แก้ปัญหาขยะ
รศ.ดร.รจนา จันทราสา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยและพัฒนา และศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ทำโครงการศึกษาวิจัยเรื่อง “นวัตกรรมการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เหลือใช้จากกุหลาบบูชา” ขึ้น โดยร่วมมือกับวัดจุฬามณีและชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เนื่องด้วยวัดจุฬามณี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งในอำเภออัมพวา ที่ประชาชนต่างหลั่งไหลมาเคารพกราบไหว้ขอพร “ท้าวเวสสุวรรณ” ในปัจจุบันจะมีประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มีความเลื่อมใสศรัทธา นำดอกกุหลาบมากราบไหว้บูชาเป็นจำนวนมากอย่างไม่ขาดสาย ปัญหาที่ตามมาคือวัดต้องจัดการของเหลือใช้จากการบูชาเพิ่มขึ้นทุกขณะ ซึ่งไม่เพียงเสียค่าใช้จ่ายยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ดังนั้น โครงการวิจัยดังกล่าวจึงตอบโจทย์ความต้องการของวัดและชุมชน ในการพัฒนาสิ่งเหลือใช้จากกุหลาบบูชามาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ สร้างมูลค่าเพิ่ม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผศ.ดร.ภญ.พิมพร ทองเมือง ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า โครงการศึกษาวิจ
26 สิงหาคม 2562: กรุงเทพฯ – นายกฯ เห็นด้วยกับข้อเสนอแก้ปัญหาขยะ หลังทุกภาคส่วนร่วมเสนอ 4 แผนจัดการปัญหาวิกฤตขยะในงาน “SD Symposium 2019” ได้แก่ การยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานรองรับการบริหารจัดการขยะ–ผลักดันภาคธุรกิจผลิตสินค้าที่เอื้อต่อการรีไซเคิลและรับผิดชอบซากสินค้า–สร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน–บังคับใช้กฎหมาย บทลงโทษอย่างจริงจัง นายกฯ เผย ขยะทะเลถือเป็นปัญหาร่วมกัน พร้อมยืนยันเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐ และเป็นหน้าที่ของทุกคน นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวว่า “ปัญหาขยะทะเลที่เกิดขึ้นในไทย เป็นสิ่งที่เชื่อมต่อกับคนทั้งโลก เพราะเราใช้แผ่นดินเดียวกัน ทะเลเดียวกัน อากาศเดียวกัน ปัญหาขยะจึงเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือการพัฒนาให้เกิดความสมดุล ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลทำมาตลอด 5 ปี และจะทำต่อเนื่อง และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนก็เป็นคำตอบหนึ่งของการพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน รัฐบาลจึงได้บรรจุเป็นหนึ่งในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ว่าการพัฒนาประเทศต่อจากนี้จะเน้นความยั่งยืนและดูแลสิ่งแวดล้อมให้คนรุ่นหลัง นอกจากนี้ ยังกำหนดการไว้ในนโยบ
ผักตบชวา เป็นวัชพืชน้ำที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถขยายพันธุ์โดยการแตกไหลกลายเป็นลำต้น ผักตบชวารวมกลุ่มกันแน่น แต่เมื่อโดนกระแสน้ำจะไหลขาดออกจากกัน กระจายตัวออกเป็นส่วนย่อยๆ ง่ายต่อการกระจายพันธุ์ไปในที่ต่างๆ และเพิ่มปริมาณจนหนาแน่นอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดปัญหามลภาวะทางน้ำ กีดขวางทางไหลของน้ำ การขนส่งคมนาคมทางน้ำ ทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน ผักตบชวา ที่มีอายุ 1 เดือน จะมีความสูงเฉลี่ย 40 เซนติเมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ จะให้น้ำหนักสด 10 ตัน ส่วนผักตบชวาที่อายุ 4 เดือน ความสูง 100 เซนติเมตร จะให้น้ำหนักสด 30 ตัน เนื่องจากผักตบชวาสด มีน้ำเป็นส่วนประกอบในตัวแล้ว ยังมีน้ำที่ติดมากับรากและใบผักตบชวากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น การขุดลอกผักตบชวาจากแหล่งน้ำจำนวนมากๆ เพื่อขนส่งไปทิ้งจึงทำได้ยาก เพราะมีน้ำหนักมาก หากนำผักตบชวามากองบริเวณลำน้ำโดยขาดการบริหารจัดการที่ดี จะส่งกลิ่นเน่าเหม็นก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ผักตบชวา เป็นพืชที่มีระบบรากฝอยจำนวนมาก จึงดูดซับแร่ธาตุต่างๆ จากตะกอนในน้ำเก็บไว้ในส่วนลำต้นและราก เฉลี่ยมีปริมาณไนโตรเจนไม่น้อยกว่า 1% ฟอสฟอรัส 0.25% และโพแทสเซียม 4% ส่วนโลหะหนักในผักตบช
หลายปีมานี้ หลายภาคส่วนต่างหันมาให้ความสำคัญเรื่อง “ขยะ” กันมากขึ้น แนวทางหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงในระดับสากลว่าเป็นทางออกสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนคือ การจัดการขยะตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) แต่การที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องมีการจัดการและเเยกขยะอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้ง่ายสำหรับการนำไปผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ดังเช่นที่ภาคประชาชนในหลายชุมชนได้ตื่นตัวและลุกขึ้นมาจัดการ “ขยะต้นทาง” อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดวงจรการจัดการขยะที่สมบูรณ์ ความร่วมมือของเครือข่าย “บวร : บ้าน วัด โรงเรียน” เพื่อปลูกฝังจิตสำนึก และสร้างพฤติกรรมนำขยะมาหมุนเวียนต่อยอดคุณค่า คือจุดเริ่มต้นของต้นแบบ Circular Community “โรงเรียนมีนโยบายเป็นโรงเรียนปลอดขยะ โดยร่วมกับธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจีที่ระยอง ปลูกฝังจิตสำนึก และสอดแทรกปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการส่งเสริมให้เด็กๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 รู้จักการซ่อมแซมของใช้ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องตัดหญ้า คอมพิวเตอร์ เพื่อลดนิสัยบริโภคนิยม หยุดใช้โฟม ลดการใช้ถุงพลาสติ
