เลี้ยงปลากะพง
ปลากะพงขาว (Lates calcarifer) เป็นปลาชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งของประเทศไทย เนื่องจากเนื้อมีรสชาติดี มีความนิยมในการบริโภคสูง อีกทั้งยังสามารถปรับตัวให้อยู่ในแหล่งน้ำที่มีระดับความเค็มแตกต่างกันได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่น้ำทะเลเค็มจัด ไปจนถึงน้ำจืดสนิทได้ ลักษณะโดยทั่วไปของปลากะพง มีรูปร่างลำตัวหนา ลำตัวแบนข้าง หัวมีขนาดประมาณ 1 ส่วน 4 ของลำตัว ดวงตามีขนาดใหญ่ และมีจะงอยปากแหลม ขากรรไกรล่างยื่นยาวกว่าขากรรไกรบนเล็กน้อย สามารถขยายอุ้งปากได้กว้างเกือบเท่าความลึกของลำตัว โดยธรรมชาติปลากะพงขาวเป็นปลาในกลุ่มกินเนื้อเป็นอาหาร (carnivorous) โดยอาหารหลักของปลากะพงขาวตามธรรมชาติจะได้แก่ ปลา กุ้ง และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในน้ำ และมีขนาดเล็กกว่าปากของปลากะพงขาว ในปัจจุบันปลากะพงขาว ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเนื่องจากสามารถเพาะพันธุ์ได้คราวละมากๆ และมีผู้เพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกพันธุ์ที่หลากหลาย โดยปลากะพงขาวเป็นปลาที่สามารถเลี้ยงได้ง่าย โตเร็ว มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูง กินอาหารได้หลากหลาย ประกอบกับการที่ปลากะพงเป็นปลาที่มีรสชาติ
สมุทรปราการ – พื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เดินหน้าต่อยอดการบริหารจัดการปลาต่างถิ่น ผ่านการ “ใช้ประโยชน์ควบคู่การควบคุม” ช่วยลดต้นทุนเลี้ยงปลากะพง นำมาแปรรูปสร้างรายได้ พร้อมฟื้นสมดุลระบบนิเวศแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง “มาเรียมน้อย สุคนธทรัพย์” ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านคลองสวน เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่ได้รับการสนับสนุนลูกพันธุ์ปลากะพงมาเลี้ยงจากประมงจังหวัดเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงปลาเศรษฐกิจในระบบกึ่งธรรมชาติ โดยใช้ปลาหมอคางดำเป็นปลาเหยื่อสำหรับเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลากะพงขาวถือเป็น “ปลาผู้ล่า” ที่ช่วยควบคุมลูกปลาต่างถิ่นในบ่อเลี้ยง ขณะเดียวกันยังเป็นปลาเศรษฐกิจที่มีการเติบโตเร็ว เนื้อแน่น และสามารถปรับตัวได้ทั้งน้ำจืดและน้ำกร่อย ที่สำคัญปลากะพงยังจำหน่ายได้ในราคาที่ดี ปัจจุบัน ปลาหมอคางดำเป็น “โอกาสของชุมชน” ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย โดยเฉพาะช่วยเกษตรกรลดต้นทุนอาหารสัตว์น้ำ ขณะเดียวกัน ชุมชนยังนำมาใช้บริโภคในครัวเรือนและแปรรูปสร้างรายได้ “ทุกวันนี้ ชาวบ้านนำปลาหมอคางดำขนาดใหญ่มาทำอาหารได้หลายเมนู เช่น น้ำยาขนมจีน ปลาราดพริก และที่สร้างรายได้ดี คือ ปลาเค็มแ
