แม่น้ำโขง
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแล กรมประมง เปิดเผยถึง รายงานของกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา พบการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำโขงซึ่งสูงกว่ามาตรฐานถึง 9 เท่า (296 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ซึ่งอาจมีผลกระทบสุขภาพของประชาชน จากการบริโภคสัตว์น้ำ และสัตว์หน้าดิน อีกทั้งยังมีการตรวจพบปลาที่มีรูปร่างผิดปกติจากการติดเชื้อว่า ในเบื้องต้นได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นจากกรมประมงแล้ว และในเร็วๆ นี้จะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางในการรับมือผลกระทบดังกล่าว ดูแลความปลอดภัยด้านอาหาร และผลกระทบต่ออาชีพประมงในลุ่มน้ำโขงอีกด้วย ด้าน นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นดังกล่าว ในเบื้องต้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง และกรมพัฒนาที่ดิน จะร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งคาดว่าภายหลังการประชุมจะเห็นความชัดเจนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการรับมือที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้นต่อไป
ปลากดเหลืองใหญ่แม่น้ำโขง เลี้ยงง่ายรายได้ดี ทั้งเลี้ยงขายเป็นลูกปลา เป็นปลาพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ และเป็นปลาที่นำไปปรุงอาหาร เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งไทยและ สปป.ลาว อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงที่นับวันที่เหลือลดน้อยลง นายสาธิต คำกองแก้ว ข้าราชการบำนาญ ซึ่งปัจจุบันเป็นเกษตรกรเลี้ยงปลากดเหลืองใหญ่แม่น้ำโขง เจ้าของฟาร์มปลาวิภาวรรณฟาร์ม ที่บ้านหนองยางคำ หมู่ 13 ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เล่าในฟังถึงการเลี้ยงปลากดเหลืองใหญ่แม่น้ำโขงว่า ปัจจุบันนี้ปลาในแม่น้ำโขงเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องจากเหตุผลหลายอย่าง ทั้งการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง รวมไปถึงเหตุผลอื่นๆ ทั้งนี้ “ปลากดเหลือง” แม่น้ำโขงถือเป็นปลาเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง เนื่องจากมีรสชาติดี ปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายชนิด ตนจึงได้ไปรับซื้อปลากดเหลืองที่จะนำมาทำเป็นปลาพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์จากชาวบ้านที่ประกอบอาชีพหาปลาในแม่น้ำโขง โดยได้เลี้ยงปลาที่ได้มาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี จนมีความสมบูรณ์ และได้ทำการเพาะพันธุ์ซึ่งตอนแรกได้ผลในระดับหนึ่ง จากนั้นก็การเพาะพันธุ์ก็ได้ผลดีมากขึ้น จนถึงขณะนี้ก็ได้เพาะพันธุ์และเลี้ยงต่อเนื่องม
ปลาบึก หนึ่งในปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของแม่น้ำโขงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนองค์ความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงและการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินงานของสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ซึ่งเริ่มต้นการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลาบึกมาตั้งแต่ปี 2541 ในช่วงเริ่มต้น ปลาบึกพ่อแม่พันธุ์ถูกเลี้ยงในบ่อดิน โดยปลาที่นำมาเลี้ยงมีความยาวเฉลี่ยต่อตัวประมาณ 1.40 เมตร น้ำหนักเฉลี่ยราว 20 กิโลกรัม