แบคทีเรีย
บางคนบอกว่า ไม่เคยกินถั่วเหลืองเลยสักครั้ง ซึ่งท่านอาจนึกไม่ถึงว่าทุกวันนี้เราได้รับโปรตีนจากถั่วเหลืองเข้าไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้ เช่น ตื่นขึ้นมาตอนเช้าออกไปซื้อน้ำเต้าหู้หน้าปากซอย ซึ่งก็ทำมาจากถั่วเหลืองนั่นเอง บางคนบอกไม่กินอาหารไทยตอนเช้าๆ แต่โปรดปรานอาหารฝรั่ง ต้องกินขนมปัง ไข่ดาว ไส้กรอก เบคอน หมูแฮม ที่ต้องบอกว่า อุดมไปด้วยไขมันและคอเลสเตอรอลทั้งสิ้น แต่ถึงยังไงๆ อาหารเหล่านั้นก็ต้องเหยาะซอสปรุงรสสีดำๆ ที่ใครๆ ต่างก็เรียกว่า ซีอิ๊ว และซอสปรุงรส โดยเครื่องปรุงรสเหล่านั้นต่างก็ทำมาจากถั่วเหลืองทั้งนั้น พอถึงช่วงกลางวันกินอาหารเที่ยงสั่งผัดผักรวม เขาก็เหยาะซีอิ๊วขาวที่ทำจากถั่วเหลืองลงไปอีก และพอตกเย็นกิน ข้าวต้มกุ๊ย สั่งผัดผักบุ้งไฟแดง และผัดถั่วงอกเต้าหู้อาหารจานโปรด ซึ่งเต้าหู้และเต้าเจี้ยวต่างล้วนแล้วแต่ทำจากถั่วเหลืองอีกนั่นแหละ ซีอิ๊ว และ ซอสปรุงรส (หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลืองด้วยการหมักหรือกรรมวิธีอื่นที่เหมาะสม และจะแต่งรสหรือสีหรือไม่ก็ได้ หรือเครื่องปรุงรสอย่างน้ำปลา ทำด้วยถั่วเหลือง น้ำปลาถั่วเหลือง ก็เรียก อย่างใส เรียกว่า ซีอิ๊วขาว อย่า
สงขลา – ดร.นพ.สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรค (สคร.) ที่ 12 จ.สงขลา กล่าวว่า โรคเมลิออยโดสิสเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย พบได้ทั่วไปในดินและน้ำ และมักพบในช่วงหลังฝนตก 1-2 เดือน ในเขตพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. -27 มี.ค.60 พบผู้ป่วยแล้ว 13 ราย จ.สงขลา 5 ราย จ.ตรัง 4 ราย จ.พัทลุง 4 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่ จ.สงขลา 3 ราย สาเหตุที่ภาคใต้พบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตสูงขึ้นอาจเป็นเพราะฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน น้ำจึงชะเอาเชื้อขึ้นมาอยู่ที่ผิวดิน เป็นการเพิ่มโอกาสการติดเชื้อได้ง่ายขึ้นผ่านทางบาดแผลที่ผิวหนัง หรือหายใจรับเอาฝุ่นจากดินหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป อาการโดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีไข้สูง หรือมีไข้เป็นเวลานานโดยไม่ทราบสาเหตุ หายใจไม่สะดวก หรือหอบเหนื่อย ซึมแบบไม่รู้ตัว บางรายมีอาการคล้ายโรคปอดบวมรุนแรง บางรายมีอาการคล้ายวัณโรค ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด รายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2560
ทีมวิจัยจากเยอรมนีเผยแพร่ผลงานการวิจัยชิ้นใหม่ ผ่านวารสารวิชาการ เจอร์นัล ไซน์ทิฟิก รีพอร์ท เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุ ฟองน้ำสำหรับใช้ล้างจานในครัว อาจถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่สกปรกที่สุดภายในบ้าน และก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าที่เคยคิดกัน ทีมวิจัยเยอรมันระบุไว้ในรายงานดังกล่าวว่า งานวิจัยใหม่นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า ฟองน้ำล้างจาน (คิทเชน สปอนจ์) เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่มีชีวิตใหญ่ที่สุดเท่าที่มีในบ้านหลังหนึ่ง ผลงานวิจัยชิ้นนี้สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้านี้ของ ชัค เกอร์บา นักจุลชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ที่ระบุไว้ในปี 2012 ว่า ฟองน้ำล้างจาน สกปรกกว่าแท่นรองนั่งชักโครกถึง 200,000 เท่า แสดงกลุ่มแบคทีเรียในชิ้นฟองน้ำตัวอย่าง 9บี (ภาพ- Massimiliano Cardinale et. al) งานวิจัยชิ้นใหม่ใช้วิธีเก็บตัวอย่างฟองน้ำล้างจานใช้แล้วจำนวน 14 ชิ้น มาตัดเป็นแท่งสี่เหลี่ยมขนาดเล็กเพื่อใช้เป็นชิ้นตัวอย่างในการวิจัยรวม 28 ชิ้น โดยตั้งเป้าในการวิจัยไว้ว่าต้องการตรวจสอบชนิดของแบคทีเรียที่เจริญเติบโตอยู่ในฟองน้ำ เพื่อดูว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่อย่างไร โดยใช้วิธีการตรวจสอบและจำแนกดีเอ็นเอของแ
