ไม้มงคล
เมื่อปี 2534 คุณสุทธิพันธ์ บุญใจใหญ่ เจ้าของ“สวนพุทธสุทธิพันธุ์” เป็นผู้ปลุกกระแส “ ต้นพุทธรักษา”ซึ่งถูกมองว่าเป็นไม้ข้างทาง ให้กลายเป็นสินค้าขายดีจนกลายเป็น “ดาวค้างฟ้า” ในวงการไม้ดอกไม้ประดับมาจนทุกวันนี้ คุณสุทธิพันธ์กล่าวว่า ทุกวันนี้ สังคมเมืองนิยมอยู่อาศัยในคอนโดหรือทาวน์เฮ้าส์ ที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ไม่สามารถจัดสวนได้แบบเมื่อก่อน จึงนิยมใช้ไม้ประดับซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดเล็กสำหรับตั้งบนโต๊ะทำงาน หรือ ไม้กระถางสำหรับแขวน เช่น หยกนำโชค เป็นต้นไม้ที่มีสีเขียวสวย ใช้พื้นที่น้อย ทนแล้งได้ดี ไม่ต้องการน้ำเยอะ จัดอยู่ในกลุ่มไม้มงคล โดยมีความเชื่อว่า ใครที่นำต้นหยกนำโชคเข้าบ้านก็จะได้โชค ถูกรางวัล ว่านหางจระเข้ด่าง เป็นพืชสมุนไพรที่นิยมเอาไว้ทำน้ำดื่มได้ และเป็นพันธุ์ไม้พันธุ์ด่าง ที่มีลวดลายสวยงาม ทนแล้ง ส่วนใหญ่นิยมใช้จัดสวนหย่อมเล็กๆ ผักชีฝรั่ง ลงทุนปลูกครั้งเดียวสามารถแบ่งหน่อไปได้เรื่อยๆ นิยมใส่กระถางแขวน ให้ความสวยงามว เล็บครุฑ สำหรับเล็บครุฑพันธุ์ใบกระทง นิยมเลี้ยงให้ใบใหญ่ๆ สามารถนำไปใส่อาหารได้ เบี้ยเงิน เป็นไม้อวบน้ำ ทนแล้ง ดูแลง่าย ไม่ต้องรดน้ำได้นานเ
โกสนจัดเป็นไม้มงคล ที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยกันดี เนื่องจากชื่อ “ โกสน” เป็นคำพ้องเสียงกับคำว่า “กุศล” หมายถึง การสร้างบุญงาม ความดี จึงนิยมปลูกโกสนไว้หน้าบ้าน ในทางทิศตะวันออกของบ้าน มาตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อเป็นไม้เสริมสิริมงคล ให้ทุกคนในครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข ความมีเสน่ห์ของโกสนอยู่ที่ลวดลายใบที่สวยงามสลับเฉดสีต่างๆ เช่น เฉดสีชมพูก็จะมีสีเขียวเข้มมีชมพูเข้ม เส้น ลายใบชัดเจน เฉดสีเหลืองก็จะออกสีไล่เลี่ยกันในโทนเหลือง เป็นต้น โกสน มีชื่อภาษาอังกฤษว่า โคร-ออน (Croton) เป็นไม้ประดับประเภทไม้พุ่ม ที่มีใบเป็นจุดเด่น โดยใบมีรูปทรงและสีที่สวยงามแตกต่างไปกับพรรณไม้อื่นๆ นิยมเป็นไม้กระถาง ให้มีลักษณะทรงพุ่มเล็กๆ หากต้องการให้มีทรงพุ่มใหญ่ จะใช้วิธีปลูกลงดิน โกสนมีทั้งใบเล็ก-ใบใหญ่ ต้นโกสนเป็นไม้พุ่มที่มีขนาดตั้งแต่ พุ่มเล็ก จนถึงพุ่มใหญ่ ลักษณะเด่นของพันธุ์ไม้นี้คือ ทรงของใบมีหลายลักษณะผันแปรตามธรรมชาติ และมีเด่นที่ใบมีหลายสี เช่น เหลือง ส้ม ม่วง ขาว ชมพู ดำ และยังมีลักษณะใบลูกผสม ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมา โกสนที่ใช้เป็นไม้ประดับงดงามนั้นมีชนิด (species) เดียวคือ โคเดียมหรือโคดิเอี้ยม
