ต้นโมก เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีความสูงประมาณ 2-12 เมตรขึ้นไป ผิวเปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาล กิ่งก้านจะแตกบริเวณรอบๆ ต้นแบบไม่มีระบบ ใบเป็นใบเดียว ออกเรียงกันเป็นคู่เป็นรูปไข่ ดอกมีสีขาว การออกดอกของต้นโมกจะคว่ำหน้าลงสู่พื้น ดอกมีกลิ่นหอม ลักษณะเป็นช่อ ใน 1 ช่อ มีดอกประมาณ 4-8 ดอก

ด้านความเชื่อของคนไทยสมัยก่อน เชื่อกันว่าบ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความสุข และช่วยปกป้องคุ้มครองภัยอันตราย นอกจากนี้ยังเชื่อกันด้วยว่า เปลือกของต้นโมกสามารถใช้ป้องกันพิษของสัตว์ต่างๆ ได้ และช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านและผู้ที่อยู่อาศัยมากขึ้น ต้องทำการปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันเสาร์

ปัจจุบันจำนวนพื้นที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านจัดสรรต่างๆ เริ่มมีมากขึ้น ไม้ดอกไม้ประดับจึงยังเป็นที่ต้องการ ดังนั้นต้นโมกจึงได้รับความนิยมมากขึ้น เพื่อใช้ตกแต่งบ้านเรือนให้มีความสวยงาม
ว่างจากทำนา ปลูกต้นโมกเสริมรายได้
คุณสมศักดิ์ โสขุมา เกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี มีอาชีพทำนามีช่วงที่เจอวิกฤตแล้งเช่นนี้ทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับทำนา ชาวบ้านบางส่วนได้รับความเดือดร้อน แต่ครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณสมศักดิ์มากนัก เพราะทำการปลูกเลี้ยงต้นโมกที่ใช้เป็นไม้ประดับ เป็นอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ให้เป็นอย่างดี
คุณสมศักดิ์ เล่าว่า การทำนาราคาผลผลิตของข้าวไม่แน่นอน จึงมองหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ “ประมาณปี 48 พอดีมีเกษตรอำเภอมาแนะนำว่าให้ลองหาต้นไม้มาทำดู เพราะเขาเองก็ทำอยู่ ก็เลยได้ต้นโมกมาปลูกทดลอง เขามาสอนให้เราต่อยอด เสียบยอด มันก็จะเป็นทรงพุ่มสวยๆ คนทั่วไปเห็นก็ซื้อไปประดับบ้าน เลยมองว่าทางนี้น่าจะเป็นอาชีพเสริมได้ ก็เลยมาลองทำดู”

ต้นโมกที่นำมาปลูกสำหรับเป็นต้นตอเสียบยอด คุณสมศักดิ์ไปหาซื้อจากพื้นที่ต่างอำเภอในสุพรรณบุรี เพราะแถบนั้นมีต้นโมกขึ้นเองในดินทราย
“ต้นโมกที่ใช้เป็นต้นตอ เราไปรับซื้อจากชาวบ้านแถวอำเภอหนองหญ้าไซ อำเภอด่านช้าง ที่ดินเป็นที่ดอนปลูกอะไรไม่ได้ แต่มีต้นโมกงอกขึ้นมา เราก็ติดต่อขอซื้อ เหมามาทั้งดง ขุดมาให้ได้มากที่สุด”
ต้นสวย รูปแบบทรงดี ใส่ใจทุกวิธีการ
ขั้นตอนแรกนำต้นโมกมาเพาะชำให้เจริญเติบโตดี ใบใหญ่สมบูรณ์ กระถางที่ใช้มี 3 ขนาด คือ 15, 18 และ 22 นิ้ว วัสดุปลูกเป็นดินผสมมะพร้าวสับ อัตรา 2:1
“สาเหตุที่ต้องใช้กระถางต่างขนาด เพราะบางทีเราต้องออกแบบทรง ถ้าต้องการพุ่มเยอะ กระถางนั้นต้องปลูกประมาณ 5 ต้น กระถางก็ต้องใหญ่ขึ้น ต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง”
ช่วงเหมาะสมที่สุดในการเพาะชำคือใกล้ฤดูฝน เพราะใช้น้ำและต้นแตกยอดใหม่ได้ดี การชำตอใช้เวลาช่วงนี้ประมาณ 6 เดือน เพื่อให้ระบบรากและยอดสมบูรณ์ ช่วงไม่มีฝนก็รดน้ำ 2 วันครั้ง พอต้นเริ่มแข็งแรงก็เอามาเสียบยอด ดูแลให้ยอดใหม่เป็นพุ่มสวย และค่อยจำกัดยอดของต้นตอที่ขึ้นใหม่ออก”

