โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ณ ห้องประชุมพึ่งบุญฯ อาคารวิสัยทัศน์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยมีผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) เข้าร่วมสัมมนาเพื่อบูรณาการข้อมูลและเสริมสร้างความร่วมมือกว่า 200 คน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญสูงสุดกับการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยกำหนดให้การขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดจนร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำถึงการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสนับสนุน ช่วยเหลือเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น กำชับให้ทุกหน่วยงานรวมพลังสืบสาน ร
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิด การสัมมนา “ผลการติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการที่มีการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผู้แทนจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตำบลคลองหอยโข่ง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บ้านป่าคา อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร เข้าร่วมประมาณ 400 คน ณ ห้องประชุมพึ่งบุญฯ อาคารวิสัยทัศน์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โอกาสนี้ นายอิทธิ
“นบร. 12 อาสา สืบสานพระราชดำริ” รวมพลัง นบร. และ พพร. ร่วมสืบสาน รักษา ต่อยอด ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร ซ่อมบำรุงฝายของพ่อ ปล่อยพันธุ์ปลาท้องถิ่นลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ มอบอาหารสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อการขยายผลและอนุรักษ์ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เยี่ยมชมผลสำเร็จการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ สร้างงาน สร้างรายได้ให้ราษฎร ผู้เข้ารับการอบรม นักบริหารการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ (นบร.) รุ่นที่ 12 จัดกิจกรรม “นบร. 12 อาสา สืบสานพระราชดำริ” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยผู้เข้ารับการอบรม นบร. และ พพร. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เข้าร่วม โดยมี นางสาวสุดารัตน์ คุสินธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันอนุชิตพิพรรธน์ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ร่วมกิจกรรม เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อสร้างพลังความสามัคคี ความรู้ ความเข้าใจแนวพระราชดำริในการพัฒนาด้านต่างๆ ตลอดจนการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้ปฏิบัติงานที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน
วันนี้ (7 สิงหาคม 2567) ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาผลการติดตามประเมินผล โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2567 โดยมีคณะผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บุคลากรทั้งในและนอกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งสื่อมวลชนเข้าร่วม ประมาณ 320 คน ณ ห้องประชุมพึ่งบุญฯ อาคารวิสัยทัศน์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมกันสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้งเผยแพร่ความสำเร็จของโครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ให้เป็นที่ประจักษ์สืบต่อไป ปัจจุบันโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ดำเนินการโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีประมาณ 4,910 โครงการ (ร้อยละ 95 ของโครงการทั้งหมด 5,176 โค
นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ได้มาลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ด้านการสร้างนวัตกรรมจากการใช้ประโยชน์ของความเย็นเหลือทิ้งจากสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว มาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตพืชเมืองหนาว ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ณ ห้องพระรามราชานุสรณ์ ชั้น ๓ สำนักงาน กปร. พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามครั้งนี้ ความร่วมมือ ด้านการสร้างนวัตกรรมจากการใช้ประโยชน์ของความเย็นเหลือทิ้งจากสถานี รับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว มาใช้ในการพัฒนาประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตพืชเมืองหนาว เพื่อนำพลังงานความเย็นที่ได้จากระบวนการเปลี่ยนสถานะของก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas: LNG : ก๊าซธรรมชาติที่ถูกแปรสภาพโ
“เมื่อก่อนลำบากมาก พอได้น้ำจากโครงการฝายบ้านปลายน้ำตกพร้อมระบบส่งน้ำ ชาวบ้านก็อยู่ดีมีความสุขขึ้นเพราะได้น้ำไปใช้ทำการเกษตร ไปใช้ในครัวเรือนสะดวกมาก หลายครอบครัวสามารถปลูกผักสวนครัวเพิ่มเติมจากที่ปลูกปาล์ม ดีใจที่พื้นที่ก่อสร้างโครงการ ชาวบ้านร่วมกันบริจาคให้” นางเพ็ญศรี ขุนจันทร์ ตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี หนึ่งในราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฝายบ้านปลายน้ำตกพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าว ตำบลประสงค์ เป็นพื้นที่มีภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน เนื่องจากได้รับอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดียทำให้มี 2 ฤดูกาลต่อปี คือ ฤดูร้อนและฤดูฝน แต่เนื่องจากพื้นที่เป็นเนินเขา แม้จะมีสภาพดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูกประเภทไม้ยืนต้นก็ตาม แต่มีน้ำไม่เพียงพอแก่การเพาะปลูก ซึ่งส่วนใหญ่ราษฎรจะปลูกพืชประเภทใช้น้ำมาก เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และทุเรียน จึงทำให้ผลผลิตที่ได้รับไม่สมบูรณ์เท่าที่ควรยังผลให้ขายได้ราคาต่ำ “ต่อจากนี้คิดว่าจะมีน้ำพอใช้ตลอดทั้งปี ตั้งแต่ฝายนี้สร้างเส
