โรบัสต้าชุมพร
กาแฟหนึ่งแก้วที่หลายคนดื่มในทุกเช้า ไม่ได้วัดกันแค่ความหอมหรือรสชาติ แต่คุณค่าที่แท้จริงเริ่มต้นตั้งแต่เมล็ดกาแฟยังอยู่บนต้น เพราะทุกขั้นตอนตั้งแต่การดูแลแปลง การเก็บเกี่ยว การคัดเลือกผลสุก ไปจนถึงการแปรรูปและการคั่ว ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กาแฟธรรมดากลายเป็นกาแฟคุณภาพ และยิ่งตลาดกาแฟในปัจจุบันเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคก็ยิ่งมองหากาแฟที่มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราว และมีมาตรฐานการผลิตที่ชัดเจน “โรบัสต้าไทย” กำลังก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งดาวเด่นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร แหล่งผลิตโรบัสต้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งกำลังเร่งยกระดับคุณภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกร และผลักดันกาแฟไทยสู่ตลาดระดับสากล นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กาแฟถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพของประเทศไทย โดยเฉพาะกาแฟโรบัสต้าที่ปลูกในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีคุณภาพและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ขณะเดียวกันกรมส่งเสริมการเกษตรยังขยายการส่งเสริมการปลูกไปยังพื้นที่ภาคเหนือบางแห่ง ซึ่งแม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะเหมาะกับการปลูกกาแฟอาราบิก้าที่ต้องอยู่บนความสูงมากกว่า 1,000 เมตรจากระด
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้ายกระดับศักยภาพกาแฟโรบัสตาของจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกาแฟโรบัสตาที่สำคัญที่สุดของประเทศ ด้วยการผลักดันการจัดตั้ง ศูนย์กาแฟโรบัสตาคุณภาพแบบครบวงจร จังหวัดชุมพร เพื่อเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการผลิตและแปรรูปกาแฟคุณภาพ พร้อมเชื่อมโยงตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต และยกระดับรายได้ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จังหวัดชุมพรมีพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสตามากที่สุดของประเทศไทย ในปี 2568 มีพื้นที่ปลูกกว่า 34,114 ไร่ ครอบคลุม 8 อำเภอ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ปลูกและผลผลิตมีแนวโน้มลดลงจากปีก่อน อันเป็นผลมาจากข้อจำกัดด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยีการผลิตและแปรรูป การประเมินคุณภาพ รวมถึงการเข้าถึงตลาดกาแฟคุณภาพ ส่งผลให้เกษตรกรส่วนใหญ่ยังจำหน่ายผลผลิตในรูปแบบวัตถุดิบที่ไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้เต็มศักยภาพ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟ และเครือข่ายเ
จังหวัดชุมพรเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้าที่สำคัญของประเทศ มีพื้นที่ปลูกกาแฟกว่าห้าหมื่นไร่ ได้เมล็ดกาแฟปีละกว่า 5 พันตัน แต่การปลูกกาแฟก็ยังไม่สามารถเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรที่นี่ได้ เนื่องจากคุณภาพของเมล็ดกาแฟยังไม่ได้มาตรฐานการผลิตเมล็ดกาแฟบรรจุถุงสำหรับร้านกาแฟหรือผู้บริโภค จึงต้องขายให้กับโรงงานผลิตกาแฟสำเร็จรูปหรือกึ่งสำเร็จรูปในพื้นที่ที่รับซื้อในราคาต่ำเฉลี่ยที่ 70 บาทต่อกิโลกรัม งาน “ชุมพรมหานครโรบัสต้า” เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จังหวัดชุมพรจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2566 ตามแผนงานสนับสนุนและผลักดันให้ผู้ปลูกกาแฟสามารถผลิตกาแฟได้คุณภาพของจังหวัด ซึ่งมีจุดเด่นคือการประกวดสุดยอดกาแฟไทย พบว่ามีผู้ผลิตกาแฟของจังหวัดชุมพรจำนวนมากไม่สามารถผลิตเมล็ดกาแฟโรบัสต้าได้ตามมาตรฐาน FAQ ที่เป็นมาตรฐานเบื้องต้นของตลาดโรงคั่วกาแฟ (ได้คะแนน Cupping Score มากกว่า 80 คะแนนขึ้นไป) ด้วยสาเหตุหลักๆ คือ การผลิตและแปรรูปเมล็ดกาแฟที่ส่วนใหญ่ใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิม หรือใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการถ่ายทอดอย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม ทำให้ไม่สามารถผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องและมีมาตรฐาน หน่วยบริหา
