แมงป่อง
แมงป่องช้าง (Giant scorpion) ชื่อสามัญ : แมงป่องช้าง Common name : Giant scorpion ชื่อวิทยาศาสตร์ : Heterometrus sp. Order : ScorpionesFamily : Scorpionidae ลักษณะทั่วไป แมงป่องช้างเป็นสัตว์มีเปลือกแข็งหุ้ม ลำตัวเรียว มีขาจำนวน 4 คู่ อวัยวะที่โดดเด่น คือ “ก้ามใหญ่” (pedipalps) 1 คู่ มีส่วนหัวและอกอยู่รวมกัน เรียกว่า prosoma ทำหน้าที่หนีบอาหารหรือจับเหยื่อ มีตาบนหัว 1 คู่ และตาข้างอีก 3 คู่ตรงกลางหลัง (middle dorsal) และขอบข้างส่วนหน้า (anterolateral) ตรงปากมี “ก้ามเล็ก” (chelicera) 1 คู่ ส่วนถัดมาเรียกว่า mesosoma ประกอบด้วยปล้อง 7 ปล้อง ซึ่งปล้องที่ 3 มีอวัยวะสำคัญคือ “ช่องสืบพันธุ์” (genital operculum) และมีอวัยวะที่เรียกว่า pectines หรือ pectens 1 คู่ มีรูปร่างคล้ายหวี ทำหน้าที่รับความรู้สึกจากการสั่นของพื้นดิน ส่วนสุดท้ายคือส่วนหางเรียวยาว เรียกว่า metasoma ประกอบด้วยปล้อง 5 ปล้องกับปล้องสุดท้าย คือ “ปล้องพิษ” มีลักษณะพองกลมปลายเรียวแหลม คล้ายรูปหยดน้ำกลับหัว บรรจุต่อมพิษ มีเข็มที่ใช้ต่อย เรียกว่า “เหล็กใน” (sting apparatus) สำหรับฉีดพิษ แม้ว่าแมงป่องมีตาหลายคู่ แต่มีประสิทธิภาพการ
เรื่องของสัตว์เลี้ยง ใครชื่นชอบอะไรก็มักขวนขวายวนเวียนอยู่กับสิ่งนั้น ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความชอบ ความรัก ที่เชื่อว่า เรื่องของสัตว์เลี้ยงไม่ได้เปลี่ยนกันได้ง่ายๆ เช่น สัตว์ที่จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์มีพิษ ตามตำราเรียนของไทย หากพบควรระวังไม่ให้ถูกสัตว์มีพิษกัด ต่อย เพราะอาจเป็นอันตรายได้ สัตว์ที่จัดอยู่ในกลุ่มมีพิษอันพึงระวัง มีหลายชนิดด้วยกัน แต่ชนิดหนึ่งที่ปัจจุบันแทบไม่ได้เห็นกันแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่เขตเมือง นั่นคือ แมงป่อง ที่จังหวัดอุดรธานี แมงป่อง ไม่ได้เป็นสัตว์มีพิษที่น่ารังเกียจ แต่กลับเป็นสัตว์ที่มีค่าในทางเศรษฐกิจ สามารถเพาะขายได้ราคา ทั้งจากคนที่ชื่นชอบ รักและนิยมเลี้ยงแมงป่องไว้เป็นสัตว์เลี้ยงสวยงาม และอีกมุมของกลุ่มผู้ที่นิยมกินแมลงทอด ในกลุ่มของแมลงทอด แมงป่องจัดเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่นำมาทอดรวมกับกลุ่มแมลงต่างๆ ได้เช่นกัน คุณดนัย ศิริบุรี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนาและประชาสัมพันธ์ สาขาธุรกิจการเกษตร คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้หลงใหลแมงป่อง แต่มองเห็นอนาคตของสัตว์ชนิดนี้ ถึงขั้นรวบรวมไว้กว่า 20 สายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์ที่เป็นสายพันธุ์ทางการค้า สามารถจำหน่
