โบราณ
หม้อเราชาวบ้านใช้กันมาแต่บรรพกาล นักโบราณคดีขุดค้นโบราณสถานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่เมืองโบราณอู่ทอง บ้านเก่าเมืองกาญจน์ หรือบ้านเชียง แต่ละแห่งมักพบหม้อโบราณ เพราะว่าหม้อเป็นเครื่องมือของใช้สำคัญในการดำรงชีพประจำวัน หม้อโบราณส่วนใหญ่เป็นหม้อดินเผา รูปแบบมีหลากหลาย เป็นต้นว่า หม้อก้นกลม ปากกว้าง ก้นลึก และหม้อก้นกลม ปากแคบก้นลึก และยังมีหม้อก้นตื้นมีสันปากกว้างก็มีให้เห็น หม้อดินเผาก้นกลม เป็นหม้อโบราณชนิดหนึ่ง มีการขุดค้นพบในวัฒนธรรมทวารวดี วัฒนธรรมทวารวดีเกิดขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 11-16 ศูนย์กลางวัฒนธรรมนักโบราณคดีชี้ว่าอยู่ที่บริเวณจังหวัดนครปฐมในปัจจุบัน และยังมีการค้นพบโบราณวัตถุ ตามโบราณสถานต่างๆ ในจังหวัดใกล้เคียงอีก คือที่คูบัว จังหวัดราชบุรี และที่เมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี น่าแปลกใจว่าเมืองโบราณอู่ทอง นอกจากพบโบราณวัตถุประเภทเครื่องมือของใช้สมัยทวารวดีมากมายแล้ว ยังพบรูปเคารพ และหลักฐานทางพุทธศาสนาหนาแน่นอีกด้วย หม้อโบราณวัสดุดินเผาก้นกลม นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า น่าจะใช้สำหรับเก็บเมล็ดพันธุ์พืชหรือใส่น้ำมากกว่าจะใช้หุงต้มเหมือนหม้อทั่วไป เรื่องนี้ เป็นเรื่องสันน
พืชผักสวนครัวมีความสำคัญยิ่ง เราชาวบ้านนิยมปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเอง สาเหตุที่ปลูกผักมิใช่ต้องการพืชผักปลอดสารพิษอย่างเดียว แต่เพราะเรามีวิถีชีวิตแบบพอเพียง ทำมาหาเลี้ยงตัวเองมานมนานแล้ว พืชผักเหล่านั้นเป็นต้นว่า ข่า ตะไคร้ มะกรูด พริก มะเขือ กะเพรา โหระพา แมงลัก และบวบ เป็นต้น ผักเหล่านี้ปลูกง่าย เราชาวบ้านคุ้นชินกับการปลูกมาแต่บรรพกาล คนบ้านนอกแทบไม่มีบ้านไหนไม่มีพืชผักสวนครัวเป็นของตนเอง จะต่างกันก็เพียงของใครปลูกไว้มาก ใครปลูกไว้น้อยเท่านั้น การปลูกขั้นแรกต้องเตรียมดิน สมัยเก่าก่อนหรือถิ่นฐานที่มีดินอุดมสมบูรณ์ไม่ต้องเตรียมก็ได้ เพียงแต่กินแล้วโยนเมล็ดทิ้งลงไป พืชผักบางชนิดเมื่อฝนตกก็ขึ้นเอง ปล่อยไว้นานไปก็ไปเก็บมาประกอบอาหารได้สบายๆ แต่การปลูกแบบนั้นมีข้อเสียอยู่ อย่างน้อย 1 อย่าง คือ พืชผักจะขึ้นไม่เป็นระเบียบ ไม่สามารถกำหนดตำแหน่งที่ควรจะขึ้นได้ จึงเหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่มากๆ ส่วนคนที่มีพื้นที่น้อยๆ หรือต้องการผลผลิตมากๆ จำเป็นต้องเตรียมดินเสียก่อน การเตรียมดิน เราชาวบ้านมักใช้จอบขุดดินให้เป็นร่อง หรือไม่ก็ขุดเป็นแถวเป็นแนว สับดินให้แตก เพื่อพืชผักจะได้ขึ้นง่ายๆ แล้วหยอดเมล็ด
เราชาวบ้าน ก่อนที่จะมีเคียวเกี่ยวข้าว เราคงใช้มือเด็ดรวงข้าวเอามาแยกเอาเมล็ด ตำแยกเปลือกออก แล้วก็เอามาหุงกิน ต่อมาค่อยๆ พัฒนาคิดทำเครื่องมือเกี่ยวข้าว แต่ละชาติ เผ่าพันธุ์ที่กินข้าวเป็นอาหารหลักล้วนสร้างสรรค์เครื่องมือเกี่ยวข้าวเป็นรูปร่างต่างๆ กันไป บริเวณโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ โครงการพระราชดำริ อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว ผู้เขียนพบเครื่องมือของใช้ชนิดหนึ่ง ถามเจ้าหน้าที่เรียกว่าอะไร ใช้ทำอะไร เจ้าหน้าที่บอกว่า ไว้สำหรับเกี่ยวข้าว แต่ไม่รู้ชื่อเรียกว่าอย่างไร เมื่อกลับมาบ้านพลิกหนังสือดูเครื่องมือเกี่ยวข้าวคนเผ่าต่างๆ ก็พบว่า เป็นเครื่องมือเกี่ยวข้าวจริงๆ แต่ไม่รู้ชื่ออยู่นั่นเอง คนไทยเราเรียกเครื่องมือเกี่ยวข้าวว่า เคียว สมัยเด็กๆ มีหนังสือเรื่องหนึ่งชื่อ คมเคียว นำแสดงโดย คุณสมบัติ เมทะนี และ คุณภาวนา ชนะจิต ปี พ.ศ. 2561 นี้ คุณสมบัติ เมทะนี ท่านเป็นศิลปินแห่งชาติไปแล้ว ส่วนคุณภาวนา ชนะจิต น่าเสียดายที่เสียชีวิตไปก่อน เคียวเกี่ยวข้าวที่พบในโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ รูปร่างแปลกกว่าเคียวโค้งๆ อย่างที่เราเห็นกัน นั่นคือ มีมือจับถือเป็นท่อนราว 1 คืบเศษๆ บริเวณตรงกลางส่วนจับถือหรือด้ามมี