เชื่อว่าหลายๆ คนต้องรู้จักกับพืชชนิดนี้ “คว่ำตายหงายเป็น” ชื่อก็น่ากลัวแล้ว แถมยังเป็นพืชที่ขึ้นง่ายตายยาก ใครเคยปลูกจะรู้แป๊บเดียวต้นใหม่โผล่มาอีกแล้ว เป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกไว้หน้าบ้าน แต่รู้ไหมว่าเป็นยาสมุนไพรยอดนิยมของชาวเขาอีกด้วย สรรพคุณสุดจึ๋งไม่ธรรมดา ก่อนอื่นพาไปรู้จักที่มาของ “คว่ำตายหงายเป็น” กันก่อน ชื่อวิทยาศาสตร์ : Kalanchoe pinnata (Lam.) Pers., Bryophyllum pinnatum (Lam.) Oken ชื่อวงศ์ : CRASSULACEAE ชื่ออื่น : กระลำเพาะ ต้นตายใบเป็น นิรพัตร เบญจฉัตร กะเร ต้นตายปลายเป็น มะตบ ล็อบแล็บ ลุบลับ ลุมลัง ตาวาล ปะฉู่ชิคะ ค้ำ ปู่ย่า ปะเตียลเพลิง เพรอะแพระ ยาเท้า ส้มเช้า ลักษณะทั่วไป ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ลำต้นตั้งตรง อวบน้ำ ใบเดี่ยวหรือใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 5 ใบ รูปขอบขนาน แกมรูปไข่ หรือรีกว้าง ขอบใบหยักโค้งมน ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ลักษณะเป็นทรงกระบอก ห้อยลง กลีบดอกด้านล่างสีเขียว ด้านบนสีแดง ผลออกเป็นพวง มีเมล็ดขนาดเล็ก จำนวนมาก การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ใช้ใบปักชำ ตอนเด็กๆ เห็นดอกขึ้นมาเป็นไม่ได้ คันไม้คันมืออยากจะหยิบออก เด็ดออก แล้วไปโยนลงต้นอื่น ผ่านไปไม่กี่วัน ต้นใหม่โผล
ไม้มงคลปลูกเสริมความเฮงต้อนรับปีมะเส็ง ช่วยเสริมสิริมงคล รวยทรัพย์ และเสริมดวงชะตาให้กับผู้ปลูก การปลูกต้นไม้เป็นการสร้างบรรยากาศ เพิ่มความร่มรื่น ด้วยสีเขียวของใบไม้ พิเศษสุดๆ วันนี้เทคโนโลยีจะพาไปส่องต้นไม้ที่มีชื่อมงคล ปลูกตั้งแต่ต้นปีจะได้เฮงทั้งปีกันไปเลย เชื่อว่าหลายๆ บ้านต้องมีไม้มงคลสักต้นอยู่ในบ้านกันแน่ๆ ใครปลูกไม้มงคลอะไรกันบ้าง คอมเมนต์บอกแอดหน่อยจะได้ไปหามาปลูกตามบ้าง มูให้สุด ปีนี้ต้องปังทุกด้าน ต้นลิ้นมังกร ลิ้นมังกร ยังเป็นไม้ฟอกอากาศที่องค์การนาซ่าได้นำมาทดลองวิจัย ซึ่งก็ได้ผลวิจัยว่า “ต้นลิ้นมังกร” จะมีลักษณะพิเศษกว่าพันธุ์ไม้ชนิดอื่นคือ จะคายก๊าซออกซิเจนในเวลากลางคืน ส่วนกลางวันจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทน ทำให้สามารถปลูกต้นลิ้นมังกรในบ้านได้โดยไม่มีอันตรายต่อคนในบ้าน นิยมขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อและตัดชำใบ ปลูกได้ทั้งที่มีแดดแรงจัดและที่ร่มรำไร ชอบดินที่ร่วนซุย และมีอินทรียวัตถุพอเพียงเพื่อสร้างความชุ่มชื้น รดน้ำวันเว้นวัน หรือ 3 วันครั้ง ให้ดินพอชุ่มชื้น ความเชื่อ : บ้านใดปลูกต้นลิ้นมังกรไว้ประจำบ้าน จะช่วยป้องกันอันตรายจากภายนอกได้ เพราะบางคนเรียก ลิ้นมังกรอีกช
