ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว
“ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” ประโยคคุ้นหูที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของไทย ในฐานะประเทศเกษตรกรรมอันมีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ตอบสนองความต้องการบริโภคที่มีอย่างไม่จำกัด การใช้สารเคมีทำเกษตรในปริมาณมากเกินขีดจำกัดของธรรมชาติ และการเร่งรีบขยายพื้นที่เพาะปลูกที่บุกรุกทรัพยากรป่าไม้ รวมถึงแหล่งต้นน้ำ เป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งมีชีวิตทั้งคน สัตว์ หรือแม้กระทั่งพืชผัก ในการเจริญเติบโต ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงข้างต้น ได้กลายเป็นปัจจัยเร่งที่เราต้องเร่งแสวงหาแนวทางเพื่อปรับตัว โดยเฉพาะในภาคการเกษตร นอกจากปัญหาสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือ รูปแบบการทำเกษตรของประเทศไทย โดยรายงานจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยว่า GDP ภาคการเกษตร มีสัดส่วนเพียง 9% ของ GDP ประเทศ เมื่อเจาะลงที่สถิติการส่งออกของไทยพบว่า แม้สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรจะสร้างรายได้ให้กับประเทศได้เป็นจำนวนมาก แต่ยังมีสัดส่วนที่แตกต่างกันอยู่มาก ภาพรวมในปี 2566 ไทยส่งออกเป็นมูลค่า
