ไม้ดอกหอม
คุณสุระ จันทร์ศิริ เป็นเกษตรกรที่ทำการผลิตไม้ดอกไม้ประดับมาเป็นเวลานาน โดยก่อนหน้านั้นเขาได้ผลิตไม้ประดับชนิดอื่นๆ ก่อน ต่อมาเมื่อเห็นว่าตลาดมีความต้องการต้นแก้วพวงดวงใจและต้นแก้วลิลลี่ เขาจึงได้มาปรับเปลี่ยนทำไม้ที่มีดอกหอม 2 ชนิดนี้ สร้างเป็นรายได้ที่ดีไม่น้อยทีเดียว โดยการผลิตมีทั้งการผลิตให้เป็นไม้ประดับในกระถางและไม้ขุดล้อมที่มีต้นใหญ่ๆ ให้กับลูกค้าได้ต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี เปลี่ยนจากสวนไม้ผล เข้าสู่วงการไม้ประดับ คุณสุระ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นเริ่มทำอาชีพทางการเกษตรด้านไม้ผลและการปลูกไผ่ ต่อมาไผ่ที่ทำการปลูกเกิดออกดอกและตายยกสวน ทำให้ได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกมะนาวและทุเรียน ซึ่งช่วงที่ปลูกทุเรียนสมัยนั้นยังไม่มีลูกค้าเข้ามาซื้อมากนักเหมือนปัจจุบัน จึงได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกไม้ดอกไม้ประดับ เพื่อให้ตรงตามที่ตลาดต้องการ เพราะมีลูกค้าเข้ามารับซื้อถึงสวน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ยึดอาชีพนี้มาจนถึงปัจจุบัน “พอมีกลุ่มหมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติ บ้านดงบังเกิดขึ้น กลุ่มนี้ก็เป็นกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น ก็มีการทำไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายชนิด ช่วงแรกผมทำต้นโมกจำหน่ายก่อน หลังๆ มา ตลาดเริ่มมีการป
ต้นโมก เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ 2-12 เมตรขึ้นไป ผิวเปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาล กิ่งก้านจะแตกบริเวณรอบๆ ต้นแบบไม่มีระบบ ใบเป็นใบเดียว ออกเรียงกันเป็นคู่เป็นรูปไข่ ดอกมีสีขาว การออกดอกของต้นโมกจะคว่ำหน้าลงสู่พื้น ดอกมีกลิ่นหอม ลักษณะเป็นช่อ ใน 1 ช่อ มีดอกประมาณ 4-8 ดอก ด้านความเชื่อของคนไทยสมัยก่อน เชื่อกันว่าบ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความสุข และช่วยปกป้องคุ้มครองภัยอันตราย นอกจากนี้ยังเชื่อกันด้วยว่า เปลือกของต้นโมกสามารถใช้ป้องกันพิษของสัตว์ต่างๆ ได้ และช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านและผู้ที่อยู่อาศัยมากขึ้น ต้องทำการปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันเสาร์ ปัจจุบันจำนวนพื้นที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านจัดสรรต่างๆ เริ่มมีมากขึ้น ไม้ดอกไม้ประดับจึงยังเป็นที่ต้องการ ดังนั้นต้นโมกจึงได้รับความนิยมมากขึ้น เพื่อใช้ตกแต่งบ้านเรือนให้มีความสวยงาม ว่างจากทำนา ปลูกต้นโมกเสริมรายได้ คุณสมศักดิ์ โสขุมา เกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี มีอาชีพทำนามีช่วงที่เจอวิกฤตแล้งเช่นนี้ทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับทำนา ชาวบ้านบางส่วนได้รับความเดือดร้อน แต่ครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อคุ
