นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยสถานการณ์ราคายางขยับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (1 กันยายน 2563) ราคายางพุ่งทะลุ 60 บาท ต่อกิโลกรัม โดยยางแผ่นรมควันชั้น 3 ณ ตลาดกลางยางพาราทั้ง 3 แห่ง ของ กยท. คือ ตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา ตลาดกลางยางพาราจังหวัดสุราษฎร์ธานี และตลาดกลางยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราช ราคาปิดตลาดอยู่ที่ 60.05 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุด 1.80 บาท นับเป็นราคายางที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี
ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณรัฐบาล นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน แทนพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ให้ความสำคัญและผลักดันราคายางพารามาตลอด กระทั่งในวันนี้ราคายางสูงขึ้นกว่า 60 บาท/กิโลกรัม ช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งใจไว้
MOST POPULAR
ในสวนหรือพื้นที่เกษตรหลังจากการตัดแต่งกิ่งไม้ เก็บเกี่ยวผลผลิต หรือกำจัดวัชพืช มักมีเศษวัสดุเหลือทิ้งจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ ใบไม้ แกลบ ซังข้าวโพด เปลือกผลไม้ หรือเศษพืชต่างๆ หลายพื้นที่เลือกกำจัดด้วยการเผาทิ้ง ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากวัสดุเหล่านั้นแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดควันและมลพิษทางอากาศ อีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถทำได้ในระดับครัวเรือนและฟาร์ม คือการนำเศษวัสดุเหล่านี้มาผ่านกระบวนการ “ไพโรไลซิส (Pyrolysis)” หรือการให้ความร้อนกับวัสดุชีวมวลในสภาวะที่มีออกซิเจนน้อย เพื่อเปลี่ยนวัสดุอินทรีย์ให้กลายเป็น ถ่านชีวภาพ หรือ Biochar ถ่านชีวภาพไม่ได้เป็นเพียง “ถ่าน” ที่นำมาเผาแล้วใช้เป็นเชื้อเพลิง แต่เป็นวัสดุคาร์บอนที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในดิน ช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในดิน และเป็นแหล่งอาศัยของจุลินทรีย์ได้ จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้ในงานเกษตรเพื่อช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของดินและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ที่สำคัญ เกษตรกรสามารถเริ่มต้นจากวัสดุที่มีอยู่ในสวน ไม่จำเป็นต้องซื้อวัตถุดิบใหม่ และสามารถทำในระดับเล็กเพื่อทดลองกับแปลงของตัวเองก่อนได้ Biochar หรือถ่านชีวภาพ คือวัสดุคาร์บอนที่ได้จา
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งให้สภาพอากาศแปรปรวนและอุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนหรือ “โลกเดือด” นั้นมีสาเหตุสำคัญจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ประเทศไทยได้นำเสนอ โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-เศรษฐกิจชีวภาพ, Circular-เศรษฐกิจหมุนเวียน, Green-เศรษฐกิจสีเขียว) บนเวทีการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APEC 2022) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างการเติบโตของประเทศ และตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก โดยประเทศไทยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลงร้อยละ 47 ภายในปี ค.ศ. 2035 และมีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี ค.ศ. 2050 รู้จัก “คาร์บอนเครดิต” “คาร์บอนเครดิต” (Carbon Credit) เป็นหนึ่งในมาตรการที่ไทยใช้เป็นเครื่องมือการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามโมเดล BCG โดยตลาดซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิต เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน ในประเทศไทยตลาดคาร์บอนถูกกำหนดไว้ในแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593 สำหรับประเทศไทยดำเนินงานผ่านโครงการ ลดก๊าซเรือ
ถ้าพูดถึง ‘นม’ ทุกคนนึกถึงแบรนด์ไหนกันบ้าง เชื่อว่าหลายคนอาจจะนึกถึงนมของต่างประเทศก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยเหตุผลที่ว่า นมต่างประเทศดื่มแล้วหอมกว่า รสชาติมันนุ่มละมุน มีกลิ่นอายและรสสัมผัสที่สนุก มีนวัตกรรมให้เลือกหลากหลาย หรือบางคนก็ชอบเพราะ ‘สตอรี่’ เรื่องราวฟาร์มในฝันของต่างแดน ในทางกลับกัน หลายคนมักจะมองข้ามนมไทยไป ด้วยภาพจำเดิมๆ ที่คิดว่านมไทยรสชาติธรรมดา แพ็กเกจจิ้งไม่ดึงดูด วันนี้นมไทยเปลี่ยนไปแล้ว เพราะยุคนี้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไม่ได้มองเกษตรกรเป็นแค่ผู้ส่งวัตถุดิบ แต่หันมาจับมือร่วมเดินทางไปพร้อมกับเกษตรกร ในรูปแบบโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน ยกระดับฟาร์มดั้งเดิมสู่ฟาร์มก้าวหน้า ที่ดูแลตั้งแต่สารอาหารของแม่วัว การจัดการสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการส่งต่อรสชาติแท้ๆ ที่บริสุทธิ์จากฟาร์มถึงมือผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดที่ว่า ‘เรื่องการเลี้ยง ปล่อยให้เป็นหน้าที่และความใส่ใจของเกษตรกรไทย…ส่วนเรื่องการบอกเล่าเรื่องราวนมดีๆ มีคุณภาพนี้ ให้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการอย่างพวกเราเอง’ คุณมิว-พาณิภัค คุณวโรตม์ Founder & Managing Director NYŪ (NYŪ Thai Fine Dairy) แบรนด์นมสดและกรีกโยเกิร์ตพรีเมียมสัญชาติไท
“สุริยะ“ แจงกระแสข่าวโครงการรถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า 500 คัน วงเงินคันละ 16 ล้านบาท ไม่เป็นความจริง ชี้เป็นการนำงบประมาณหลายส่วนมาคำนวณคลาดเคลื่อน ยืนยันโครงการต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการและคำนึงถึงประโยชน์เกษตรกรเป็นหลัก พร้อมเผยรถเกี่ยวข้าวมีอายุใช้งานเฉลี่ย 14 ปี หากพัฒนาเป็นระบบไฟฟ้าได้ จะช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกรณีมีกระแสข่าวเกี่ยวกับโครงการจัดหารถเกี่ยวข้าวระบบไฟฟ้า (EV) จำนวน 500 คัน ว่ามีการนำตัวเลขงบประมาณมาคำนวณจนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะประเด็นที่กล่าวว่า รถเกี่ยวข้าวไฟฟ้ามีราคาคันละ 16 ล้านบาท ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง นายสุริยะกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการพิจารณาโครงการต่างๆ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ตัวเลขงบประมาณที่ปรากฏในข่าวบางส่วนเป็นการนำวงเงินจากหลายรายการมารวมคำนวณ จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับต้นทุนต่อคัน สำหรับข้อเสนอการจัดหารถเกี่ยวข้าวไฟฟ้า จำนวน 500 คันนั้น ยังต้องผ่านการพิจารณาตามขั้นตอนและกลไกของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้อง