เมื่อระบบต้นสมบูรณ์แล้ว จะเตรียมเป็นตอสำหรับเสียบยอด โดยนำยอดโมกเงินหรือโมกด่าง ที่มีใบเขียวสลับขาว มาเสียบลงบนตอ เข้ารูปลิ่ม พันพลาสติกให้แน่น คลุมด้วยพลาสติกใส ปิดเชือกฟางให้สนิท และห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์อีกชั้น
“หลังจากเสียบยอดแล้ว ปล่อยไว้ 15 วัน ถ้ารอยแผลติดกันดีก็รอด แต่ถ้าไม่ติด ยอดจะตาย ต้องเลื่อยยอดตอทิ้งแล้วต่อยอดใหม่”
หลังจากยอดติดสนิทดีแล้ว ใช้เวลาดูแลอีก 5-6 เดือน ต้นโมกจะมีทรงสวย เป็นที่ต้องการของตลาด ช่วงนี้ต้องระวังหนอนมากินยอดอ่อน ใช้ยากำจัดตามอาการ และให้ปุ๋ยสูตรเสมอ 16-16-16 ทุก 2 เดือน
“ดูแลตั้งแต่เพาะชำจนต่อยอด ใช้เวลาประมาณ 1 ปี ไม้ก็พร้อมจำหน่ายแล้ว”

ขายง่าย ทำไม้อยู่บ้านรับเงินสบายๆ
การจำหน่ายของคุณสมศักดิ์ไม่มีอุปสรรค เพราะบ้านอยู่ติดถนนสุพรรณฯ–ชัยนาท ทำให้ผู้คนเห็นชัด พอจัดทรงสวยพร้อมขายก็วางไว้หน้าบ้าน พ่อค้ามาดูเอง รับไปขายต่อทั้งในและต่างประเทศ มีไซซ์ใหญ่ ไซซ์เล็ก ตั้งแต่ 3 พุ่ม ถึง 5 พุ่ม
“ต้นโมกจำหน่ายราคาตั้งแต่ 600–3,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดและความสวย และมีพ่อค้ามารับส่งไปยังมาเลเซียและไต้หวัน”

ต้นโมก อาชีพเสริมสำหรับผู้ที่สนใจ
เมื่อถามว่าทำยากไหม? คุณสมศักดิ์ ทิ้งท้ายว่า “ต้นโมกเป็นไม้ประดับที่ดีมาก จัดสวนง่าย ยิ่งแดดแรงยิ่งดี น้ำไม่ต้องรดบ่อย 2-3 วันครั้ง ปุ๋ยก็ไม่ต้องใส่บ่อย ใครสนใจทำเป็นอาชีพเสริมก็ศึกษาวิธีเสียบยอด เพาะชำ หาต้นตอให้เป็นก่อน มันสร้างเงินได้ แต่ต้องมีใจรัก เพราะถ้ารัก เราจะทำออกมาดี และตลาดต้องการ”
คุณสมศักดิ์คือภาพตัวอย่างของคนที่ตั้งใจจริง แม้มีอาชีพทำนาเป็นงานหลัก แต่ยังหาประสบการณ์ใหม่ๆ และใช้เวลาว่างปลูกเลี้ยงต้นโมกจนสร้างรายได้ให้ครอบครัวในช่วงวิกฤตแล้ง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คุณสมศักดิ์ โสขุมา อยู่หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โทรศัพท์ 086-160-2418, 035-409-122
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก 25 พ.ย. 2025
