ใส่ปุ๋ยให้ถูกวิธี
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการใส่ปุ๋ยยิ่งใส่เยอะ “ไม่เท่ากับ” สวย แต่เท่ากับต้นไม้จะตายเร็ว!!! คนทั่วไปที่เป็นมือใหญ่ในการเลี้ยงต้นไม้ หรือเกษตรกรรุ่นใหม่บางคนมีกรอบความคิดเดิมที่ว่ายิ่งเราใส่ปุ๋ยเยอะต้นไม้ของเราจะยิ่งออกใบดก ผลสวย แต่แท้จริงแล้วมันเป็นความคิดที่ผิดถนัด เพราะนอกจากจะไม่ทำให้สวยแล้วยังทำให้ต้นไม้ตายเร็วอีก โดยเฉพาะจำพวกปุ๋ยเคมี ที่เป็นประหนึ่งอาหารเสริมเพิ่มสารอาหารให้กับต้นไม้ หากให้เห็นภาพชัดๆ การทำงานของปุ๋ยเคมีก็ไม่ได้ต่างจากการฉีด “วิตามิน” ให้กับต้นไม้เพื่อช่วยบำรุงเร่งการเติบโตและเพิ่มความแข็งแรง แต่หากเราใส่ในปริมาณมากเกินความพอดี ก็ไม่ต่างกับการที่ร่างกายของเรารับยามาหลายแขนงจนตับไม่สามารถกรองสารอาหารได้จนพังหรือตายไปนั่นเอง แล้วเราจะสังเกตยังไงว่าต้นไม้เราได้รับสารอาหารมากเกินไป? 1. ให้ดูว่าต้นไม้ “น็อกปุ๋ย” หรือไม่ สังเกตจากต้นไม้มีใบเหลือง ใบร่วง ซึ่งนั้นมาจากสารเคมีที่อยู่ในปุ๋ย วิธีแก้คือหากเราจะใส่ปุ๋ยเคมีให้ใส่ทีละน้อย รวมถึงควรรดน้ำต้นไม้ทุกครั้งหลังใส่ปุ๋ย เพื่อให้ต้นไม้ปรับสภาพได้ 2. สังเกตต้นไม้โดยเฉพาะส่วนของใบว่า “ใบไหม้” หรือไม่ อาการนี้จะเกิดจากสารอา
สภาพธรรมชาติ ดินในภาคกลางของประเทศไทยเป็นดินเหนียว ธาตุโพแทสเซียม (K) พอเพียงกับความต้องการของต้นข้าว ดังนั้น กรมการข้าวจึงแนะนำให้ใช้ปุ๋ย สูตร 16-20-0 (N-P-K) ถ้าใส่ธาตุโพแทสเซียม (K) ลงไปด้วยจะเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ ส่วนดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายถึงดินทราย ดินประเภทนี้จะขาดธาตุโพแทสเซียม (K) ดังนั้น คำแนะนำของกรมการข้าวให้ใส่ปุ๋ย สูตร 16-16-8 จึงจะได้ผลผลิตดี อย่างไรก็ตาม ในแต่ละปีควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ให้บ้าง เช่น ฟางข้าว เศษไม้ใบหญ้า หรือปุ๋ยมูลสัตว์ เพื่อช่วยให้ดินร่วนซุย และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดินในนาอีกทางหนึ่ง มารู้จักกับปุ๋ยกันอีกสักนิด ปุ๋ยเคมีที่มีขายทั่วไป เช่น สูตร 15-15-15 เกษตรกรนิยมเรียกว่า ปุ๋ยสิ้นคิดความจริงแล้ว ปุ๋ยเคมีเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ทั้งนี้ ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) นำขึ้นมาจากใต้พิภพ ส่วนปุ๋ยยูเรีย (N) มีโครงสร้างเหมือนกับน้ำปัสสาวะของมนุษย์ทุกประการ ปุ๋ยยูเรียได้จากผลพลอยได้ของขบวนการกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ทั้งนี้ ธาตุไนโตรเจน (N) ทำให้ใบเขียว ต้นเติบโตขึ้น ธาตุฟอสฟอรัส (P) บำรุงรากและเร่งการออกดอก ส่
