ไก่ไข่อารมณ์ดี
ลุงวุฒิ หรือ นายวุฒิศักดิ์ พรมแก้ว เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการเลี้ยงสัตว์ ประจำปี พ.ศ. 2566 ได้เปิดฟาร์มเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศ ฟาร์มแห่งนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา โทรศัพท์ 083-104-2252 ลุงวุฒิเป็นผู้นำรวมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่สัตว์ปีกอารมณ์ดี อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ที่นี่เน้นเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระในสวนปาล์มน้ำมัน ช่วยให้แม่ไก่มีชีวิตที่ดีขึ้น และใช้สูตรสมุนไพรแทนยาปฏิชีวนะ สามารถเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย ดีกว่าการปลูกปาล์มน้ำมันเพียงอย่างเดียวหลายเท่าตัว ปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้ได้รับใบรับรองมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในระบบฟาร์มการเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ขังกรง (Cage-Free) จากบริษัท คะตะลิสต์ วิสาหกิจเพื่อสังคมและได้เรียนรู้ทักษะในการจัดการฟาร์มไก่ไข่ที่ยั่งยืน เน้นวิธีการเลี้ยงที่คำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพสัตว์ให้ได้มาตรฐานสากล ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งช
คุณอิสริยา ลือเทพ หรือ คุณซันเดย์ อยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ที่ 13 ตำบลรางหวาย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เกษตรกรสาวสวยเจ้าของซันเดย์ ฟาร์มมิ่ง เฟรช SFF Organics Farm ผู้ผลิตไก่ไข่คุณภาพ เน้นทำตลาดออนไลน์ ขายได้ราคาดี สร้างรายได้วันละครึ่งหมื่น คุณซันเดย์ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีตนเองเรียนจบคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ แต่เพิ่งได้มารู้ว่าสายงานทางด้านนี้ไม่เหมาะกับลักษณะนิสัยของตนเองก็เมื่อตอนที่ได้ไปฝึกสอน จึงตัดสินใจเบนเข็มจากงานสายครูกลับมาสานต่ออาชีพเกษตรของที่บ้าน โดยที่บ้านพ่อกับแม่ปลูกพืชไร่เป็นหลัก ตนเองจึงมีความคิดที่อยากจะนำในเรื่องของระบบปศุสัตว์เพิ่มเติมเข้ามา บวกกับแนวคิดที่ว่า “ไข่” คือแหล่งอาหารหลักที่ตลาดมีความต้องการอยู่ทุกวัน หรือแม้กระทั่งตัวเองก็ยังต้องกินไข่อยู่เป็นประจำ และเหตุผลเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการนำไก่ไข่เข้ามาเลี้ยง โดยจุดประสงค์แรกคือการเลี้ยงไว้เพื่อกินเองก่อน แต่พอเลี้ยงไปสักระยะผลผลิตเริ่มมีจำนวนมากขึ้น ทำให้ได้มองเห็นช่องทางสร้างรายได้ จนนำไปสู่การพัฒนาการเลี้ยงไก่ไข่ในรูปแบบฟาร์มเปิดในที่สุด “ด้วยความที่ไม่ชอบในรูปแบบการเลี้ยงแบบอุตสาหกรรมที่