“รู้สึกปลาบปลื้มก็เหมือนพระองค์ท่านมาด้วยตัวเอง ยินดีมากๆ ชีวิตจากการทำเกษตรพอเพียงแบบผสมผสานทำให้ชีวิตไม่ต้องดิ้นรน ทำตามพระพระราชดำรัสของพระองค์ท่านวันนี้อยู่ดีกินดี” นางรุ่งทิพย์ ดีเด่น ราษฎรหมู่ที่ 8 ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี กล่าวระหว่างรอต้อนรับ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เพิ่มเกษร รองเลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ ในโอกาสเดินทางติดตามผลสัมฤทธิ์โครงการอ่างเก็บน้ำทุ่งขามอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลไร่ใหม่พัฒนา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี นางสาวรุ่งทิพย์ ดีเด่น หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอ่างเก็บน้ำทุ่งขามฯ ซึ่งเดิมทำงานในโรงงาน แต่รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายจึงกลับมาทำการเกษตรในพื้นที่ของตนเอง ด้วยการเป็นสมาชิกแปลงใหญ่ปลูกกล้วยหอมทองส่งโรงงาน แต่ก็ไม่ยั่งยืนเพราะปลูกกล้วยหอมทองอย่างเดียวหรือเรียกทั่วไปว่าปลูกพืชเชิงเดี่ยว ช่วงผลผลิตมากราคาจะตกต่ำทำให้ขาดทุน ขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่งานศึกษาทดลองและขยายผลจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจา
“เมื่อก่อนที่ยังไม่มีโครงการลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกษตรกรส่วนมากอาศัยเฉพาะน้ำฝนถ้าปีไหนฝนดีตกต้องตามฤดูกาลก็อาจจะได้ผลลผลิตดี ถ้าฝนน้อยจะทำให้ได้ผลผลิตต่ำมาก พื้นที่แห้งแล้งหาน้ำให้สัตว์เลี้ยงยังยาก” นายวิศักดิ์ อารมณ์สวะ ผู้ใหญ่บ้านโนนสูง บ้านโนนสูง หมู่ที่ 7 ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เผยในระหว่างการเตรียมต้อนรับ นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วย นายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ นายหทัย วสุนันต์ ที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการฯ สำนักงาน กปร. และคณะอนุกรรมการฯ ที่เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบนพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.สงเปลือย อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามความก้าวหน้า และผลสัมฤทธิ์ของโครงการฯผู้ใหญ่บ้านโนนสูงเปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่า แต่ก่อนพื้นที่ที่นี่แห้งแล้งกันดาร ถ้าต้องการน้ำเพื่อเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย หรือน้ำบริโภคของคนจะหายากมาก หลังจากได้รับน้ำจากโครงการฯ ก็สร้างความเป็นอยู่ให้เกษตรกรในพื้นที่ดีขึ้นมาก บางราย
“ไม่ต้องไปซื้อน้ำ หรือ เจาะบ่อบาดาล ได้ประโยชน์เยอะชาวบ้านมีน้ำใช้พอเพียง มีทางสัญจรไม่ต้องลงหุบเหวที่ชันเหมือนเช่นเมื่อก่อน หลังจากที่พระองค์ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก็มีแหล่งเก็บน้ำ มีทางเข้าออกสะดวกสบายดีกว่าเมื่อก่อน” นายไกรสิทธิ กาญจนโกศล ราษฎรบ้านไทรนองหมู่ที่ 15 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี บอกกับผู้ที่เดินทางเข้าชมสวนทุเรียนที่กำลังให้ผลผลิตอย่างสมบูรณ์ พร้อมเล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ 50 ไร่ ปลูกทุเรียนหมอนทอง 1,200 ต้น ในปี 2565 มีค่าใช้จ่ายดูแลสวนตลอดทั้งปีประมาณ 1 ล้านบาท เป็นค่ายา ค่าปุ๋ย ค่าคนงาน ได้ผลผลิต 85 ตัน ขายได้ราคา 140 – 150 บาทต่อกิโลกรัม แต่ในช่วงปลายฤดูราคาอยู่ที่ 90 – 100 บาทต่อกิโลกรัม ที่ผ่านมารวมขายได้ 8.5 ล้านบาท มีกำไร 7.5 ล้านบาท โดยทางล้งที่รับซื้อเพื่อส่งออกจะส่งทีมงานมาตัดทุเรียนถึงสวน ความสมบูรณ์ของทุเรียนได้มาจากมีน้ำดี น้ำสมบูรณ์ โดยได้สูบน้ำจากทำนบดินบ้านไทรนอง 2 ขึ้นมาใส่บ่อพัก พร้อมกับใส่ปุ๋ยน้ำลงไปก่อนแล้วปล่อยไปตามระบบสปริงเกอร์ทั่วทั้งสวน ทำให้ต้นทุเรียนได้น้ำและปุ๋ยที่เพียงพอ ขณะที่ต้นทุนไม่เพิ่มขึ้น ไม่เ
“เนื่องจากในปัจจุบัน เกษตรกรของจังหวัดตราดจำนวนไม่น้อยได้หันมาปลูกทุเรียน แทนการปลูกยางพารา เนื่องจากขายได้ราคาดี มีตลาดต่างประเทศรองรับ ที่สำคัญมีแหล่งน้ำเพียงพอในการนำมาบำรุงต้นทุเรียน เช่น ที่บ้านคลองมะนาว ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ มีอ่างเก็บน้ำคลองมะนาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นเขื่อนดินยาว 630.0 เมตร สูง 10.80 เมตร สันเขื่อนกว้าง 6.00 เมตร ความจุ 650,000 ลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับประโยชน์มีน้ำอย่างเพียงพอตลอดทั้งปีกว่า 650 ไร่” นายชยุธกฤดิ นนทแก้ว เกษตรจังหวัดตราด เปิดเผยถึงประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการทำการเกษตรในพื้นที่จังหวัดตราด ซึ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมสนองงานด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ เกษตรจังหวัดตราด กล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกันเป็นพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศเช่นเดียวกับภาคใต้ คือ ฝน 8 แดด 4 เมื่อฝนตกลงมาอ่างเก็บน้ำคลองมะนาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริลูกนี้ ได้ช่วยเก็บกักน้ำเอาไว้ให้เกษตรกรได้ใช้ในช่วงที่เกิดฝนทิ้งช่วงและช่วงหน้าแล้ง ทำให้พืชที่ปลูกไม่ขาดแคลนน้ำ ยังผลให้ผลผลิตออกมาดี มีคุณภาพตรงตามควา
