แขกดำ
“มะละกอ” จัดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่สูงมากนัก แต่เดิมคนไทยจะคุ้นเคยกับ “มะละกอพันธุ์แขกดำ” และ “พันธุ์แขกนวล” โดยพันธุ์แขกดำนำมาบริโภคได้ทั้งดิบและสุก ในขณะที่พันธุ์แขกนวลนิยมนำมาทำเป็นส้มตำ ด้วยความที่ “ส้มตำ” นั้นเป็นที่นิยมของทั่วทุกภาพ ปัจจุบันเกษตรกรไทยเริ่มขยายพื้นที่ปลูกมะละกอพันธุ์ทานดิบอย่าง “ครั่ง” กันมากขึ้น เนื่องจากเป็นสายพันธุ์มะละกอไทยที่พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อบริโภคดิบ เพื่อนำมาทำส้มตำโดยเฉพาะ เนื้อกรอบและรสชาติอร่อยมาก นอกจากนั้น ยังมีมะละกออีกหลายๆ สายพันธุ์ที่น่าจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกรที่คิดจะปลูกและบริโภค เช่น มะละกอ “ขอนแก่น 80” และมะละกอยักษ์ “เรดแคริเบี้ยน” เป็นต้น 1. มะละกอแขกดำศรีสะเกษ “มะละกอแขกดำศรีสะเกษ” สายพันธุ์มะละกอที่ดีพันธุ์หนึ่งของไทย เป็นมะละกอไทยอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ กรมวิชาการเกษตร ได้รวบรวมพันธุ์มะละกอแขกดำจากจังหวัดราชบุรีและจังหวัดนครราชสีมา โดยได้นำเมล็ดมาปลูกในระหว่างปี พ.ศ. 2527-2533 เพื่อศึกษาและคัดเลือกสายพันธุ์แขกดำที่ให้ผลผลิตสู
คุณชำนาญ กูลสกิจ หนุ่มเมืองลิง วัย 45 ปี เริ่มต้นชีวิตด้วยการรับจ้างทั่วไป สู้ชีวิตตั้งแต่ ป.4 เนื่องจากคุณชำนาญเกิดมาในครอบครัวที่เป็นเกษตรกร ชีวิตตั้งแต่วัยเด็กก็เหมือนถูกกำหนดไว้แล้วว่าอาชีพของตนก็คือ เป็นเกษตรกร จนกระทั่งอายุได้ 18 ปี คุณอาของคุณชำนาญได้มาชักชวนให้มาช่วยปลูกมันสำปะหลัง เมื่อคุณชำนาญได้ลองเริ่มต้นปลูกมันสำปะหลัง ทำให้คุณชำนาญได้รับความรู้จากคุณอาในการปลูกมันสำปะหลังมากพอสมควร คุณชำนาญ กูลสกิจ บอกว่า เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ค่าครองชีพถูกกว่าสมัยนี้มาก ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าจ้างคนงาน ค่ารถไถ ค่าที่ดิน และอื่นๆ ทำให้การปลูกมันสำปะหลังมีต้นทุนที่ไม่สูงมาก ทำให้ได้กำไรดี จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณชำนาญ ในวัย 18 ปี เกิดความคิดที่อยากจะมีไร่มันสำปะหลังเป็นของตนเอง คุณชำนาญจึงทำงานเพิ่มมากขึ้น โดยการรับจ้างทั่วไป รับจ้างดูแลสวนต่างๆ ให้คนในพื้นที่ เพื่อที่ต้องการหาเงินมาต่อยอดความฝันของตนเอง และด้วยคุณชำนาญทำงานรับจ้างให้กับหลายๆ คน จึงได้ความรู้มากมายจากเกษตรกรคนอื่นๆ ผ่านไป 1 ปี คุณชำนาญสามารถเก็บเงินก้อนได้จำนวนหนึ่งในวัย 19 ปี จึงได้ตัดสินใจลงทุนปลูกมันสำปะหลัง 5 ไ