เกษตรกร อ.แสวงหา รวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ ปลูกไม้มงคล สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ เกษตรกรอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ลดความเสี่ยงจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำนา ไร่อ้อย หันมาปลูกไม้มงคลเป็นอาชีพเสริม รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่ โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรให้การสนับสนุนและเป็นพี่เลี้ยง เพื่อร่วมกันวางแผนการผลิตไม้มงคลให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ลดต้นทุนการผลิต หาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ และเพิ่มมูลค่าของไม้มงคล ตลอดจนจัดหาพันธุ์ไม้ใหม่ๆ ป้อนตลาดทั้งในและต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ นายประคอง สุขมนต์ ประธานกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ไม้มงคล ตำบลแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่อำเภอแสวงหา ส่วนใหญ่ทำนา ไร่อ้อย เพราะอยู่ในเขตชลประทานที่สามารถควบคุมน้ำได้ดี แต่เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่บางส่วนมีพื้นฐานของการปลูกและการตลาดไม้ประดับ จึงคิดว่าน่าจะทำเป็นอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการเกษตรอื่น ๆ ไปด้วย เพื่อลดความเสี่ยงจากพืชเชิงเดี่ยว และคนในชุมชนไม่ต้องออกไปทำงานต่างถิ่นเมื่อหมดฤดูการทำนา อีกทั้ง ยังมองว่า ไม้ประดับตลาดยังมีความต้องการมากและ
ชื่ออื่น : ห้าขี้แพะ (เชียงราย) ไม้ห้า ชื่อสามัญ : Jambolan Plum, Java Plum ชื่อวิทยาศาสตร์ : Syzygium cumini (L.) Skeels ชื่อวงศ์ : MYRTACEAE ข้อมูลทั่วไป : หว้า ชาวฮินดูเรียกว่า จามาน หรือ จามูน ชื่อภาษาอังกฤษคือ จัมโบลาน (Jambolan) เป็นพันธุ์ไม้พวกต้นชมพู่ มีมากทั้งในอินเดีย พม่า ไทย มาเลเซีย ตลอดจนฟิลิปปินส์ โดยมากหว้ามีผลเล็กสีม่วงดำ แต่ในบางแห่ง เช่น ฟิลิปปินส์มีลูกเท่าไข่นกพิราบ ในพม่านั้น ต้นหว้าถือว่าเป็นไม้มงคลในเรื่องความสำเร็จและชัยชนะ ด้วยชื่อว่าชมพูทวีป หรือดินแดนแห่งไม้หว้านั้น เป็นแผ่นดินอันเป็นแดนกำเนิดของพระพุทธศาสนาและพระบรมศาสดานั่นเอง ปัจจุบัน ต้นหว้าเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานเพื่อปลูกเป็นมงคลแก่จังหวัดเพชรบุรี ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ลำต้น ไม้ต้นสูง 10-25 เมตร เปลือกต้นค่อนข้างเรียบ สีน้ำตาล ใบ ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม แผ่นใบรูปรีหรือรูปไข่กลับ กว้าง 5-9 เซนติเมตร ยาว 9-15 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนมน มีจุดน้ำมันที่บริเวณขอบใบ ดอก สีขาว ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ฐานรองดอกเป็นรูปกรวย กลีบดอก 4 กลีบ เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก ออกดอกและติดผลราวเดือนธันวาคม-มิถุนายน ผลอ่อ
