แผนแม่บท
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า การขับเคลื่อนแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม พ.ศ.2560-2564 ถึงแม้จะผ่านมาช่วงระยะเวลาไม่นานนักแต่สภาเกษตรกรแห่งชาติได้นำแผนดังกล่าวมาขับเคลื่อนแล้ว ในหลายจังหวัดผู้ว่าราชการกับในส่วนของภาคประชาชนที่มีความพร้อมสภาเกษตรกรฯก็จะลงไปทำงานในพื้นที่นั้นๆ โดยกลุ่มจังหวัดที่มีความชัดเจนมากในการนำแผนแม่บทไปขับเคลื่อนร่วมกับประชาชนและทำแผนแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรในพื้นที่ของตนเองคือ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) โดยได้มีโอกาสพบกับผู้บริหารและได้หารือร่วมกันถึงการทำแผนพัฒนาเกษตรกรรมในระดับตำบล หมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งแนวทางปฏิบัติงานร่วมกัน คือ ศอ.บต.เป็นหน่วยงานสนับสนุนงบประมาณตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย สภาเกษตรกรฯจัดเรื่องคน , กระบวนการทำแผน ซึ่ง ศอ.บต.เห็นด้วย โดยจะเริ่มเชิญสมาชิกและที่ปรึกษาสภาเกษตรกรแห่งชาติใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา 4 อำเภอ มาจัดประชุมเชิงปฏิบัติการที่ จ.ยะลา ภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อที่จะซักซ้อมความเข้าใจและวิธีทำงานร่วมกันก่อนที่จะกระจายไปทำงานในพื้น
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวในการประชุมหารือร่วมกับนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมทีมงานถึงแนวทางการขับเคลื่อนแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม พ.ศ.2560 – 2564 เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 ณ ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยกำหนดนโยบายจากส่วนกลางแล้วมอบหมายให้ระดับพื้นที่นำไปปฏิบัติ เป็นแบบ Top down ต่อมา พัฒนาให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในด้านของสภาเกษตรกรฯเห็นว่านโยบายด้านการเกษตรหากให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในระดับนโยบายจะก่อให้เกิดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เป็นการร่วมกันคิด แบ่งกันทำ เกษตรกรรมจะยั่งยืน สำหรับแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม พ.ศ.2560-2564 เป็นแผนของเกษตรกรที่แสวงหาการทำงานร่วมกันของภาครัฐ เนื่องจากภาคการเกษตรเกี่ยวข้องกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอีกหลายกระทรวง โดยคณะรัฐมนตรีมอบให้กระทรวงเกษตรฯ นำการขับเคลื่อนแผน ซึ่งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นว่า แผนพัฒนาการเกษตรกับแผนแม่บทของเกษตรกรมีความสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงสามารถขับเคลื่อน
นางบริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ข้อมูลถึงแผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย พ.ศ. 2560-2564 ว่า แผนแม่บทดังกล่าว มีเป้าหมายที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรคุณภาพและผลิตภัณฑ์สมุนไพรชั้นนำของภูมิภาคอาเซียน และมีมูลค่าของวัตถุดิบสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายในประเทศเพิ่มขึ้น อย่างน้อย 1 เท่าตัว ภายในปี 2564 ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมผลิตผลของสมุนไพรที่มีศักยภาพตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาอุตสาหกรรมและการตลาดสมุนไพรให้มีคุณภาพระดับสากล ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมการใช้สมุนไพรเพื่อการรักษาโรคและการสร้างเสริมสุขภาพ ยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างความเข้มแข็งของการบริหารและนโยบายของรัฐ เพื่อการขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนพัฒนาผลิตผลสมุนไพรที่มีศักยภาพ โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายหรือกรอบแนวทางขับเคลื่อนงานส่งเสริมห่วงโซ่ผลิตผลสมุนไพรที่มีศักยภาพ จัดทำแผนงานโครงการ กิจกรรม