ต่อมาจึงมีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงมาเป็นบ่อซีเมนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในช่วงที่ปลาบึกเข้าสู่ระยะพร้อมผสมพันธุ์ ปลาบึกที่นำมาเลี้ยงมีที่มาจากพื้นที่ภาคเหนือ ใกล้ลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเดิมเป็นปลาที่แจกจ่ายให้ประชาชนตามโครงการพระราชทานเพื่อนำไปเลี้ยง เมื่อปลามีขนาดใหญ่ขึ้น ชาวบ้านบางส่วนไม่สามารถดูแลต่อได้ จึงส่งคืนให้กรมประมง ก่อนจะถูกนำมารวบรวมและเลี้ยงดูต่อในบ่อซีเมนต์ของสถาบันฯ เพื่อใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์สำหรับการเพาะขยาย การเลี้ยงปลาบึกในบ่อซีเมนต์มีข้อดีหลายประการ ทั้งความสะดวกในการควบคุมสภาพแวดล้อม
เครื่องปรุงรสประเภทซอส จัดเป็นเครื่องปรุงรสที่ใช้วัตถุดิบจากพืชอุตสาหกรรมที่เรียกว่า “มะเขือเทศ” ซึ่งฟังเพียงชื่อดูเหมือนจะเป็นเพียงพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง แต่มีมูลค่าความต้องการในตลาดสูงไม่น้อยไปกว่าวัตถุดิบที่ใช้เป็นเครื่องปรุงงานครัวชนิดอื่น มะเขือเทศ ยังเป็นพืชอุตสาหกรรมที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้า เช่น ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ ซอสในเครื่องกระป๋องต่างๆ เป็นต้น ทั้งประเทศไทย แหล่งปลูกพืชล้มลุกชนิดนี้มีแหล่งผลิตใหญ่ที่สุดตั้งอยู่บนพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดบึงกาฬ ที่มีพื้นที่ปลูกมะเขือเทศเกือบ 2,000 ไร่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดสารพิษ เป็นกลุ่มที่รวมตัวจากชาวบ้านที่มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกพืชผักตามความเหมาะสมของฤดูกาล 3 หมู่บ้าน ในตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ เฉพาะ 3 หมู่บ้าน ที่รวมกลุ่มมีพื้นที่ริมแม่น้ำโขงสำหรับปลูกมะเขือเทศกว่า 700 ไร่ ที่ต้องเน้นว่า พื้นที่ริมแม่น้ำโขง เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของดินริมฝั่งแม่น้ำโขงมีความเหมาะสมที่สุดสำหรับการปลูกมะเขือเทศ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผักปลอดสารพิษ กลุ่มชาวบ้านในตำบลบึงกาฬ รวมตัวกันขึ้นมา และได้ชื่อว่า เป็นพื้นที่ปลูกมะเขือเทศที่ใหญ่ที่ส
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ระดับน้ำโขง ยังเพิ่มระดับต่อเนื่องในช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมา หลังมีฝนตกหนัก เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้ระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นวันละประมาณ 10 -15 เซนติเมตร ล่าสุดระดับน้ำโขงยังจ่อวิกฤติอยู่ที่ระดับประมาณ 11.55 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่ง ประมาณ 1.45 เมตร คือที่ระดับประมาณ 13 เมตร แต่ยังคงเกิดปัญหาเรื่องการระบายน้ำลงน้ำสาขาได้ช้า ส่งผลให้บางพื้นที่ติดกับลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม และลำน้ำก่ำ ที่รองรับน้ำมาจากหลายพื้นที่ ก่อนลงแม่น้ำโขง ยังคงมีปัญหาเอ่อท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร โดยจากการสรุปข้อมูลล่าสุดของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม พบว่า มีพื้นที่ประกาศประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ทั้งจังหวัด รวม 12 อำเภอ 94 ตำบล 908 หมู่บ้าน 17,454 ครัวเรือน รวมชาวบ้านได้รับผลกระทบ 51,080 คน มีถนนได้รับความเสียหาย กว่า 111 สาย และมีพื้นที่การเกษตร ได้รับผลกระทบ เกือบ 2 แสนไร่ อยู่ระหว่างการสำรวจเร่งการช่วยเหลือ ตามระเบียบทางราชการ ขณะเดียวกันทางจังหวัดนครพนม ยังคงประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังน้ำโขงเอ่อท่วมซ้ำอีกรอบสอง เนื่องจากยัง