เสนียด ชื่อวิทยาศาสตร์ Justicia adhatoda L. ชื่ออังกฤษ Adhatoda, Malabar Nut Tree. ชื่อวงศ์ ACANTHACEAE ชื่ออื่นๆ ปัดเสนียด เสนียดโมรา (กลาง) บัวฮาขาว (เหนือ) เจริมเผือกขาว เจริมโหลง (ไทยใหญ่) กุลาขาว กระเหนียด (ใต้) หูรา (นครพนม) หูหา (เลย) เจี่ยกู่เฉ่า (จีนกลาง) ข้ารู้สึกสับสนกับตัวข้าเอง ที่ถูก ‘โลกลืม’ และโดนผลักไสให้ไปอยู่ฝ่าย ‘อธรรม’ เพราะเพียงชื่อถูกตัดตอนเรียกสั้นๆ ให้ความหมายในความรู้สึกเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังเท้า ทำให้ใครๆ ก็รังเกียจแม้แต่จะเอ่ยชื่อข้า แต่ยิ่งเกลียดก็ยิ่งพูดถึง เพราะมักจะขึ้นต้นว่า… ‘ไม่อยากให้เป็นเสนียด…’ ต่อด้วยอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เฮ้อ…! คิดแล้วอยากฟังเพลงของ กุ้ง ตวงสิทธิ์ เรียมจินดา ‘ทั้งรักทั้งเกลียด’ จังเลย แล้วจะรู้สึกว่าเกลียดอะไร แน่นอนว่าชื่อข้าเป็นสิ่งไม่น่าสัมผัสสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่หารู้ไม่ว่าชื่อเดิมของข้านั้น มี ‘เสน่ห์’ มากกับความเป็นอยู่ของคนยุคข้าแต่ก่อนมา เพราะชื่อเต็มๆ ของข้าคือ “ปัดเสนียด” แม้แต่พ่อหมอยาไทยใหญ่ก็ยังเรียกข้าว่า ‘ดอกเมตตา’ เลย มายุคนี้แหละที่นำมาใช้อย่างไม่น่าฟัง แต่ลองคิดดูง่ายๆ นะ เรื่องจริงๆ ชื่อข้าไปอยู่บนหัวคนซะ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Garuga pinnata Roxb. ชื่อวงศ์ BURSERACEAE ชื่ออื่นๆ หวีด (ภาคเหนือ) อ้อยน้ำ (จันทบุรี) กะตีบ แขกเต้า ค้ำ ไม้ค้ำ กอกฟาน ตำคร้ำ หวิด ลำเมาะ (ลั้ว) ปิซะยอง ปิซะออง (กะเหรี่ยง) หนูจัดตัวเองเป็นสาวเหนือร้อยชื่อ เพราะแต่ละชื่อของหนูอาจจะขัดแย้งกับบุคลิกหรือภาพรวมทางกายภาพที่มองภายนอก ประการแรก ถ้าหากมีคนออกสำเนียงภาษาไทยไม่ชัดก็มักจะออกเสียงว่า “ตะคล้ำ” หนูโกรธมาก เพราะหาว่าหนูออกดำ ทั้งๆ ที่หนูออกดอกเหลืองนวลผ่องใส ที่โกรธหนักไปอีกคือไปออกเสียงว่า “ดำคล้ำ” จริงๆ ชื่อหนูคือ “ตำคร้ำ” เห็นมั้ย..! น่าโมโห อย่าหาว่าหนูแซว “สาวใต้” เลยนะ เพราะหนูเหลืองนวลเหมือนสีน้ำอ้อย หนูจึงชอบใจที่ชาวเมืองจันท์เรียกหนูว่า “อ้อยน้ำ” แต่หนูก็ชอบชื่อที่ออกเสียงทางยุโรปม้ากมาก ที่เขาเรียกว่า “ปิซะออง, ปิซะยอง” เหมือนชื่อสาวฝรั่งเศส แต่พอสืบจริงๆ เป็นชื่อที่ชาวกะเหรี่ยงเรียกซะนี่ แหม..! อยากเป็นสาวฝรั่ง กลายเป็น “สาวชาวเขา” หนูบ่นเรื่องชื่อ เพราะทางเหนือเขานิยมเรียกหนูว่า “หวีด หรือ หวิด” มากกว่าชื่ออื่นๆ หนูท้าได้เลยว่า ถ้าใครไปเที่ยวชมสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียง
“จันทน์ผาด่าง” เป็นไม้ประดับที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของเมล็ดจันทน์ผาที่เห็นกันทั่วไป มีขนาดต้น สี และใบที่แตกต่างกันจากต้นแม่ โดยเฉพาะใบจะมีลวดลายและสีที่แปลกกว่าจันทน์ผาที่ปลูกเป็นไม้ประดับตามสนามหญ้าและสวนหิน ด้วยลักษณะของใบ สี และขนาดต้นที่แปลกแตกต่างจากต้นจันทน์ผาเดิม ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจหาซื้อและเพาะเก็บสะสมไว้ดูเล่น ซึ่งในปัจจุบันมีปลูกกันเฉพาะกลุ่ม เนื่องจากการเพาะขยายพันธุ์ยังค่อนข้างยาก อีกทั้งต้องใช้ระยะเวลาในการเพาะกว่าจะได้ต้นด่างที่มีลักษณะต่างจากต้นแม่ ดังนั้น ปริมาณจึงมีไม่มากเหมือนกับจันทน์ผาที่เห็นวางจำหน่ายอยู่ คุณมงคลรัตน์ ศรีเอนก อดีตข้าราชการครู เป็นคนหนึ่งที่หันมาให้ความสนใจปลูกจันทน์ผาด่าง โดยวิธีการเพาะเมล็ด สามารถเก็บรวบรวมจันทน์ผาด่างและแปลกได้มาก คุณมงคลรัตน์ เล่าให้ฟังว่า หลังจากลาออกจากการเป็นพ่อพิมพ์ของชาติ ก็มาทำงานเป็นผู้ประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกให้กับโรงเรียน จนวันที่ไปประเมินคุณภาพโรงเรียนในจังหวัดนครปฐม ทางโรงเรียนก็ได้ให้ต้นจันทน์ผาพันธุ์ธรรมดามา 8 ต้น ซึ่งตอนนั้นเองตนเองก็ยังไม่ได้สนใจอะไร แต่ก็แบ่งมาปลูกไว้ที่บ้าน “ผมแบ่งมาปลูก 4 ต้น ซึ่งยั
คุณเฉลิม อารีย์ เกษตรอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ให้ข้อมูลว่า ลักษณะการทำเกษตรของอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ภูมิประเทศที่หลากหลายโดยพื้นที่ที่ราบลุ่มจะจัดสรรเป็นพื้นที่ทำนาและพื้นที่ราบสูงขึ้นมาหน่อยก็จะทำสวนไม้ผลโดยหลักๆ แล้วจะเป็นสวนทุเรียน ต่อมาประมาณปี 2546 ก็ได้เริ่มมีการทำไม้ดอกไม้ประดับกันมากขึ้น ทำให้เกษตรกรภายในพื้นที่มีการทำเกษตรที่หลากหลาย จึงเกิดเป็นช่องทางอาชีพทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น “หมู่บ้านดงบังเป็นหมู่บ้านแรกๆ ที่เริ่มทำไม้ดอกไม้ประดับ โดยได้เปลี่ยนจากพื้นที่ที่ปลูกไม้ผลบางส่วนมาทำสวนไม้ดอกไม้ประดับ โดยช่วงแรกๆ จะนิยมทำต้นโมก ต่อมาเมื่อปลูกจนประสบผลสำเร็จและสามารถจำหน่ายได้ ชาวบ้านก็เริ่มมีทางเลือกมากขึ้น ก็หาสายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับอื่นๆ เข้ามาปลูก จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ไม้ดอกไม้ประดับก็เริ่มขยายวงกว้างออกไป ในเรื่องของการทำไม้ดอกไม้ประดับ” คุณเฉลิม กล่าว คุณอำนวย พรมนนท์ อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 6 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เป็นเกษตรกรที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับเป็นอาชีพ จนเรียกง่ายๆ ว่าทำมาตั้งแต่เริ่มแรกก็ว่าได้ จนทำให้อาชีพ ไม้ดอกไม้ประดับนั้