กล้วยไม้สกุลช้าง เป็นไม้ที่แตกต่างไปจากกล้วยไม้สกุลอื่นๆ คือ ลักษณะใบแข็งหนาอวบน้ำเรียงชิดอยู่บนลำต้น ใบเป็นร่อง ระบบรากอากาศมีขนาดใหญ่ ปลายรากสีเขียว ส่วนของช่อดอกสามารถห้อยลงหรือตั้งขึ้นก็ได้ ซึ่งดอกมีความยาวและจำนวนมาก กลีบนอกและกลีบในของดอกแผ่ออกมีอับเรณู 2 ก้อนแยกออกจากกัน การเจริญเติบโตของกล้วยไม้ช้างเป็นแบบฐานเดี่ยว ออกดอกปีละครั้ง บางต้นอาจมีดอกครั้งละหลายๆ ช่อ ด้วยความพิเศษของการได้รอคอยนี้เอง จึงทำให้กล้วยไม้สกุลช้างเป็นกล้วยไม้ที่พิเศษและน่าหลงใหลในการได้เชยชมดอกที่จะเบ่งบานไม่น้อยทีเดียว คุณนัฏฐพงศ์ จินดาวนิช หรือ คุณรีฟ เกษตรกรที่ชื่นชอบปลูกกล้วยไม้ช้างเป็นอย่างมาก โดยเขาได้เรียนรู้และศึกษาการปลูกมาเป็นระยะหนึ่ง จากนั้นจึงค่อยๆ ซื้อมาขายไป พร้อมกับต่อยอดด้วยการเป็นนักพัฒนา เพื่อให้เกิดลูกไม้ใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางช่วยให้ทำตลาดได้ต่อเนื่อง และที่สำคัญเขายังทำไม้ส่งเข้าประกวดในงานต่างๆ จึงช่วยให้กล้วยไม้ช้างที่เขาพัฒนาเป็นการสร้างตัวตนที่มีรางวัลการันตี ตั้งใจที่จะผลิตกล้วยไม้สกุลช้าง คุณรีฟ เล่าให้ฟังว่า สมัยที่ยังทำงานประจำอยู่นั้น มีโอกาสได้เห็นกล้วยไม้สกุลช
ชื่อวิทยาศาสตร์ Buddleja paniculata Wall. ชื่อวงศ์ BUDDLEJACEAE ชื่อสามัญ Butterfly Bush ; Byttneria ; Summer lilac. ชื่ออื่นๆ หางกระรอกเขมร ไคร้หางหมา หัวเถื่อน ดอกฟู ปวกน้ำ เกี๊ยงพาไหล ดอกด้ายน้ำ ด้ายหางหมา ดิฉันไม่เคยไปเมืองเขมร และไม่เคยเลี้ยงกระรอก แต่ทำไมชื่อดิฉันจึงถูกใช้เรียกพวงดอก ที่เป็นช่อขาวชูสะบัดเหมือนหางอะไรโบกอยู่ ลงความเห็นกันว่า เหมือนหางกระรอก แต่ทำไมเป็นกระรอกเขมรก็ไม่รู้ แล้วยิ่งน่าเจ็บใจอีกที่เรียกอีกชื่อ ว่า “ไคร้หางหมา” หรือว่าช่อดอกนี้ “คล้ายหางหมา” จริงๆ จึงถูกย้ำชื่อว่า “ด้ายหางหมาฟอน” ดิฉันจึงกลับไปชอบที่คนต่างแดนเขาเรียกว่า “Butterfly Bush” ที่มีความหมายว่า “ไม้พุ่มผีเสื้อ” แล้วยังมีคำอธิบายอีกว่า “The butterfly bush is a beautiful, fast-growing, deciduous Shrub with masses of blossoms-long, spiked trusses-that bloom from summer to autumn. It’s flower come in many colors. the butterfly bush is known to crowd out native plant, It can become a noxious weed and spread aggressively.” แหม..! ก็ฟังดูดี แต่ที่ว่าอาจจะเป็นพิษ และแผ่คลุมอุกอาจ ดูซิ…ไม่รู้ว่า “ชมหรือ
