ไผ่หลอด
อาจารย์และนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ออกแบบและสร้างเครื่องทำความสะอาดหลอดไผ่ ทำความสะอาดผิวหลอดไผ่ได้ 88 หลอด ต่อชั่วโมง ทดแทนการใช้แรงงานคน ผลงานของ ดร.มานพ แย้มแฟง นักวิจัยและอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล นายสราวุฒิ เลาะหะนะ นายสิทธิกร สงวนตระกูล และ นางสาวเบญจพร ยุติศาสตร์ นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ดร.มานพ แย้มแฟง บอกว่า ในการลงพื้นที่โอท็อป จังหวัดปราจีนบุรี ของทางมหาวิทยาลัย โดยบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีไม้ไผ่จำนวนมาก และยังเป็นแหล่งปลูกไผ่หลอด ซึ่งปัจจุบันไผ่หลอดได้รับความนิยม เนื่องจากสามารถนำมาใช้แทนหลอดพลาสติก ซึ่งบริษัท พิมธา จำกัด เป็นบริษัทที่จำหน่ายไผ่หลอด ซึ่งก่อนที่จะจำหน่ายต้องมีการทำความสะอาดไผ่หลอดทั้งด้านนอกและด้านในจากนั้นนำไปฆ่าเชื้อ จึงอยากให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยออกแบบและผลิตเครื่องทำความสะอาดไผ่หลอด ปกติทางบริษัทใช้แรงงานคนในการทำความสะอาด แรงงานทำงานเป็นเวลานาน ทำให้รู้สึกเมื่อยล้า ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานน้อยลง ทางบริษัทจึงให้โจทย์กับทางมหาวิทยาลัย โดยทางมหาวิทยาลัยได้รับทุนสนับสนุนในการทำวิจัยจาก สกสว. ประจำปี 2562 “ซึ่งจากก
เราชาวบ้านสมัยเก่าก่อนมีภูมิปัญญาหาน้อยไม่ ด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมนี้ ทำให้เรามีหลอดดูดน้ำมาก่อนที่จะมีหลอดพลาสติก และหลอดสแตนเลสที่ขายๆ กันอยู่ในปัจจุบัน เคยได้ยินเพลงของ สายัณห์ สัญญา ชื่อ หนาวลมที่เรณู หรือไม่หนอ ท่อนหนึ่งเพลงบอกว่า “ดูดอุร้อยไห ไม่คลายหนาวได้หรอกหนา” คำว่า ดูดอุร้อยไห นั่นแล การดูดเราชาวไทยต้องใช้หลอด หลอดที่ใช้ดูดอุนั้นเป็นหลอดไม้ไผ่ซาง ซางเป็นไผ่ชนิดหนึ่งขึ้นตามธรรมชาติ คุณสมบัติพิเศษของซางคือ ลำเล็ก ปล้องมีขนาดยาว ทำให้บรรพชนคนไทยเราตัดเอามาทำเป็นหลอดดูดอุ อย่าว่าแต่ 100 ไห หรือ 1,000 ไหเลย ไม่ว่าจะเป็นกี่ล้านไห เราชาวบ้านก็สามารถหาหลอดมาดูดอุได้ ผู้เขียนเคยเห็นภาพดูดอุสามัคคี นั่นคือ ใช้หลอดซางตามจำนวนคน อาจจะเป็นสามสี่คนก็ได้ แยงหลอดเข้าไปในไหอุไหเดียวกัน แล้วก็ดูดพร้อมๆ กัน ฤทธิ์ของอุแม้จะมีรสหวานนุ่ม แต่ความมึนเมาก็แรงไม่เบาเหมือนกัน คนที่ผิวหน้าสีขาว พอเอาปากออกจากหลอดอุ หน้าแดงทันทีทันใด เราชาวบ้านยังมีหลอดจากธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง นั่นคือ หลอดดูดน้ำที่ทำจากไผ่ เราชาวบ้านเรียกไผ่ชนิดนี้ว่าไผ่หลอด ปัจจุบันมีขายพันธุ์และปลูกกันมากพองาม บางถิ่นปลูกไว้มาก เพื่อทำเ