เลี้ยงอย่างไร สูตรการเลี้ยงแม่ไก่อารมณ์ดีนั้น แนะนำให้เกษตรกรเลี้ยง ในอัตรา เพศผู้ 1 ตัวต่อเพศเมีย 5 ตัว โดยเลี้ยงไก่ 5 ตัวต่อตารางเมตร รอบโรงเรือนมีพื้นที่ปล่อยลานแบบอิสระ 10-15 ตารางเมตรต่อตัว มีรั้วสามารถป้องกันศัตรูและสัตว์พาหะได้ แม่ไก่จะเริ่มให้ไข่ฟองแรก เมื่ออายุ 4 เดือน 6 วัน ดูแลสุขภาพสัตว์ แนะนำให้เกษตรกรทำวัคซีนป้องกันโรคระบาดที่สำคัญในไก่ไข่ และการถ่ายพยาธิ รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการ สุขภาพของสัตว์ปีก เสริมวิตามิน เกลือแร่ การจัดการสิ่งแวดล้อมที่อยู่ของสัตว์ปีกให้เหมาะสม เช่น อย่าให้ลมโกรก ให้อยู่ในที่อุณหภูมิพอเหมาะ จัดให้มีเล้าหรือโรงเรือนสำหรับสัตว์ปีกนอนในตอนกลางคืน สามารถป้องกันแดด ฝน ลม และพาหะนำโรคระบาดสัตว์ได้ อีกทั้งยังง่ายต่อการดูแลสุขภาพสัตว์ปีกอีกด้วย และต้องใช้หลักความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ในการป้องกันเชื้อโรคเข้ามาในฟาร์ม เช่น การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค การควบคุมคนหรือยานพาหนะเข้า-ออกฟาร์ม การมีเล้าหรือโรงเรือนเพื่อป้องกันพาหะนำโรค เป็นต้น สูตรอาหาร ใช้ต้นกล้วยหมัก สำนักงานปศุสัตว์อำเภอศรีเชียงใหม่ แนะนำให้เกษตรกรจัดการอาหารสัตว์ โดยใช้ต้นกล้วยหมักเป็นหลักร่
การทำเกษตรไม่ได้เป็นเพียงการสร้างรายได้เพียงอย่างดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เกษตรกรหลายท่านต่างให้ความเห็นว่า เป็นงานที่สร้างความสุขและมีเวลาดูแลคนภายในครอบครัวไปด้วยพร้อมๆ กัน เพราะในทุกวันได้เห็นผลผลิตที่ใส่ใจเป็นวัตถุดิบที่ปลอดภัย นอกจากทำอาหารให้คนในครอบครัวกินแล้ว ยังส่งมอบเป็นสินค้าแทนใจให้กับลูกค้า จึงทำให้เกิดความเชื่อใจกันทั้ง 2 ฝ่าย ส่งผลให้ลูกค้าไม่ว่าจะผ่านไปนานเพียงใด หากเกษตรกรสร้างตัวตนที่มีคุณภาพ ช่วยให้เกิดการซื้อขายกันได้อย่างยาวนาน คุณนรัชฐอิง ทรงกำพล หรือ คุณเอ๋ เจ้าของสวนลัคกี้ฟาร์มสเตย์ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ให้ความสนใจกับการทำเกษตรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี เป็นการเลี้ยงแบบปล่อยให้เดินเล่นในพื้นที่ธรรมชาติ พร้อมกับประหยัดต้นทุนการเลี้ยงใช้แหนแดงเข้ามาเสริมผสมกับอาหารที่เหลือจากครัวเรือน ไก่ที่เลี้ยงเจริญเติบโตที่ดีและไข่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง กลับบ้านดูแลครอบครัว ผันตัวสู่การเป็นเกษตรกร คุณเอ๋ เล่าใฟ้ฟังว่า เดิมทีทำงานเป็นพนักงานขายตรงที่ต้องเดินทางไปทั่วประเทศ แต่ด้วยความที่คุณแม่ไม่ค่อยสบายจึงทำให้
ปัจจุบันการเลี้ยงไก่ไข่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยนำมาเลี้ยงภายในบริเวณบ้านหรือพื้นที่ว่าง เพื่อเป็นการผลิตไข่ไว้ประกอบอาหารภายในครัวเรือน เพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว เศษอาหารที่เหลือจากชีวิตประจำวันจากมื้ออาหารยังสามารถนำมาใช้สำหรับเป็นอาหารให้ไก่กินได้ ซึ่งไข่ที่ได้จากไก่ที่เลี้ยงหากกินไม่ทันจนมีมากพอ ยังนำไปจำหน่ายเป็นการสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง คุณทรงพจน์ อ่อนแช่ม อยู่บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ที่ 2 ตำบลเบิกไพร อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี โดยยึดการเลี้ยงให้ไก่มีพื้นที่ว่างสามารถเดินเล่นและคุ้ยเขี่ยได้ ที่สำคัญนำอาหารพวกธัญพืชที่ได้จากการปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีมาให้ไก่กิน ทำให้ไข่ที่ได้มีคุณภาพสามารถจำหน่ายได้ราคาดี ตลาดมีความต้องการจนสินค้ามีไม่พอจำหน่ายเลยทีเดียว คุณทรงพจน์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานอยู่บริษัทเอกชนและได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดมาทำเกษตรในแบบที่ชอบ ช่วงนั้นยังไม่ได้ลงมาดูเต็มตัว เน้นจ้างคนอื่นช่วยดูแล เมื่อทำมาได้สักระยะหนึ่งเห็นถึงผลผลิตที่ได้ไม่มีคุณภาพ จำหน่ายไม่ได้ราคา ส่งจำหน่ายก็เกิดสภาวะขาดทุน จึงได้ตัดสิ
