ก็แพร่ลูกแพร่หลาน กุ้งอายุ 2-3 สั
