แปรรูปสินค้าเกษตร
บริษัท ไบโอเมดอินโนเวชั่น จำกัด สตาร์ทอัพหัวใจสีเขียว ที่เกิดจากการรวมตัวของคนรุ่นใหม่ที่อยากสนับสนุนงานวิจัยจากหิ้งลงสู่ห้าง จึงแสวงหางานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องสินเหล็กรสพีชน้ำผึ้งแบรนด์วีไลท์ (Velight) บำรุงสุขภาพผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย และพัฒนาต่อยอดจนได้สินค้าตัวที่สองคือ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นมข้าวอัลมอนด์ ซึ่งก็ทำให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์วีไลท์เพิ่มมากขึ้น หลังจากนั้นบริษัทได้ทยอยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ VeRise H Pro ที่ผลิตจากข้าวสินเหล็กและธัญพืช อัดแน่นไปด้วยโปรตีนพืชสูงถึง 22 กรัมต่อซอง ตอบโจทย์คนสูงอายุ คนที่ออกกำลังกาย ไม่สะดวกทานเวย์โปรตีนที่มาจากสัตว์ นอกจากนี้ยังมี “คิวร์มินพลัส (Curmin Plus)” ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากสารสกัดขมิ้นชันพันธุ์แดงสยามพืช GI ของสุราษฎร์ธานี อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยฟื้นฟู ชะลอวัย และต้านความแก่ และ “RISEKIN” ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผลิตจากข้าวไรซ์เบอร์รี ช่วยลดริ้วรอยและชะลอวัย ข้าวสินเหล็ก คุณค่าอาหารสูง บำรุงเลือดและสมอง คุณภัทรพงษ์ พลเสน กรรมการผู้จัดการบริษัท ไบโอเมดอินโนเวชั่น จำ
นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญในเขตพื้นที่ภาคใต้ พบข้อมูลที่น่าสนใจของมังคุดทิพย์พังงา สวนบ้านแม่ หมู่ที่ 1 ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นสินค้าตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดพังงา โดยเจ้าของสวนนายธนวัฒน์ มโนวชิรสรรค์ ได้ต่อยอดสวนมังคุด 20 ไร่ อายุต้น 50 ปี ของครอบครัว โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรมาประยุกต์มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการศัตรูพืชแบบชีววิธี ติดตั้งระบบน้ำาอัจฉริยะที่สามารถวัดอุณหภูมิและความชื้นในดิน มีการให้น้ำผ่านมือถือ การนำรถตัดหญ้านั่งขับ เครื่องพ่นสาร มาใช้เพื่อลดการใช้แรงงาน นอกจากนี้ในส่วนของผลผลิตมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น น้ำมังคุดสกัดเย็น สมูทตี้มังคุด มังคุดกวน แยมมังคุด เป็นต้น โดยร่วมกับหน่วยงานหน่วยงานภาครัฐเพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นำไปสู่การยกระดับการแปรรูปผลผลิตมังคุดจนได้รับรองมาตรฐาน อย. สามารถเป็นต้นแบบให้คนในชุมชนนำไปปฏิบัติตามได้ “นอกเหนือจากการพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพและแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานแล้ว มังคุดทิพย์พ
ชุมชนท่องเที่ยวโอท็อป นวัตวิถี นับเป็นอีกโครงการหนึ่ง ที่ช่วยสร้างชุมชนเข้มแข็ง ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างอาชีพและรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชนไม่ต้องเข้าเมืองหารายได้ แต่นำผลผลิตที่มีมาต่อยอด เพิ่มค่าให้น่าสนใจ วันนี้เราได้มาเยือนถิ่น “ศรีสะเกษ” ที่เป็นแหล่งปลูกหอมแดงขนาดใหญ่ในภาคอีสาน ตั้งอยู่ใน 4 อำเภอ คือ อ.ยางชุมน้อย อ.ราษีไศล อ.กันทรารมย์ และ อ.วังหิน ที่ถือว่าเป็นหอมแดงที่มีคุณภาพดีกว่าที่อื่น เพราะมีกลิ่นฉุนแรง เก็บรักษาได้ยาวนาน เกษตรกรนิยมปลูกหลังจากช่วงเก็บเกี่ยวข้าวนาปี และยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก แต่ราคาหอมแดงที่ขึ้นลงตามกลไกตลาด และสารพัดอุปสรรค ทำให้ชาวบ้านบ้านเมืองแสน ต.คอนกาม อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ กลุ่มอาชีพพัฒนาสตรี จึงรวมกลุ่มคิดค้น “ชาหอมแดง” เพิ่มมูลค่าให้วัตถุดิบ “นางวิลาวัณย์ แก้วคำ” เกษตรกรต้นแบบบ้านยางชุมน้อย เล่าถึงที่มาให้ฟังว่า ปีนั้นหอมแดงราคาต่ำ ทางพัฒนาชุมชนจึงส่งกลุ่มของเราเข้าอบรมที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เพื่อแปรรูปหอมแดง จึงได้สูตรชาหอมแดงขึ้นมา โดยใช้หอมแดงอายุตั้งแต่ 75 วัน ขึ้นไ