ปัจจุบัน กระแสสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับผู้ที่ใส่ใจในการดูแลตัวเอง โดยเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การกินอาหารคลีน หรืออาจจะเป็นอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบที่ปลูกแบบระบบอินทรีย์ก็เป็นความมั่นใจของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งเดี๋ยวนี้นอกจากพืชที่ปลูกในระบบอินทรีย์แล้ว แม้แต่สัตว์บางชนิดก็สามารถนำมาเลี้ยงในระบบอินทรีย์ได้อีกด้วย โดยปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติมีการเลี้ยงด้วยอาหารที่ได้จากพืช ไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยง จึงส่งผลให้สัตว์ที่เลี้ยงด้วยระบบนี้สามารถทำราคาทางด้านการตลาดที่สูงกว่าการเลี้ยงแบบทั่วไปเป็นเท่าตัว อย่างเช่นไข่ไก่ที่ผ่านการเลี้ยงในระบบอินทรีย์เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่กำลังได้รับความนิยม เพราะสามารถหาซื้อเองได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าที่ขายสินค้าอินทรีย์ หรือถ้าหากอยากมีกิจกรรมยามว่างก็สามารถหาไก่ไข่มาเลี้ยงแล้วเก็บไข่ไว้กินภายในครัวเรือนเองก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประหยัดรายจ่าย คุณณธรา แย้มพิกุล อยู่ที่บ้านเลขที่ 16 หมู่ที่ 19 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรผู้มีความชอบการกินอาหารที่ปลูกในระบบอินทรีย์ โดยผลไม้และผักสวนครัวต่างๆ ที่ปลูกใน
คุณเวสารัช ตรีโชติ หรือ พี่โจ้ อยู่บ้านเลขที่ 12/2 หมู่ที่ 5 ตำบลสามควายเผือก อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์นครปฐม เลือดนักสู้ ผู้ที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ที่ถึงแม้ว่าจะยังไม่สำเร็จสายอาชีพที่เลือกเดิน แต่จะขอทำต่อไปเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของตนเองและเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร พี่โจ้ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว ตนเรียนจบคณะอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร หลังจากเรียนจบมีโอกาสได้เข้าทำงานในตำแหน่งนักวิชาการแผนที่กรุงเทพฯ แต่ด้วยความที่มีนิสัยส่วนตัวที่ไม่ชอบทำงานอยู่ในกรอบเข้าออกเป็นเวลา จึงตัดสินใจลาออกจากงานมาเปิดร้านมินิมาร์ท เปิดได้สักระยะก็มีเหตุให้ต้องปิดกิจการกันไป จึงกลับมานั่งคิดทบทวนใหม่ว่าจะทำอะไรต่อไปดีให้เหมาะกับนิสัยส่วนตัวที่ชอบทำงานอิสระ และสามารถใส่ความคิดของตัวเองลงไปในงานได้ ก็มาประจวบเหมาะกับที่บ้านจังหวัดนครปฐมมีที่ดินว่างเปล่าของคุณพ่อที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อยู่จำนวน 2 ไร่ครึ่ง จึงตัดสินใจที่จะมาลองทำอาชีพเกษตรกรรม ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ดูสักครั้ง ซึ่งในช่วงแรกของเส้นทางสายเกษตรก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะ
ปัจจุบัน กระแสสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับผู้ที่ใส่ใจในการดูแลตัวเอง โดยเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การกินอาหารคลีน หรืออาจจะเป็นอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบที่ปลูกแบบระบบอินทรีย์ก็เป็นความมั่นใจของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งเดี๋ยวนี้นอกจากพืชที่ปลูกในระบบอินทรีย์แล้ว แม้แต่สัตว์บางชนิดก็สามารถนำมาเลี้ยงในระบบอินทรีย์ได้อีกด้วย โดยปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติมีการเลี้ยงด้วยอาหารที่ได้จากพืช ไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยง จึงส่งผลให้สัตว์ที่เลี้ยงด้วยระบบนี้สามารถทำราคาทางด้านการตลาดที่สูงกว่าการเลี้ยงแบบทั่วไปเป็นเท่าตัว อย่างเช่น ไข่ไก่ที่ผ่านการเลี้ยงในระบบอินทรีย์เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่กำลังได้รับความนิยม เพราะสามารถหาซื้อเองได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าที่ขายสินค้าอินทรีย์ หรือถ้าหากอยากมีกิจกรรมยามว่างก็สามารถหาไก่ไข่มาเลี้ยงแล้วเก็บไข่ไว้กินภายในครัวเรือนเองก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประหยัดรายจ่าย คุณณธรา แย้มพิกุล อยู่ที่บ้านเลขที่ 16 หมู่ที่ 19 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรผู้มีความชอบการกินอาหารที่ปลูกในระบบอินทรีย์ โดยผลไม้และผักสวนครัวต่างๆ ที่ปลูกใ
คุณวนิดา ศรีราเพ็ญ หรือ พี่กานต์ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์นครศรีธรรมราช ที่อยู่ 39 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช อดีตพยาบาลสาวผันตัวเป็นเกษตรกรทำเกษตรผสมผสานปลูกผัก เลี้ยงไก่ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวไม่มีขัดสน พี่กานต์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรว่า เมื่อก่อนตนเองประกอบอาชีพเป็นพยาบาล แต่เนื่องด้วยลักษณะงานที่ทำต้องมีการทำงานเป็นกะทำให้ไม่มีเวลาเลี้ยงลูก จึงได้ลาออกจากงานประจำหันมาทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อที่จะได้มีเวลาดูแลลูกทั้ง 2 คน ด้วยการเริ่มต้นเป็นเกษตรกรปลูกพืชผสมผสานสร้างรายได้ แต่เมื่อถึงช่วงระยะเวลาหนึ่งก็เริ่มมีแนวคิดที่อยากจะผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง เนื่องจากที่ผ่านมาที่ฟาร์มมักจะประสบปัญหาในการซื้อปุ๋ยขี้ไก่ที่จะมีการผสมโซดาไฟลงมาด้วย ทำให้พืชผักที่ปลูกไม่โต มีอาการใบเหลือง ผลผลิตไม่มีคุณภาพ จนเกิดเป็นแนวคิดที่จะเลี้ยงไก่ไข่เพื่อผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง และนอกจากนี้ ยังมีการคิดไปถึงอนาคตไว้ว่า นอกจากจะได้ปุ๋ยจากการเลี้ยงไก่แล้ว ในแต่ละวันยังสามารถเก็บไข่ขายได้ และยังสามารถเก็บขี้ไก่ส่วนหนึ่งมาทำเป็นปุ๋ยหมักขี้ไก่ขายได้อีกทางหนึ่ง เรียกได้ว่า “ยิงปืนนัดเดียวได้นก
