เศรษฐกิจไทย
หากใครกำลังมองหาลู่ทางในการปลูกพืชเศรษฐกิจทางเลือก 4 พืชเศรษฐกิจ อยู่ในกลุ่มพืชทางเลือกใหม่ที่มีอนาคต (Future Crops) ได้แก่ โกโก้ ไผ่ พริกชี้ฟ้าและกัญชา พืชเศรษฐกิจกลุ่มนี้มีศัยกภาพน่าลงทุน เพราะมีปริมาณผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด และบางตัวยังมีการนำเข้าจากต่างประเทศ หากทำเองในประเทศได้จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้หลากหลายทางธุรกิจ ปลูกดูแลง่าย ให้ผลตอบแทนสูง โกโก้ มุ่งสู่ฮับแห่งอาเซียน ปัจจุบันโกโก้ เป็นสินค้าเกษตรทางเลือก เสริมรายได้ของภาคตะวันออก จุดแข็งของโกโก้คือ ปลูกได้ทั้งเชิงเดี่ยวและปลูกแซมภายใต้ร่มเงาพืชอื่น สามารถปลูกได้ 100 – 200 ต้นต่อไร่ ให้ผลผลิตเร็ว เริ่มให้ผลในปีที่ 2-3 ออกดอกติดผลตลอดปี อายุต้นยืนยาว 60 ปี เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ จำหน่ายผลผลิต แบบผลสด และเมล็ดตากแห้ง และเข้าสู่กระบวนการของโรงงานแปรรูปโกโก้ขั้นต้น และโรงงานแปรรูปโกโก้ขั้นสูง จนได้ผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตในรูปแบบที่หลากหลาย ส่งขายปลีก ขายส่งในประเทศ ส่งต่อไปยังกลุ่มผู้แปรรูปอาหารและเครื่องดื่มเครื่องสำอางในประเทศและส่งออกต่างประเทศ ซึ่งเกษตรกรบางรายเริ่มฝึกทดลองทำการแปรรูปเป็นสินค้าช็อกโกแลต
ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยอยู่ระหว่างการฟื้นฟูและหาทิศทางใหม่ๆ ในการเพิ่มเม็ดเงินให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ภาคการเกษตรกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญที่จะนำมาชุบตัว เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม โดยเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาเกษตรกรแห่งชาติ ร่วมกันจัดทำโครงการ “แซนด์บ็อกซ์ปศุสัตว์” เรียกได้ว่าเป็นโครงการใหม่ที่ยังไม่ได้แกะกล่องด้วยซ้ำ เพราะยังอยู่ในช่วงหารือและพิจารณาการดำเนินงาน รวมถึงยังอยู่ในช่วงของการกำหนดพื้นที่กลุ่มคน สมาชิก เพื่อนำร่อง ซึ่งโครงการนี้มีจุดมุ่งหมายสร้างรายได้เพิ่ม โดยรัฐบาลจะพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับโครงการต่างๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นภาคใต้ แซนด์บ็อกซ์ปศุสัตว์ต่อไป เบื้องต้นจากการหารือระหว่าง พล.อ. ประยุทธ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ โดย พล.อ. ประยุทธ์ได้เสนอแนวคิดการจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อหวังเพิ่มช่องทางรายได้ สร้างความยั่งยืนให้อาชีพเกษตรกร ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้
ล่าสุด ครม. (16 มิ.ย.63) ได้เห็นชอบในหลักการมาตรการกระตุ้น “ไทยเที่ยวไทย” เรียบร้อยแล้ว ใน 3 แพ็คเกจ ได้แก่ 1. แพ็คเกจ “กำลังใจ” 2. แพ็คเกจ “เราไปเที่ยวกัน” 3. แพ็คเกจ “เที่ยวปันสุข” ที่รัฐบาลสนับสนุนงบ 22,400 ล้านบาท ภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้กรอบเงินกู้ 4 แสนล้าน กระตุ้นการท่องเที่ยว ในช่วง 4 เดือนนี้ (ตั้งแต่ วันที่ 1 ก.ค.-31 ต.ค. 2563) 1 ใน 3 แพ็ค โครงการ “เที่ยวปันสุข” ของมาตรการกระตุ้น “ไทยเที่ยวไทย” จัดขึ้นมาเพื่อตอบแทนและเป็นกำลังใจบุคลากรแนวหน้าในการรับมือ โควิด-19 โดยเฉพาะงานนี้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เตรียมแพ็คกระเป๋ารอเที่ยวฟรี หลังซาศึก โควิด-19 แพ็คเกจ “กำลังใจ” จัดทำขึ้นเพื่อตอบแทนบุคลากรแนวหน้าในการรับมือ โควิด-19 โดยให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รวม 1.2 ล้านคน เที่ยวฟรี ผ่านบริษัทนำเที่ยว 13,000 ราย ล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประ
