เศรษฐกิจฐานราก
“ผึ้ง” เปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นที่มีความหลากหลายของพืชพรรณสูง ทำให้มีสายพันธุ์ผึ้งท้องถิ่นถึง 5 ชนิดจาก 8 ชนิดในทวีปเอเชีย ได้แก่ ผึ้งหลวง ผึ้งโพรง ผึ้งพันธุ์ ผึ้งมิ้ม ผึ้งม้าน และชันโรงอีกกว่า 34 สายพันธุ์ ด้วยปัจจัยความหลากหลายทางชีวภาพนี้ ทำให้น้ำผึ้งไทยมีคาแร็กเตอร์และรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ผนวกกับทักษะการทำเกษตรแม่นยำของคนไทย ยิ่งส่งเสริมให้ผลผลิตมีคุณภาพสูง ทว่าปัจจุบันน้ำผึ้งไทยยังคงเผชิญความท้าทายด้านมาตรฐานการผลิตและมาตรฐานการส่งออก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ดวงภักดี ศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร (Bee Park) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และประธานภูมิภาคเอเชีย สมาคมผู้เลี้ยงผึ้งนานาชาติ (International Federation of Beekeepers’ Association: Apimondia) สมาคมผึ้งโลกมีอายุกว่า 129 ปี กล่าวว่า แม้ตลาดน้ำผึ้งโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 4 แสนล้านบาท แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่กลับคุ้นเคยและนิยมน้ำผึ้งพันธุ์ฝรั่งมากกว่า สาเหตุสำคัญมาจากมาตรฐานน้ำผึ้งสากล ซึ
จังหวัดกาญจนบุรี เตรียมจัดงาน “โครงการส่งเสริมการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและแรงงาน การค้าและการลงทุนทั้งในจังหวัดและระหว่างประเทศ กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชน งานแสดงสินค้า Yard OTOP Sale กาญจน์ชิลล์ดี กรีนมาร์เก็ต จังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี ๒๕๖๘ เวทีสำคัญที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจฐานราก สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการ และนำผลิตภัณฑ์ชุมชนก้าวสู่ตลาดสร้างสรรค์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การจัดงานครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ในการยกนะดับผู้ประกอบการท้องถิ่น และการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการส่งเสริมสินค้าโอทอปและผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีคุณภาพ ไม่เพียงเพื่อสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ เอกลักษณ์ และความยั่งยืน “นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ” รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ประธานในพิธีกล่าวว่า งานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่คือ เวทีเศรษฐกิจสร้างสร
กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ช่วยชุมชนออกแบบพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ เรื่องราวบรรจุภัณฑ์ต่อยอดจากของเดิมที่มีอยู่ สร้างสรรค์ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมบนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นเฉพาะท้องถิ่นของชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี โดยในปี 2563 มีกลุ่มที่เข้าสู่กระบวนการพัฒนา 792 ราย/กลุ่ม ทั่วประเทศ แบ่งฝึกปฏิบัติ 6 รุ่น ตามภาค ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม “New normal” ผ่านกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ ค้นหาเสน่ห์วิถีชุมชนที่ซ่อนอยู่ อาทิ หมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยวบ้านแสมผู้ จังหวัดระยอง หมู่บ้านชุมชนท่องเที่ยว บ้านหาดบ้าย จังหวัดเชียงราย บ้านบุเปือย จังหวัดอุบลราชธานี หมู่บ้านคลองต่ำ จังหวัดปัตตานี และ บ้านศาลาดิน จังหวัดนครปฐม นำมาพัฒนาต่อยอดตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เน้นตลาดเชิงการผลิต สร้างอาชีพ รายได้ที่ยั่งยืน โดยมี ภาคกลาง จำนวน 346 ผลิตภัณฑ์ ภาคใต้ จำนวน 182 ผลิตภัณฑ์ อีสาน จำนวน 161 ผลิตภัณฑ์ และ ภาคเหนือ จำนวน 103 ผลิตภัณฑ์ พร้อมรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยวทั้งภายในและนอกประเทศ หลังสถานการณ์
รัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 3 แสนล้าน สู่โครงการเศรษฐกิจพอเพียงสร้างไทย แบ่งเป็นงบฯ สนับสนุนโดยตรงกว่า 50,000 ล้านบาท และสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนจาก ธ.ก.ส. อีก 2.6 แสนล้าน เพื่อเร่งฟื้นฟู อาชีพและรายได้หลังวิกฤติ COVID-19 แก่เกษตรกร 300,000 ราย เร่งสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีทักษะด้านการตลาดและเทคโนโลยีกลับคืนสู่ชนบท 200,000 ราย พร้อมหนุนวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการเกษตร 16,000 ราย และสหกรณ์ สถาบันเกษตรกรอีก 7,255 แห่ง ร่วมเป็นหัวขบวนขับเคลื่อนธุรกิจชุมชน เสริมสร้างความเข้มแข็งทั้งระดับครัวเรือน ชุมชน และความยั่งยืนของเศรษฐกิจฐานราก วันนี้ (24 มิถุนายน 2563) ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมคอนราด แบงคอก ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการเปิดโครงการเศรษฐกิจพอเพียงสร้างไทยและโครงการ New Gen Hug บ้านเกิด และ ดร. อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมปาฐกถาพิเศษ “การฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย หลัง COVID-19” พร้อมมอบนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความแข็งแกร่ง โดยมี นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คุณถกลเกียรติ
กอ.รมน. จับมือ วช.เซ็นเอ็มโอยูเพื่อร่วมกันใช้ประโยชน์นวัตกรรมงานวิจัย ไปขยายผล พัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมชุมชนทั่วประเทศ ให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อร่วมพลังพัฒนาชุมชนให้เกิดความเข้มแข็งตามนโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ กอ.รมน. และ วช. มีเป้าหมายร่วมกันที่จะบูรณาการหน่วยงานในพื้นที่นำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปขยายผล ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และชุมชน เพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหา พัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ศาสตราจารย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มีหน้าที่ในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม การจัดทำฐานข้อมูลและด
เมืองกรุงบรรยากาศคึกคัก สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร จัดต่อเนื่อง “ตลาดกลางกรุง” ระดมสินค้าชุมชนของดีมีคุณภาพทั่วกรุง มาให้คนกรุง เลือกชม เลือกช็อป เลือกชิม กันแบบจุใจ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ Bangkok brand ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้าง โดยครั้งนี้เลือกจัดพื้นที่เขตชั้นในกรุงเทพมหานคร บริเวณ สวนเพลินมาร์เก็ต คลองเตย สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ยังคงแนวคิด “คาราวานความสุข เรียนรู้ภูมิปัญญา ตลาดสินค้าสู่ชุมชน” เน้นจำหน่ายสินค้าชุมชน Bangkok brand ของดีมีคุณภาพในราคาพิเศษ ซึ่งมีร้านค้ากว่า 100 ร้าน มาร่วมออกบู๊ธ มีทั้งประเภท ข้าวของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกาย ของตกแต่ง ของที่ระลึก เสื้อผ้า อาหาร และของดีชุมชน อื่นๆ มากมายหลายร้อยรายการ รวมถึงจัดเตรียมกิจกรรมสาระความรู้ และบันเทิงให้ร่วมสนุก อีกเพียบ อาทิ เรียนรู้งานผลิตภัณฑ์ และฝึกอาชีพ…ฟรี!!! จึงขอเชิญประชาชนที่สนใจ ร่วมอุดหนุนสินค้าชุมชน ของดีมีคุณภาพ ตั้งแต่วันนี้จนถึง วันที่ 10 สิงหาคม 2561 เปิดให้บริการ ตั้งแต่ เวลา 10.00-21.00 น. ณ สวนเพลินมาร์เก็ต คลองเตย ย้ำ…!! งานนี้เข้าฟรี ไม่มีค่าใช
พัฒนาชุมชนชู 4 แนวทางยกเครื่องผลิตภัณฑ์โอท็อป “สตอรี่-ดีไซน์-มาตรฐาน-อีคอมเมิร์ซ” หวังปลุกเศรษฐกิจฐานราก หนุนตั้งเทรดเดอร์ 77 จังหวัดปิดจุดอ่อนการตลาด ผนึกกำลังสร้างแบรนด์ “โอท็อปไลฟ์สไตล์” ทั่วประเทศ 30 แห่งภายในสิ้นปีนี้ พร้อมส่ง “โอท็อปเอาท์เลต” ลุยตลาดต่างประเทศ จับมือลาซาด้า ไทยแลนด์มอลล์ ญี่ปุ่นเปิดตลาดออนไลน์ เทรดเดอร์แก้ปมสินค้าไม่มีตลาด นายณรงค์ บุ่ยศิริรักษ์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ผลิต/ ผู้ประกอบการโอท็อปประมาณ 40,000 กว่าราย มีสินค้าที่ขึ้นทะเบียนโอท็อป 83,000 รายการ ซึ่งแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยสินค้าที่ได้ดาวตั้งแต่ 1-5 ดาว มีเพียง 15,000 รายการเท่านั้น ซึ่งสินค้าจำนวนนี้สามารถทำการตลาดได้ ขณะที่สินค้า 1-2 ดาวบางรายการ หรือที่ไม่มีดาว สามารถทำตลาดได้ยาก เนื่องจากหลายปัจจัย ได้แก่ ความไม่พร้อมของผู้ผลิต มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ เป็นต้น หากปล่อยให้ 60,000 กว่าผลิตภัณฑ์ ยังขายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ก็จะสะท้อนว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากยังไม่สมบูรณ์ตามนโยบายของรัฐบาล ขณะเดียวกันนับเป็นโจทย์หนึ่งที่กรมการพัฒนาชุมชนกำลังคิดแก้ปัญหาผล
