โครงการสบขุ่น โมเดล
เมื่อเร็วๆนี้ สภาวัฒนธรรมอำเภอท่าวังผา ร่วมกับอำเภอท่าวังผา และองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคา คัดเลือกบุคคลและพื้นที่ต้นแบบ ประจำปี พ.ศ. 2566” เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้อุทิศตนและเป็นต้นแบบต่อไป โดย “บ้านสบขุ่น” เป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นแบบที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ เข้าไปสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ ผ่านการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน ได้รับ 2 รางวัล ด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้แก่ รางวัลชุมชนต้นแบบ สาขา อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประจำปี 2566 โดยสภาวัฒนธรรมอำเภอท่าวังผา และรางวัลคนดีศรีป่าคา สาขาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดย องค์การบริหารส่วนตำบลป่าคาและสภาวัฒนธรรมตำบลป่าคา โดยงานจัดขึ้น ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ดำเนินโครงการ “สบขุ่น โมเดล” กาแฟสร้างป่า สร้างรายได้ อ.ท่าวังผา จ.น่าน จากการที่ตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ในประเทศไทย จึงมีนโยบายเข้าไปส่งเสริมการฟื้นฟูป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Re4Rest” ปลูกเพื่อความยั่งยืน 4 ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน โดยโครงการ “สบขุ่น โมเดล” เครือซีพีเข้า
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) เดินหน้าฟื้นฟูป่าและสภาพแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียว ควบคู่ไปกับการสร้างอาชีพ ในพื้นที่ภาคเหนือ 4 ต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและชุมชนกว่า 50 หน่วยงาน โดยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 928,851 ต้น ใน 7,947 ไร่ อีกทั้ง ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ในโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก หรือ LESS ด้านป่าไม้และพื้นที่สีเขียว ในการกักเก็บคาร์บอน รวม 10,688.153 ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า (tCO2eq) นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า จากนโยบายเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ในปี ค.ศ. 2050 เพื่อลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อ
