โซลาร์ฟาร์ม
มาตรฐานฟาร์มสีเขียว หรือกรีนฟาร์ม (CPF Greenfarm) คือหนึ่งในโมเดลธุรกิจสีเขียวอันโดดเด่น ด้วยการพัฒนาให้ฟาร์มสุกรของบริษัททั้ง 98 แห่ง เป็นต้นแบบฟาร์มรักษ์โลก “เป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม” พร้อมผลักดันสู่เกษตรกรในโครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงสัตว์ หรือคอนแทรกฟาร์มมิ่ง กับบริษัท นายสมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ เล่าว่า บริษัทดำเนินการตามมาตรฐาน Greenfarm อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2552 ทั้งฟาร์มเลี้ยงสุกรของบริษัทและฟาร์มของเกษตรกร ทั้งหมดอยู่ภายใต้มาตรฐานฯ เดียวกัน โดยมุ่งเน้นการจัดการของเสียภายในฟาร์ม ด้วยระบบ Biogas ที่ส่งผลดีทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ควบคู่กับการทำระบบฟอกอากาศท้ายโรงเรือนเลี้ยงสุกร จึงช่วยลดกลิ่นรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการปลูกไม้ยืนต้นในบริเวณฟาร์มและพื้นที่ว่างระหว่างโรงเรือน ที่ช่วยเพิ่มความร่มรื่นและลดความร้อนให้กับโรงเรือนสุกรช่วยลดการใช้พลังงานในระบบ EVAP สำหรับทำความเย็นในโรงเรือน ที่สำคัญยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ด้วยการต่อยอดความสำเร็จจากร
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ต่อยอดความสำเร็จมาตรฐาน “Greenfarm” ฟาร์มสุกรรักษ์โลกเป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ดันฟาร์มสุกรทุกแห่งใช้ระบบไบโอแก๊ส (Biogas) ผลิตก๊าซชีวภาพสร้างมั่นคงทางด้านพลังงาน เสริมพลังด้วยระบบโซล่าเซล เพื่อการใช้พลังงานธรรมชาติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นายสมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับระบบการบริหารฟาร์มที่เป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานฟาร์มสีเขียว หรือกรีนฟาร์ม (CPF Greenfarm) มาตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งปัจจุบันฟาร์มของบริษัททั้ง 98 แห่ง ได้ดำเนินการภายใต้มาตรฐานฯเดียวกันทั้งหมด และให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซีพีเอฟต่อยอดความสำเร็จจากระบบ Biogas หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของกรีนฟาร์ม ที่นอกจากจะสามารถผลิตก๊าซชีวภาพสำหรับนำมาเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าใช้ในฟาร์ม ช่วยลดต้นทุนด้านไฟฟ้าได้ถึง 50-80% ของค่าไฟฟ้าทั้งหมดที่ใช้ในฟาร์มแล้ว ยังช่วยลดกลิ่น และสามารถลดการป
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม-2 มิถุนายน นี้ กกพ.เปิดให้หน่วยงานราชการ และสหกรณ์ภาคการเกษตรยื่นคำขอเป็นเจ้าของโครงการเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบลานกว้าง (โซลาร์ฟาร์ม) เฟส 2 จำนวน 219 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็นส่วนราชการยื่นขอได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวม 100 เมกะวัตต์ และสหกรณ์การเกษตร รวม 119 เมกะวัตต์ แยกเป็นภาคเหนือ 19 เมกะวัตต์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 50 เมกะวัตต์ และภาคใต้ 50 เมกะวัตต์ กำหนดสถานที่ยื่นคำขอที่ลานอเนกประสงค์ชั้นจี อาคารจัตุรัสจามจุรี ถนนพญาไท กรุงเทพฯ คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้ายื่นคำขอไม่ต่ำกว่า 1,500 ราย ประกาศผลผู้ที่ผ่านการตรวจสอบ วันที่ 14 มิถุนายน เพื่อเข้าสู่กระบวนการจับสลาก วันที่ 26 มิถุนายน หลังจากนั้น จะให้ผู้ได้สิทธิจับคู่กับเอกชนผู้ลงทุนพร้อมยื่นข้อเสนอโครงการกลับมาที่ กกพ.ภายในวันที่ 9 ตุลาคม และประกาศชื่อผู้ได้สิทธิลงทุนผลิตไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ วันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ และจ่ายไฟเข้าระบบภายใน วันที่ 30 ธันวาคม 2561 คาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนทยอยลงสู่ระบบเศรษ