หากพูดถึงนักขยายพันธุ์ไม้ผลมืออาชีพของเมืองไทย ที่ยืนหยัดมานานกว่า 10 ปี คุณประภาส สุภาผล ต้องติด 1 ใน 10 ของประเทศอย่างแน่นอน ปัจจุบัน คุณประภาส อยู่บ้านเลขที่ 33/4 หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20250 คุณประภาส เจ้าของสวน “ประภาสไม้ผล” เรียนจบมาทางกฎหมาย แต่ยึดอาชีพเป็นเกษตรกร ปลูกและขยายพันธุ์ไม้ผลจำหน่าย ไม้ผลที่มีชื่อเสียงของสวนแห่งนี้มี กระท้อนพันธุ์ผอบทอง ขนุนพันธุ์แดงสุริยา มะม่วงอาร์ทูอีทู ละมุดยักษ์ CM19 มะปรางหวาน มะยงชิด และล่าสุดมะละกอพันธุ์ศรีสุภา มะละกอศรีสุภา ของดีที่ค้นพบ พื้นที่ 40 ไร่ ของคุณประภาส ไม่เคยขาดสิ่งดีๆ เขาปลูกพันธุ์ไม้เพื่อการศึกษา เมื่อเห็นว่าน่าสนใจก็จะนำออกเผยแพร่สู่สาธารณะ เช่นขนุน เมื่อก่อนที่สวนคุณประภาสปลูกไว้มากกว่า 10 สายพันธุ์ ต่อมาได้คัดพันธุ์ที่เด่นๆ ไว้ อย่าง แดงสุริยา เป็นขนุนเนื้อสีจำปาออกแดงเข้ม มีความสม่ำเสมอของสี มะม่วงก็เช่นกัน มะม่วงอาร์ทูอีทู นำเข้ามาจากออสเตรเลียกว่า 20 ปีแล้ว แต่ยังได้รับความนิยม คุณประภาสก็มีตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ มะละกอ เป็นพืชใหม่ ที่คุณประภาสเริ่มศึกษา ซึ่งก็พบของดี จึงตั้งช
ที่ตลาดน้ำดอนหวาย มีของกิน ผัก ผลไม้ และสินค้าอื่นๆ วางขายอยู่เป็นจำนวนมาก มะละกอจาก”สวนนายปรุง” เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อให้กับตลาดแห่งนี้ ปัจจุบันคุณปรุง ป้อมเกิด อยู่บ้านเลขที่ 45/3 หมู่ 4 ตำบลลานตากฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม คุณปรุง ปลูกมะละกอมานานกว่า 20 ปีแล้ว แรกเริ่มเดิมที แม่ค้าในตลาด มีมะละกอแขกดำรสชาติดี จึงนำผลให้คุณโสภา ภรรยานายปรุงเพื่อชิมเนื้อ แล้วก็ลองนำเมล็ดไปปลูก คุณปรุงและภรรยาชอบใจ จึงปลูกมะละกอที่แม่ค้าให้มา เมื่อมีผลผลิตเขาชิมดู ปรากฏว่าอร่อยมาก ผลผลิตที่ได้เจ้าของนำออกจำหน่าย แต่ขายได้เพียงกิโลกรัมละ 1 บาทเท่านั้น คุณปรุงไม่ย่อท้อ พยายามปลูกรุ่นใหม่ เมื่อมีผลผลิตก็นำออกทดลองตลาดอีก ระยะหลังๆราคากระเตื้องขึ้น ทุกวันนี้ เท่าที่ทราบ คุณปรุงขายมะละกอจากสวนได้ราคาดีที่สุดในประเทศไทย คือกิโลกรัมละ 25 บาทมีบวกลบบ้างเล็กน้อย มะละกอที่ปลูกอยู่เป็นสายพันธุ์แขกดำ เจ้าของได้คัดพันธุ์ โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากดูที่ผลมีความยาวพอประมาณ โคนผลเล็ก ตรงกลางใหญ่ ปลายเรียว แต่ไม่แหลมจนเกินไป ปลายควรทู่พอสมควร ผิวผลสวย ขนาด 1.5-2 กิโลกรัมต่อผล นี่เป็นล