“เลย” น้ำโขงจ่อล้นตลิ่ง แพไม้ไผ่ถูกพัดเสียหาย วันที่ 1 สิงหาคม รายงานข่าวระบุว่า จ.เลย ซึ่งมีอำเภอติดแม่น้ำโขง 2 อำเภอ มี อ.เชียงคาน อ.ปากชม พบว่า และที่ อ.ปากชม บริเวณด่านพรมแดนถาวร บ้านคกไผ่ น้ำโขงได้ท่วมสูง และไหลแรงมาก เริ่มจะเข้าท่วมพื้นที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง ทำให้ร้านค้าถูกน้ำท่วม และแพที่ทำจากไม้ไผ่ทำเป็นซุ้มอาหาร ถูกน้ำพัดและท่วมเสียหายไปหลายหลัง นางแดง ทองแก้ว เจ้าของ ร้านปลาเผาคกไผ่ อ.ปากชม จ.เลย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารแถวริมฝั่งโขง บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง บ้านคกไผ่ เริ่มประสบปัญหาระดับน้ำโขงสูงตลอด จากการสังเกตประมาณ 1 ชั่วโมง น้ำจะขึ้น 3-5 เซนติเมตร ขณะนี้น้ำโขงสูงขึ้นมาก ทำให้ร้านค้าหรือกระท่อมที่ใช้รับประทานอาหาร ที่อยู่ริมน้ำโขง ถูกน้ำดันขึ้นมาและพัดไปหลายหลังได้รับความเสียหาย ซึ่งบริเวณบ้านคกไผ่จะเป็นแก่ง และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ไม่รู้อีกว่าน้ำโขงยังไม่มีท่าทีว่าจะลดมีแต่เพิ่มขึ้น ในช่วงนี้หลายร้านคงได้หยุดกิจการไปก่อน แต่ยังมีร้านอาหารที่ห่างจากริมฝั่งยังคงเปิดขายตามปกติ “หนองคาย”น้ำโขงทะลุ 11 ม.ปิดประตูระบายน้ำแล้ว วันที่ 1 สิงหาคม รายงาน
“อะไรนะที่เป็นอาหารการกินของชาวหลวงพระบาง” เป็นคำถามจากเพื่อนร่วมทางที่มาหลวงพระบางเป็นครั้งแรก ถามฉันผู้มาหลวงพระบางไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ซึ่งทำให้ฉันต้องมานั่งทบทวนอย่างจริงจัง อาหารการกินของคนหลวงพระบาง แน่ละมันมิใช่แค่ของกินที่มีขายอย่างกลาดเกลื่อนตามร้านอาหารเท่านั้น ต่อคำถามนี้มันต้องลึกเข้าไปถึงอัตลักษณ์วัฒนธรรมของชาวเมืองหลวงพระบางกันเลยทีเดียว เมืองที่ถูกโอบด้วยแม่น้ำสองสาย อาหารการกินคงไม่พ้นสิ่งที่ได้มาจากสายน้ำ ปลาจึงน่าจะเป็นอาหารอันดับต้นๆ ของชาวเมืองนี้ ภาพเก่าในพิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบางที่ฉันได้ไปดูมา ส่วนหนึ่งมีภาพที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับแม่น้ำ ข้อมูลประวัติศาสตร์บ่งบอกว่าชนเผ่ากาวผู้มาบุกเบิกแผ่นดินแห่งนี้ รอบรู้ในการหาอยู่หากินกับแม่น้ำอย่างหาตัวจับยาก กระนั้นอาหารจานปลาที่เคยได้ลิ้มชิมรสจากฝีมือแม่ครัวร้านอาหารเมืองหลวงพระบาง ที่มีบริการนักท่องเที่ยวหนาตาแถบริมแม่น้ำโขงและคาน ว่าไปแล้วมิได้แปลกแตกต่างไปจากอาหารจานปลาในที่อื่นๆ ของประเทศลาว หรือกระทั่งในภาคอีสานของไทยเรา ทั้งต้มปลา นึ่งปลา ปลาทอด ลาบปลา ปลาเผา เหล่านี้คุ้นลิ้นจนอาจบอกไม่ได้ว่า “หลว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 กรกฎาคม 2561) ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว นับเป็นวันที่ 3 ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ อยู่ที่ระดับ 10.24 เมตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของเมื่อวานนี้ (23 กรกฎาคม 2561) ถึง 1.94 เซนติเมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 1.96 เมตร และพรุ่งนี้ (25 กรกฎาคม 2561) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากน้ำทางตอนเหนือ คือ ที่สถานีเชียงคาน จ.เลย วันนี้ยังเพิ่มขึ้น 15 เซนติเมตร ซึ่งระดับน้ำโขงวันนี้เป็นสถิติสูงสุดในรอบปี และได้เริ่มหนุนเข้าในลำห้วยสาขา ทำให้ลำห้วยสาขาที่มีประตูปิด-เปิดน้ำต้องปิดประตูทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำโขงหนุนเข้าไปท่วมพื้นที่การเกษตรทางตอนใน ล่าสุด นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสถานการณ์น้ำโขง และได้ตรวจการปิดประตูระบายน้ำทั้ง 3 ประตู ของโครงการห้วยหลวง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำในแม่น้ำโขงไหลเข้าในลำห้วยหลวงไปท่วมพื้นที่ทางการเกษตรที่อยู่ใกล้เคียง ทั้ง จ.หนองคาย และ จ.อุดรธานี กว่า 3 หมื่นไร่ พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 15 เครื่อง ไว้สูบน้ำในลำห
เคยมาเยือนแก่งคุดคู้ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย หลายต่อหลายครั้ง ก็ได้แต่มายืนชมแก่งสวย แล้วก็กินส้มตำปลาเผาเมนูอาหารอีสานตามธรรมเนียม แต่มาครั้งนี้ ได้มานั่งกินส้มตำฝีมือกลุ่มแม่บ้านบ้านน้อย แล้วได้มาชมแก่งกับผู้ใหญ่บ้าน ที่ทำให้ได้รับอรรถรสอีกมุมหนึ่ง ผู้ใหญ่เล่าถึงความเป็นมาของหมู่บ้านน้อยให้ฟังว่า เมื่อประมาณ ปี 2452 หรือราว 109 ปีมาแล้ว มีชาวบ้านท่านาจัน อำเภอเชียงคานกลุ่มหนึ่งได้ชักชวนกันมาตั้งหมู่บ้านใกล้แก่งคุดคู้ สืบเนื่องจากบริเวณแก่งคุดคู้อันเป็นระบบนิเวศแม่น้ำโขงที่มีปลามาอิงอาศัยอยู่จำนวนมาก ประกอบกับมีลำห้วยเล็กๆ หลายสายหลากไหลลงสู่แม่น้ำโขง ทำให้บริเวณนี้เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งจับปลาสำคัญของคนที่หาเลี้ยงตัวเองด้วยการหาปลาแม่น้ำโขง จากที่ต่างๆ พากันเดินทางมาหาปลาที่แก่งคุดคู้ จากบ้านท่านาจัน ในสมัยก่อนโน้นกว่าจะมาถึงแก่งคุดคู้ใช้เวลาไม่ใช่น้อย ต้องมาแรมคืนเพื่อให้ได้ปลาพอกินและเหลือเพื่อแปรรูปเป็นปลาร้า ปลาเค็ม เก็บไว้กินตลอดปี นายฟอง โคตบ้ง ชาวบ้านท่านาจันจึงชักชวนเพื่อนบ้านอีกหกครอบครัวมาตั้งบ้านเรือนใกล้แก่งคุดคู้ ตั้งหลักแหล่งจนแตกออกเป็นหลายครัวเรือน แล
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดเชียงรายว่า จากกรณีแม่น้ำโขงแห้งลงอย่างมาก เนื่องจากเข้าสู่ฤดูแล้งและมีการปิดเขื่อนกั้นน้ำที่เขื่อนจิ่งหงในเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ซึ่งห่างจาก จ.เชียงราย ไปทางทิศเหนือประมาณ 261 กิโลเมตร ล่าสุดมีการประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศขอให้แจ้งไปยังทางการจีนให้ปล่อยน้ำลงมาบ้างแล้ว ศูนย์ควบคุมแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง สิบสองปันนา จึงมีการปล่อยน้ำเข้าเขื่อนในวันเดียวกันในปริมาณ 587 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที และระบายน้ำออกจากเขื่อน ในปริมาณ 819 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำที่หน้าที่ว่าการ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ชายแดนไทย-สปป.ลาว ลึกขึ้นประมาณ 2.30 เมตร เรือเล็กสามารถสัญจรไปมาได้ แต่อย่างไรก็ตาม แม่น้ำโขงยังคงแห้งกว่าปกติ ปราฏให้เห็นเกาะแก่งและโขดหินไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะสามเหลี่ยมทองคำ ที่ อ.เชียงแสน แก่งไก่ คอนผีหลง อ.เชียงของ ไปจนถึงแก่งผาได อ.เวียงแก่น เรือสินค้าขนาดใหญ่ยังไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และต้องใช้เรือเล็กในการขนถ่ายไปมา โดยเฉพาะในเขตชายแดนประเทศเมียนมา-สปป.ลาว ที่มีเกาะแก่งและหาดทรายเป็นบริเวณกว้าง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราช
