ไมยราบ
ไมยราบใครๆ ก็รู้จักเพราะพ้องกับชื่อยักษ์หลานทศกัณฐ์ ที่อาสาสะกดทัพวานรแล้วจับตัวพระรามหมายจะเอาไป “ต้มกินต่างสุกรแกล้มสุรา” ในเมืองบาดาล ยักษ์ไมยราพมีฤทธิ์ต่างจากยักษ์ตนอื่นคือเป็นหมอยาสมุนไพรวิเศษ สามารถปรุงยานอนหลับแล้วใช้เป่าสะกดลิงให้หลับได้ทั้งกองทัพ ขนาดพญาวานรอย่างสุครีพ หนุมานก็ยังหลับไม่เป็นท่าเพราะฤทธิ์ยาสมุนไพรของไมยราพ อันที่จริงต้นไมยราบเองก็มีสรรพคุณช่วยระงับประสาท และแก้โรคนอนไม่หลับได้ด้วย ต้นไมยราบ ในที่นี้หมายถึงวัชพืชไม้เลื้อยแผ่ไปบนพื้นดินลำต้นมีหนามแหลมเล็กๆ พบเห็นได้ตามข้างถนนหรือที่รกร้างทั่วไป เอกลักษณ์ของไมยราบคือใบของมันจะหุบลงได้เมื่อถูกกระทบกระเทือน จึงมีชื่อในภาษาฝรั่งว่า Sensitive Plant (พืชอ่อนไหว) ไมยราบชนิดนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mimosa pudica L. มีช่อฝักเล็กๆ เหมือนพืชตระกูลถั่วทั่วไป เป็นคนละพันธุ์กับ “ต้นหัวใจไมยราบ” หรือกระทืบยอบ ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Biophytum sensitive DC. ซึ่งสรรพคุณคล้ายกันและเป็นพืชอ่อนไหวเหมือนกัน หมอแผนโบราณและหมอพื้นบ้านรู้จักเอาไมยราบทั้งต้นมาล้างสับเป็นชิ้นเล็กๆ ตากให้แห้งสนิทแล้วนำมาต้มกินต่างน้ำ เพื่อแก้โรคกษัยไตพิการ
คอลัมน์ เก็บป่ามาฝากเมือง โดย กุมิสบ๊ะ รงโซะ ให้ข้อมูลว่า เมื่อพูดถึงต้นไมยราบ ทำให้ผู้เขียนนึกถึงตอนสมัยเด็กๆ ที่เคยวิ่งเล่นซนแข่งกันเขี่ยต้นไมยราบให้ใบหุบ ใครทำได้เยอะคนนั้นชนะ ซึ่งบางครั้งก็อาจเผลอไปเหยียบต้นจนหนามตำเท้าก็มี พอโตขึ้นมาหน่อยฟันก็เริ่มผุ ปวดฟันก็บ่อย คนเป็นแม่ก็พลอยเหนื่อยในการหาหยูกยามารักษา แต่ยาที่แม่หามานั้น บ่อยครั้งมากที่เป็นต้นไมยราบ ท่านมักจะนำใบมาขยี้กับน้ำปูนใส บางครั้งก็นำใบหญ้าก้นบึ้งมาขยี้ผสมลงไปด้วย แล้วนำมาทาที่แก้มบริเวณที่มีอาการปวด ส่วนรากของไมยราบนั้น ท่านจะนำไปต้มกับน้ำให้เดือดรอให้อุ่นแล้วนำมาอมประมาณ 3-5 นาที แล้วบ้วนทิ้ง ควรทำบ่อยๆ ประมาณ 4-5 ครั้งต่อวัน จนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ นอกจากนี้ ผู้เขียนได้ไปเรียนรู้เรื่องยาสมุนไพรจาก แม่หมอแมะ (นางตีเมาะ รงโซะ) หมอตำแย บ้านบันนังบารู ตำบลเปาะเส้ง อำเภอเมืองยะลา ท่านเล่าว่า เมื่อครั้งที่ท่านอยู่ไฟ (ช่วงที่ท่านคลอดบุตร) ท่านมักจะดื่มน้ำต้มที่มีสีแดงจากรากของไมยราบแทนน้ำ บางครั้งท่านก็ใส่น้ำตาลลงไปด้วย ชงเหมือนเครื่องดื่มทั่วไป เพราะท่านชอบในสีสันสีแดงที่สวยงาม แล้วยังคงสรรพคุณที่ทำให้มดลูกกระชับเข้าอู่เ
