แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สิน พร้อมทำงานเชิงรุกและเร่งรัดกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จใน 90 วัน เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเตรียมตัวรับข่าวดี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือระหว่างผู้บริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) นำโดย นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฯ พร้อมด้วย นายจารึก บุญพิมพ์ ประธานกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล ประธานคณะทำงานเจรจาแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร ผู้แทนเกษตรกร คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ นำโดย นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และตัวแทนสถาบันการเงินที่เกษตรกรได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกองทุนฟื้นฟูฯ ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ในนามสมาคมธนาคารไทย ธนาคารของรัฐ และบริษัทบริหารสินทรัพย์กว่า 50 คน เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้เร่งด่วนของเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ รับเป็นประธานแล
ธ.ก.ส. ร่วมกับ 14 หน่วยงาน นำโดย ธปท. บูรณาการฐานข้อมูลเกษตกรเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรอย่างตรงจุดและยั่งยืน รวมถึงยกระดับการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะร่วมกัน นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรไทย ร่วมกับผู้บริหารจาก 14 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลเกษตรกรไทยที่สามารถสะท้อนสถานภาพทางการเงินและศักยภาพทางเศรษฐกิจของครัวเรือน จากการรวบรวมและเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่สำคัญของประเทศ ทำความเข้าใจและแยกแยะปัญหาหนี้สินของครัวเรือนเกษตรแต่ละกลุ่ม แล้วนำไปออกแบบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร นอกจากนี้ ยังเป็นการยกระดับการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะร่วมกัน โดย ธปท. จะเป็นศูนย์กลางในการดูแลรักษาฐานข้อมูลดังกล่าว ซึ่งข้อมูล 5 ประเภทที่ทุกฝ่ายตกลงพัฒนาร่วมกัน ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐานครัวเรือน ข้อมูลรายได้และสวัสดิการ ข้อมูลหนี้สินและทรัพย์สิน ข้อมูลควา
จังหวัดพิจิตร เป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ มีพื้นที่การทำนาประมาณ 1,812,121 ไร่ เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากมีแหล่งน้ำทางธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีน้ำใช้เพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี สามารถทำนาปรังได้ปีละ 3 ครั้ง โดยแหล่งปลูกข้าวสำคัญอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองพิจิตร บางมูลนาก โพทะเล สามง่าม ตะพานหิน จังหวัดพิจิตรสนับสนุนให้ชาวนาปลูกพันธุ์ข้าวที่ตลาดต้องการและให้ผลตอบแทนสูง ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวชัยนาท 1 และข้าวสุพรรณบุรี 60 แต่กลุ่มเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่นอกเขตชลประทานที่เพาะปลูกโดยอาศัยน้ำฝน สามารถทำนาปลูกข้าวปีละ 1 ครั้ง โดยเริ่มเพาะปลูกระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เก็บเกี่ยวข้าว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม หลังเสร็จสิ้นฤดูทำนาเกษตรกรมักออกไปรับจ้างทั่วไป รวมทั้งกู้ยืมเงินจากสหกรณ์ที่ตนเองเป็นสมาชิกและกู้หนี้นอกระบบเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเป็นทุนหมุนเวียนทางการเกษตร แต่เกษตรกรมีรายได้ไม่พอใช้หนี้ ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์เพราะมีหนี้ค้างชำระของสมาชิกจำนวนมาก ขับเคลื่อนโมเดล “ตลาดนำการผลิต” กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดพิจิตร
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 กลุ่มเครือข่ายสมาพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย ประมาณ 200 คน นำโดย นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล ขอบคุณรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยมีคณะกรรมการบริหาร นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท นายสำเริง ปานชาติ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงาน กฟก. นายสมยศ ภิราญคำ และนายสมศักดิ์ อยู่รอต รองเลขา พร้อมด้วยผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงาน กฟก. เปิดเผยว่าขณะนี้สำนักงานได้ชี้แจงและรายงานข้อมูล (เพิ่มเติม) ประกอบการนำเสนอของบประมาณสำนักงาน กฟก. งบกลางปี 2565 ต่อรองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เพื่อนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรีถึงเหตุผลและความจำเป็นของงบประมาณดังกล่าวที่มีต่อเกษตรกรสมาชิก กฟก. ก่อนเสนอ ครม.อนุมัติต่อไป โดยงบประมาณที่สำนักงานได้นำเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรี เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 5,548,062,500 บาท (ห้าพันห้าร้อยสี่สิบแปดล้านหกหมื่นสองพันห้าร้อยบาทถ้วน) ประกอบด้วย งบบริหารสำนักงานเพื่อการดำเนินงาน จำนวน 230,382,500 บาท ด้านการจัดการหนี้เงินชดเชยที่ กฟก.ได้ทดรองจ่ายชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน
สมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ลุ้นทางรอด รักษาที่ดินผืนสุดท้าย กฟก. เจรจา ธ.ก.ส. ขอชะลอดำเนินคดีทุกกรณี บรรเทาความเดือดร้อนให้สมาชิกและรักษาที่ดินทำกิน วันที่ 15 มีนาคม 2564 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดย นายมนัส วงษ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการหนี้ของเกษตรกร นายธนสรรค์ สีสม หัวหน้าส่วนจัดการหนี้ฯ 1 พร้อมด้วย นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย (สกท.) และตัวแทนกลุ่ม ร่วมเจรจาแก้ไขปัญหาหนี้ให้เกษตรกรสมาชิก กฟก. กับผู้แทนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) โดยมี นายกิตติภพ อรรถพร ผู้อำนวยการฝ่ายกฏหมาย พร้อมคณะผู้บริหาร ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 3 กระทรวงการคลัง ในประเด็นที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. และได้รับผลกระทบจากการถูกฟ้องร้อง ดำเนินคดีทางกฎหมาย โดยทางกลุ่ม สกท. ได้ยื่นข้อเสนอให้ ธ.ก.ส. ชะลอการดำเนินการทางคดีกับสมาชิก กฟก. ในทุกกรณี ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2550 เพื่อให้ กฟก. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรตามแนวทางที่เหมาะสม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้สมาชิกและรักษาที่ดินทำกินอันเป็นทรัพย์สมบัติของเกษตรกรตา
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้มาพบปะพี่น้องเกษตรกรสมาชิก ที่เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สิน บริเวณหน้ากระทรวงการคลัง และได้มอบหมายให้ นายศรายุทธ ยิ้มยวน กรรมการบริหาร นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ ร่วมหารือแก้ไขปัญหาร่วมกับ นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมธนาคารไทย โดยมีผู้แทนกระทรวงการคลัง ร่วมรับฟังด้วย ซึ่งที่ประชุมที่มีมติ ดังนี้ 1. กรณีหนี้ 4 แบงค์รัฐ เกษตรกรจะรอฟังผลการประชุมของบอร์ด ธ.ก.ส. พรุ่งนี้ ว่าจะเป็นไปตามที่กลุ่มเกษตรกรเรียกร้องหรือไม่ ถ้าเป็นไปข้อเสนอเกษตรกรก็จะเดินทางกลับบ้าน แต่ถ้ามติบอร์ด ธ.ก.ส. ไม่ได้ตามที่เรียกร้อง เกษตรกรจะยังอยู่ต่อเพื่อเจรจาหาทางออกกับเจ้าหนี้ต่อไป 2. กรณีหนี้ธนาคารพาณิชย์ ภายใต้สมาชิกสมาคมธนาคารไทย ประเด็นหนี้เกิน 2.5 ล้านบาท เห็นควรหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย ( กฟก./เจ้าหนี้/สมาคมฯ) เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ซื้อหนี้ร่วมกัน ในวันที่ 5 มี.ค.นี้
กฟก. มอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรในภาคอีสาน 205 ราย เนื้อที่กว่า 2.1 พันไร่ และมอบเช็คชำระหนี้แทนเกษตรกรลูกหนี้สหกรณ์กว่า 10 ล้านบาท “จุรินทร์” มอบนโยบายสร้างความเข้าใจแก่ อนุกรรมการฯ จังหวัด เร่งผลักดันงานฟื้นฟูอาชีพเพื่อสร้างรายได้ และแก้ปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรสมาชิก วันที่ 17 สิงหาคม 2563 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เป็นประธานมอบโฉนดที่ดินทำกินให้เกษตรกรสมาชิก ภายหลังจากเกษตรกรชำระหนี้คืนครบสัญญา ที่ โรงแรมสยามแกรนด์ จังหวัดอุดรธานีโดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้การต้อนรับ นายสไกร พิมพ์บึง รองเลขาธิการ รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2563 กฟก.จัดโครงการสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของคณะอนุกรรมการจังหวัด เวทีที่ 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) โดยมี นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ประธานกรรมการบริหาร นายจารึก บุญพิมพ์ ประธานคณะกรรมการจัดการหนี้ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ผู้แทนคณะกรรมการบริหารฯ
